ข่าว:

🎉🎉🎉 XONLY เปิดรับลงทะเบียนสมาชิกใหม่อีกครั้ง จำกัดวันละ 50 คน จนกว่าแอดมินจะขี้เกียจรับ😀

Main Menu
avatar_nato87

เกมรักภารโรงเฒ่า ตอนที่ 58 : อรัญญา & เดือนดารา

เริ่มโดย nato87, พฤษภาคม 16, 2018, 02:02:47 หลังเที่ยง

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

ในบรรดาเมียของลุงพล คุณคิดว่าใครเซ็กส์จัดพอที่จะรับมือกับลุงพลครับ

ใบเฟิร์น
70 (16.7%)
โดนัท
22 (5.3%)
พิมมี่
130 (31%)
นาถลดา
89 (21.2%)
หมอพลอย
100 (23.9%)
ยัยอุ๊
8 (1.9%)

จำนวนสมาชิกโหวดทั้งหมด: 419

Ekkawut



p-montri





dega66

เพิ่งจัดน้องอุ๊เมียใหม่ไปไม่นาน  จะจัดน้องๆต่ออีก

Poppy_Mesuk

และแล้วก็ห้ามใจตัวเองไม่ได้ โดนจักหนักแน่ พลังอึด ถีก  ::Ahoo::



เด็ก90

อ้างจาก: nato87 เมื่อ พฤษภาคม 16, 2018, 02:02:47 หลังเที่ยงพูดคุยก่อนอ่าน : เหลืออีกสองตอนเท่านั้นจะจบภาคแล้วนะครับ สำหรับตอนนี้ หลัก ๆ ก็เป็นการเล่าย้อนหลังเป็นส่วนใหญ่ เป็นการเล่าขยายความจากตอนที่แล้วนะครับ โดยมีบางส่วนในตอนเล่าผ่านมุมมองของน้องอีฟและน้องหมวย สองนางเอกตัวหลักในภาค 2 นะครับ โดยในภาค2เนี่ย ผมจะเน้นเล่าเรื่องผ่านมุมมองของนางเอกใหม่และตัวเอกอย่างลุงพล ส่วนนางเอกภาคแรกก็จะพูดถึงบ้างเป็นครั้งคราวนะ ตอนท้าย ๆ ที่ลุงไปหาพิมมี่ คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนที่ลุงพลจะไปเจอเจ้าบอสในตอนที่แล้วครับ กล่าวคือเป็นคืนเดียวกับที่ลุงพลร่วมมือกับน้องนาถเปิดซิงสาวอุ๊ในช่วงหัวค่ำ พอ 4 ทุ่ม ก็ไปหาพิมมี่ต่อ ตอนเที่ยงของอีกวันก็ทำงานตามปกติแล้วเจอไอ้บอย ฟิตไหมละมนุษย์ลุงของเรา 555

โอเค มีข่าวมาบอกนิดนึง คือสองตอนที่เหลือ ผมจะเน้นฉากอัศจรรย์เป็นหลักนะ ถือเป็นการทิ้งท้าย คงมีคนอ่านไปแล้วแห้งบักโกรกกันบ้างล่ะ เพราะผมจะจัดหนักจัดเต็มทิ้งทวนก่อนจบภาค

โดยตอนหน้า ตอนที่ 59 ผมจัดให้น้องพิมมี่เต็ม ๆ เหตุผลคือคิดถึงน้องเค้าครับ จัดให้ 3 Part เลย แบบว่าคิดถึงอ่ะนะ ส่วนในตอนที่ 60 อันเป็นตอนสุดท้ายตามที่คุณโหวต เอางี้แล้วกันนะ คุณจะได้เห็น ใบเฟิร์น+โดนัท+นาท รุมลุงพลคนเดียว ใน 3 Part ของตอนสุดท้าย ที่ผมบอกได้แค่ว่า เตรียมทิชชู่ไว้เยอะ ๆ ครับ (สรุปคือ ตอนที่ 59,60 มีตอนละ 3 Part ครับ)

ใครลุ้นหมอพลอย อาจมีฉากเซอร์วิสให้คุณอ่านแล้วเลือดสูบฉีดบ้างเล็กน้อยถึงปานกลางในตอนที่ 60 ครับ เห็นเรียกร้องมากันเยอะจังเลยนะ จัดให้ก็ได้ นางเอกคนนี้ผมก็หวงนะ หวงแทนลุง

อ้อ!?ตอนที่ 59 - 60 นี้ ผมอาจนำเสนอในรูปแบบใหม่ เพื่อป้องกันเหตุโดนขโมยงานในอนาคต แต่จะเป็นในรูปแบบใดต้องลองติดตามดุูครับ

หากแต่งจบภาคแรกแล้ว ผมคงจะพักร้อนอีกนานพอสมควร แต่จะสานต่อเรื่องทนายผึ้งให้เสร็จ แล้วค่อยมาว่ากันในภาคสองต่อครับ


...................................................................................


ภัคจิรารู้สึกแปลกใจไม่น้อย ที่กรวิทย์มาปรากฏตัวตรงหน้า แต่ด้วยมารยาทที่ดี อาจารย์สาวประจำวิทยาลัยพยาบาลจึงยิ้มตอบให้กับเภสัชหนุ่มที่ขับรถชนกับรถเธอเมื่อคืนวาน

"ได้ค่ะ" ภัคจิราตอบ พลางเหลือบมองหาม้านั่งตรงลานห้องโถงด้านหน้า "เชิญค่ะคุณกร"

"ครับ" เภสัชหนุ่มเดินตามอาจารย์สาวไป ภัคจิราทิ้งตัวลงนั่งอย่างระมัดระวัง เธอวางแฟ้มเอกสารการเรียนการสอนและกระเป๋าสะพายหนังบาเลนซิก้าบนหน้าตัก

"ว่ามาซิคะคุณกร" ภัคจิรายิ้ม "ถ้าเป็นเรื่องเมื่อวาน เบสท์ไม่ติดใจแล้วนะคะ ขอให้คุณกรสบายใจได้"

"เอ่อ...แต่ผมก็ยังไม่สบายใจอยู่ดีแหละครับ" กรวิทย์สารภาพ "เมื่อวานมันน่าอายจริง ๆ ที่ครูเบสท์มาเจอผมในสภาพแบบนั้น มันน่าอายมากเลยจริง ๆ"

"คราวหน้าคราวหลังก็อย่าดื่มแล้วขับซิคะคุณกร" หญิงสาวทำเสียงดุ "คุณกรเป็นผู้ใหญ่ อาวุโสกว่าเบสท์ก็น่าจะรู้ว่าอะไรควรไม่ควรนะคะ"

"ครับ ๆ ผมขอโทษจริง ๆ" ชายหนุ่มทำหน้าจ๋อย "คือช่วงนี้ผมไม่ค่อยสบายใจเท่าไร...."

"แล้ว...." ภัคจิราเริ่มทำหน้าฉงน กรวิทย์กำลังจะพูดอะไรของเค้านะ



"คือ...อืม!!!ช่างเถอะ" ชายหนุ่มพยายามยิ้มกลบเกลื่อน "คือผมอยากถามว่ารถของครูเบสท์เป็นยังไงบ้างครับ ถ้าค่าซ่อมไม่พอ ผมยินดีชดใช้เพิ่มนะครับ"

"ไม่เป็นไรหรอกคะคุณกร" ครูเบสท์ปฏิเสธ "แค่นี้เบสท์ก็เกรงใจแย่แล้ว ยังไม่ได้เอาไปเข้าอู่เลย เบสท์ไม่มีเวลาเลยจริง ๆ"

"ผมพูดจริง ๆ นะครับครูเบสท์" หนุ่มกรยืนยันหนักแน่น "ถ้าขาดเหลืออะไรผมยินดีช่วยเหลือนะครับ"

ภัคจิรารู้สึกว่าท่าทีของกรวิทย์ดูแปลก ๆ เหมือนเจ้าตัวจะอัธยาศัยดีผิดปกติ  นี่กรวิทย์คิดจะจีบเธอหรือเปล่านะ? แล้วหมอพลอยที่เป็นคนรักกับกรวิทย์ล่ะ? จะว่ายังไง?

แต่ที่แน่ ๆ ภัคจิราไม่มีวันลืมหรอก ว่าเมื่อวานนอกเหนือจากเภสัชหนุ่มมาดดี้คนนี้เมาแอ๋แล้ว กรวิทย์ไปทำอะไรมา กลิ่นสบู่เหลว กลิ่นแชมพูหอมฉุยแบบนั้น นี่ถ้าหมอพลอยรู้จะว่ายังไงเนี่ย!!

"งั้น...ก็ได้ค่ะ" ภัคจิรายิ้ม "ขอบคุณนะคะสำหรับน้ำใจ เดี๋ยวเบสท์ขอตัวก่อนนะคะคุณกรวิทย์"

"ครับ...ได้ครับ" กรวิทย์ยิ้ม มองครูสาวเดินกลับเข้าไปขึ้นลิฟต์ ชายหนุ่มมองครูสาวที่ยืนอยู่ท่ามกลางเหล่าบรรดาเด็กนักศึกษาที่อยู่ภายในจนกระทั่งประตูปิด

ครูเบสท์นี่ก็น่ารักดีเหมือนกันนะ กรวิทย์เผลอใจคิดหลงใหลในความงามของภัคจิราชั่วขณะ จนกระทั่ง ภาพในอดีตเมื่อไม่กี่วันก่อนย้อนกลับเข้ามาในหัวของเภสัชหนุ่ม

"ขอบคุณนะคะคุณกร เกรงใจจังเลย ที่คุณกรต้องเดินมาไกลเอาของมาให้เบสท์ถีงที่นี่" ครูเบสท์เอ่ยปากขอบคุณกรวิทย์ เภสัชหนุ่มที่อาสาป้าขายผลไม้จากตลาดซอยฝั่งตรงข้ามเพื่อเอาผลไม้มาให้ครูเบสท์ที่วิทยาลัยแพทย์และพยาบาล

พอดีว่าป้าขายผลไม้เกิดประสบอุบัติเหตุ เลยเอาผลไม้มาส่งไม่ได้ กรวิทย์ที่เป็นลูกค้าประจำของป้าขายผลไม้เลยอาสาเอามาให้ครูเบสท์แทน เพราะเคยได้ข่าวมาว่าครูเบสท์ก็เป็นสาวงามของวิทยาลัยพยาบาลอีกคนเหมือนกัน

หลังจากที่กรวิทย์เดินออกมาจากห้องพักครูของภัคจิรา ทันใดนั้นเองสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น

"พี่กร!!!" เสียงนี้ที่กรวิทย์คุ้นเคยดังขึ้น เห็นทีไม่ใช่ใคร แต่เป็นสาวทอมโดนัทญาติผู้น้องของเภสัชหนุ่มนั่นเอง "พี่ทำอะไรของพี่น่ะ!!"



"โดนัท?" กรวิทย์หันไปมองญาติผู้น้อง "มาทำอะไรที่นี่?"

"ก็เตรียมตัวไปขึ้นวอร์ดคนไข้ไง" โดนัทเดินเข้ามาใกล้ญาติผู้พี่ "ตะกี้หนูเห็นนะ พี่คุยอะไรกับครูเบสท์?"

"พี่ก็คุยเรื่องทั่วไป..."

"เรื่องอะไร?"

"ก็เรื่องทั่วไปไง"

"ก็เรื่องทั่วไปที่พี่ว่ามันเรื่องอะไรละคะ!!ตอบ!!?? พี่ถ่อมาตั้งไกลถึงขนาดนี้เพื่อมาหาครูเบสท์แทนที่จะมาหาพี่พลอย มันหมายความว่ายังไง!!"

กรวิทย์นิ่งเงียบ เมื่อเห็นสีหน้าที่ดูไม่สบอารมณ์ของโดนัทผู้น้อง บางครั้งชายหนุ่มก็คิดว่านิสัยอย่างโดนัทไม่เหมาะกับการเป็นพยาบาลเลยแม้แต่น้อย ไม่เลยสักนิด

"พี่กำลังคิดนอกใจหมอพลอยอยู่ใช่ไหม?" โดนัทตอบ "อย่าแม้แต่จะคิดนะคะพี่กร หมอพลอยเพียบพร้อมทุกอย่าง อย่าแม้แต่จะคิดมาจีบครูเบสท์นะ"

"พี่กับพลอยเลิกกันแล้ว" กรวิทย์ตอบ "พลอยขอเลิกกับพี่เอง"

"อะไรนะ?" โดนัทแทบไม่เชื่อในสิ่งที่กำลังได้ยิน "หมอพลอยบอกเลิกพี่? เมื่อไรคะ?"

"เมื่อไม่กี่วันก่อน" เภสัชหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงที่ยังดูเซ็ง ๆ "อยู่ดี ๆ หมอพลอยก็ขอเลิกพี่ไปคบกับหนุ่มไฮโซที่ชื่อบอย พี่ก็ไม่รู้จะทำยังไง ก็เลยทำใจ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว พี่ขอตัวก่อนนะ"

กรวิทย์ดูเหนื่อย ๆ เซ็ง ๆ ชายหนุ่มเดินเข้าลิฟต์ลงชั้นล่าง ปล่อยให้โดนัทยืนงงเป็นไก่ตาแตกว่าเกิดอะไรขึ้นกับความสัมพันธ์ระหว่างกรวิทย์และพลอยพรรณ

สุดท้าย โดนัทก็เลยไปวีนใส่หมอพลอย โทษฐานที่หักอกหนุ่มกรญาติผู้พี่ จนทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างโดนัทและหมอพลอยย่ำแย่ลงไปทุกขณะ

......................................................................

ตัดมาที่ช่วง 5 ทุ่ม ของคืนวันเดียวกับที่หทัยรัตน์เสียสาว

"กงยูววววววววว....ที่ร๊ากของชั้น!!!" เสียงหวาน ๆ ของเดือนดาราดังลั่น เมื่อเปิดเจอภาพคลิปมิวสิควิดีโอของดาราเกาหลีชื่อดังอย่างกงยู บนโต๊ะอ่านหนังสือก็มีภาพกงยูวางเอาไว้ เรียกได้ว่ากงยูเป็นชายในฝันของแม่สาวช่างฝันอย่างเดือนดาราเลยทีเดียว

หมวย เดือนดารา เป็นเด็กสาวอายุ 19 ปี จากนนท์บุรี พ่อแม่ของเธอเป็นนักธุรกิจ เปิดกิจการเต็นท์รถมือสองและร้านอาหารในจังหวัดนนท์บุรี มีความตั้งใจว่าจะเรียนพยาบาลมาตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ เพื่อหวังจบมาแล้วไปทำงานในโรงพยาบาลเอกชนเพื่อหวังว่าจะได้เจอหมอหล่อ ๆ หน้าตาดี ๆ แบบกงยูสักคน



"แกมันบ้ายัยหมวย!!!" อีฟยิ้มหวาน เมื่อเห็นอาการบ้าดาราเกาหลีของเพื่อนรัก ทั้งคู่เป็นรูมเมทกัน รู้จักกันมาตั้งแต่วันรับน้อง คุยไปคุยมาก็เกิดสนิทกันจึงตกลงเป็นรูมเมทช่วยแชร์ค่าห้องกันในที่สุด

"ชั่นน่ะ...จะเป็นเจ้าสาวของกงยูได้เพียงคนเดียวเท่านั้น!!" หมวยเดินดาราลุกขึ้นจากเก้าอี้ แล้วหมุนตัวพริ้วไปมาราวกับเทพธิดาบนสวรรค์ "กงยูขา...หมวยรักกงยูนะ"

อรัญญาอดยิ้มขำให้กับท่าทางเพี้ยน ๆ เปิ่น ๆ ของหมวยไม่ได้ เวลาอยู่ข้างนอก หมวยเป็นเด็กสาวที่ดูเชิด ๆ หยิ่ง ๆ เสียหน่อย จนหลายครั้งก็มีคนเข้าใจผิด แต่แท้จริงแล้วน้องหมวยเป็นคนที่บ้าดาราเกาหลีมาก ดาราชายหล่อ ๆ และมีอายุหน่อย น้องหมวยของเราปลื้มทุกคน แต่ที่เห็นจะปลื้มเป็นพิเศษคือกงยู

"แกมันบ้าไปแล้วหมวย" อรัญญายิ้ม ปิดหนังสือนิยายแล้ววางบนเตียง ก่อนลุกขึ้นเพื่อเอาหนังสือเรียนที่ยืมจากพี่อุ๊ไปคืนที่ห้อง "เดี๋ยวชั้นมานะหมวย เอาหนังสือไปคืนพี่อุ๊ก่อน"

"อือ...." หมวยหันมายิ้มหวาน ก่อนทำมือเหมือนกำลังถือไมค์โครโฟนแล้วร้องเพลงเกาหลีไปตามเรื่อง

"ยัยบ้า..." อรัญญานึกขำ ใครจะคิดล่ะว่ายัยหมวยที่ดูหยิ่ง ๆ คนนั้นจะเป็นติ่งเกาหลีและมีมุมเพี้ยน ๆ ได้ถึงขนาดนี้

..................................................................

อีฟ อรัญญาเป็นเด็กสาวอายุ 18 ปี จากจังหวัดปราจีนบุรี พ่อแม่ของเธอเป็นข้าราชการในกรมที่ดินของจังหวัด เพราะเป็นเด็กดีชอบช่วยเหลือคนอื่น ก็เลยอยากสอบเป็นหมอ แต่อีฟรู้ดีว่าตัวเองไม่ได้เรียนเก่งขนาดนั้น สุดท้ายก็เลยมาสอบเป็นพยาบาลแทน



อีฟเป็นน้องรหัสของใบเฟิร์น แต่ดูเหมือนว่าอีฟกับเฟิร์นไม่ค่อยสนิทกันเท่าไร อาจเป็นเพราะว่าใบเฟิร์นตามตัวยาก และค่อนข้างจะถือตัวกับรุ่นน้องมาก แม้แต่นาถลดาก็ตาม อีกอย่างใบเฟิร์นวุ่นวายกับเรื่องเรียน ต่างจากยัยอุ๊ ที่เรียนด้อยกว่าใบเฟิร์นและเข้าถึงรุ่นน้องได้มากกว่า

อีฟตั้งใจว่าหากเรียนจบพยาบาล แล้วเหล่าบรรดาญาติ ๆ ฝ่ายพ่อที่เป็นทหารระดับนายพันจะหาวิธีช่วยให้เธอกลับมาเป็นพยาบาลทหารประจำจังหวัด ซึ่งอีฟก็รับคำ ส่วนหนึ่งเพราะพ่อแม่ของอีฟเป็นห่วงและไม่อยากให้อีฟอยู่กรุงเทพนานเกินไป เพราะกลัวติดแสงสีในเมืองหลวง

"ป๊อก ๆ ๆ" เสียงเคาะประตูห้องดัง "ขออีฟเข้าไปหน่อยนะคะ"

อีฟถือวิสาสะเปิดประตูห้องหทัยรัตน์เข้ามา ข้างในมืดและเงียบสนิท มีเพียงเสียงแอร์ที่ดังหึ่งอยู่ภายในห้องเท่านั้น

"ใครอ่ะ..." เสียงแหบพร่าดังขึ้นมา "อีฟ....เหรอ?"

"พี่ไม่สบายเหรอคะ พี่อุ๊?" อรัญญาขมวดคิ้ว "ไปหาหมอหรือยัง?"

"เปิดไฟให้หน่อยซิ..." อุ๊ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "แค่ก....แค่ก...."

อรัญญาเปิดสวิตซ์ไฟตรงเพดานห้อง พอหันกลับไปก็ต้องตกใจ เพราะสภาพของพี่อุ๊นั่นอาจให้คำนิยามได้ว่า 'หมดสภาพ'

"พี่อุ๊!!!" สาวน้อยเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ "พี่อุ๊ไปทำอะไรมาคะเนี่ย!!!"

หทัยรัตน์ดูโทรมจนแทบไม่เหลือเค้าโครงความน่ารักเหมือนเคย ใบหน้าของเธอหมอง นัยน์ตาแดงก่ำเพราะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก ผมเผ้ายุ่งเหยิง หทัยรัตน์สวมใส่ชุดนอนสีชมพูนอนหมดสภาพมาได้สักพักใหญ่แล้ว

"พี่อุ๊!!!พี่อุ๊เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?" อรัญญาทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงและใช้ฝ่ามือแตะที่หน้าผากของรุ่นพี่สาว "ตายแล้ว!!ตัวร้อนจี๋เลย"

"พี่ไม่เป็นไร..." อุ๊ตอบ "แค่ไข้ขึ้นสูง พี่ทานยาแล้ว"

"อีฟว่าพี่ไปหาหมอเถอะค่ะ!!" อีฟทักท้วง "เดี๋ยวอีฟไปตามหมวยมานะคะ หนูว่าพี่ต้องไปหาหมอแล้วล่ะ"

"ไม่เป็นไร..อีฟ...ไม่เป็นไร" สาวอุ๊พยายามรั้งแขนรุ่นน้อง แต่สายไป อรัญญาเดินกลับไปตามหมวยมาเพื่อช่วยพาพี่อุ๊ไปหาหมอที่โรงพยาบาล

...............................

"หมวย!!!มานี่เร็ว!!!" อรัญญาเปิดประตูห้องแล้วเรียกชื่อเพื่อนสนิทด้วยสีหน้าตกใจ "พี่อุ๊ไม่สบาย!!"

"อะไร?" หมวยถอดเฮดโฟนที่ครอบบนศีรษะ กดสต็อบช่องยูทูบที่เปิดเพลงเกาหลีออก "มีอะไรวะแก? เกิดเรื่องอะไรห๊ะ?"

"พี่อุ๊ไม่สบาย ตัวร้อนจี๋เลย!!" อีฟตอบ "มาเร็ว!! มาเป็นเพื่อนช่วยพี่อุ๊ก่อนเร็ว"

"เออ ๆ ไปเดี๋ยวนี้แหละ" เดือนดาราลุกขึ้นด้วยท่าทีกระฟัดกระเฟียด แต่สุดท้ายสาวน้อยติ่งเกาหลีจากนนทบุรีก็เดินตามอรัญญาไปหารุ่นพี่ที่ห้อง

"มาแล้วนะคะพี่อุ๊" อรัญญาเปิดประตูห้องของหทัยรัตน์เข้ามา "หมวย มาช่วยกันเร็ว"

"ตายจริง!!พี่อุ๊เป็นอะไรมากหรือเปล่าคะเนี่ย?" เดือนดาราดูตกใจไม่น้อย กับสภาพของหทัยรัตน์ นี่มันไม่ใช่คนป่วยไข้ขึ้นสูงแล้ว แต่มันเหมือนคนโดนรุมโทรมมามากกว่า "พี่อุ๊ไปทำอะไรมาคะเนี่ย?"

"ยังจะถามอีก เร็ว!!" อรัญญาทำหน้าดุใส่เพื่อนรัก "ค่อย ๆ ลุกขึ้นนะคะพี่อุ๊ เดี๋ยวหมวยกับอีฟจะพาพี่ไปหาหมอกัน หมวย ๆ เอางี้ โทรเรียกแท็กซีทีดิ เร็ว ๆ เลย"



"ไม่ ๆ พี่ไม่เป็นไร" สาวอุ๊ปฏิเสธการช่วยเหลือจากสองสาวรุ่นน้อง "ให้พี่นอนพักที่ห้องเถอะ ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวพี่ก็หาย"

"พี่อุ๊ ไม่ได้นะคะ!!" อรัญญาทักท้วง "พี่ตัวร้อนขนาดนี้ กินยาสงเดชไปเกิดอาการทรุดลงจะว่ายังไง"

"นั่นซิคะพี่อุ๊" เดือนดาราเสริมขึ้นมาบ้าง พลางใช้ฝ่ามือสัมผัสกับหน้าผากของรุ่นพี่ "ขออนุญาตนะคะ ตายจริง ตัวร้อนจี๋เลยอีฟ ไปหาหมอเถอะค่ะพี่อุ๊"

"บอกว่าไม่ก็ไม่ซิ!!!" อุ๊ปัดมือสองสาวรุ่นน้องแบบไร้เยื่อไย "พี่กินยาแล้ว พี่เพลีย พี่ปวดหัว อยากจะนอน เดี๋ยวพี่นอนพักสักหน่อยก็คงจะดีเองแหละ!!!อย่าเซ้าซี้ให้มากนักเลยน่า!!"

แท้จริงแล้ว หทัยรัตน์ไม่อยากไปหาหมอ เพราะกลัวความลับที่ว่าเธอถูกลุงพลและน้องนาถรุมโทรมจะแตก อีกอย่างนาถลดาเก็บภาพลับ ๆ ของเธอเอาไว้ หากเธอพูดมากเมื่อไร เห็นทีภาพเหล่านั้นจะถูกเปิดโปงทันที



"พี่อุ๊? อย่าทำแบบนี้เลยนะคะพี่" สาวอีฟยังไม่ยอมแพ้ "หนูเป็นห่วงพี่นะคะ ไปหาหมอเถอะ พี่มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าคะ?"

"นั่นซิคะพี่อุ๊" ยัยหมวยพยักหน้าเห็นด้วย "ปกติหนูว่าพี่แข็งแรงตลอดนะ วันนี้พี่แปลกมาก ก็เมื่อเช้ายังเห็นเดินไปไหนมาไหนปกติอยู่เลย ทำไมตอนนี้ถึง...."

"พี่ไม่สบายเฉย ๆ" สาวอุ๊แทรกขึ้นมา "ขอร้องล่ะ ขอพี่นอนพักเงียบ ๆ เถอะนะทั้งสองคน จะไปไหนก็ไปเถอะ"

"พี่อุ๊!!" สาวอีฟทักท้วงด้วยความเป็นห่วง แต่สุดท้ายยัยหมวยก็ตบบ่าเพื่อนรักให้พอ

"พอเหอะอีฟ ปล่อยพี่อุ๊เค้าไว้แบบนี้แหละ" ยัยหมวยส่ายหน้า ก่อนเดินหันหลังกลับไปที่ห้อง



"ไม่น่าเลยพี่อุ๊" สาวอีฟลุกขึ้น มองภาพของพี่อุ๊นอนขดตัวห่มผ้าด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง "ถ้ามีอะไรอยากให้ช่วย โทรเข้าห้องอีฟได้นะคะพี่"

"อือ...." หทัตรัตน์คำราม "ก่อนไปปิดไฟปิดประตูให้ด้วย"

สุดท้าย อรัญญาก็ทนความดื้อดึงของพี่อุ๊ไม่ได้ ก็เลยเดินกลับห้องไป สาวน้อยจากปราจีนบุรีปิดไฟและปิดประตูห้องให้พี่อุ๊ ระหว่างที่จะหันกลับไปที่ห้อง อรัญญาก็ถึงกับสะดุ้งเมื่อเจอนาถดลากำลังเดินมาแถวนั้นพอดี

"อ่าว....ยัยนาถ!!มาทำอะไรแถวนี้ ยังไม่นอนเหรอ?"

นาถลดามองอรัญญาตาขวาง เหมือนถูกผีเข้ายังไงยังงั้น ทำเอาสาวอีฟรู้สึกขนลุกแบบแปลก ๆ พักหลังยัยนาถนี่ทำตัวประหลาดเข้าไปทุกที ไม่รู้ว่าโดนผีเข้าหรือเปล่านะ?



"นาถ...แกเป็นอะไรหรือเปล่า?" ยัยอีฟเอ่ยปากถามเพื่อนสาว "อ่าว...จะไปไหน?"

นาถลดาเดินหน้ามุ่ยกลับไปที่ห้องโดยไม่ตอบโต้ใด ๆ กับยัยอีฟเลยแม้แต่คำเดียว สาวน้อยจากปราจีนบุรีท้าวเอวด้วยความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น พลางเหลือบไปมองหน้าประตูห้องพี่อุ๊

"สองคนนี้มีปัญหาอะไรกันหรือเปล่านะ?" อรัญญาครุ่นคิด "เห้อ!! ช่างเถอะ!!กลับห้องดีกว่า!!"

......................................................................................................

ตัดมาที่ฝั่งของลุงพล หลังจากเสร็จศึกเสียวกับหทัยรัตน์ มันก็รีบแต่งตัวและขับรถมอเตอร์ไซค์กลับบ้าน ระหว่างทางเกิดหิวข้าว เพราะใช้แรงในการเปิดซิงแม่สาวนักสืบไปมาก ก็เลยขับรถแวะหาร้านอาหารตามสั่งริมถนนแล้วจอดเพื่อกินข้าว

"ขอคะน้าหมูกรอบจานนึง" ลุงพลสั่งแม่ค้าขายอาหารตามสั่ง "ไข่ดาวด้วยนะแม่ค้า"

ลุงพลหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คข้อความและไลน์ในมือถือ ทันใดนั้นมันก็สะดุดกับไลน์ของน้องพิมมี่ ที่ยังไม่ได้บล็อกมัน แต่ไม่ว่ามันจะส่งข้อความอะไรไปหาเด็กสาว อีกฝ่ายก็ไม่ได้เปิดอ่านเลยแม้แต่น้อย



"หนูพิมมี่...." มนุษย์ลุงรู้สึกผิดไม่น้อย ที่ทำให้น้องพิมมี่ต้องช้ำใจ แต่ทำไงได้ล่ะ ก็มันเผลอใจไปแล้ว มันไม่คิดมาก่อนว่าแม่สาวร้อนรักอย่างพิมมี่จะเป็นคนจริงจังกับความรักและเกลียดคนเจ้าชู้ได้ถึงขนาดนี้ พิมมี่แตกต่างจากโดนัท กล่าวคือโดนัทถึงจะปากแข็งยังไง แต่สุดท้ายก็ยังใจอ่อน แต่กับพิมมี่ ครั้งก่อนว่าแย่แล้ว แต่ครั้งนี้ยิ่งกว่า พิมมี่คงโกรธมันจนไม่มีวันให้อภัยได้อีก

"ได้แล้วค่า..." แม่ค้าเอาเมนูข้าวคะน้าหมูกรอบไข่ดาวมาเสริฟ์ลุงพลถึงที่ ชุมพลยิ้ม ก่อนเริ่มทานข้าวด้วยความหิว มันตั้งใจว่าเดี๋ยวจะลองขับรถมอเตอร์ไซค์แวะไปแถว ๆ หอพักของน้องพิมมี่สักหน่อย

.....................................................................

"วันนี้เหนื่อยจัง....เฮ้อ!!!" พิมมี่ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงสีฟ้า วันนี้ทั้งวันเธอและเพื่อน ๆ ต้องไปทำกิจกรรมด้านนอกมหาวิทยาลัย มันเป็นกิจกรรมจิตอาสาช่วยสอนหนังสือและแจกขนมให้กับเด็ก ๆ ผู้ยากไร้ตามชุมชนต่าง ๆ

ร่างอวบหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเปิดไลน์ดูแก้เซ็ง แต่ที่สะดุดตาคือไลน์ของลุงพลอดีตยอดรักวัยดึกที่พึ่งถุกเธอเฉดหัวทิ้งเพราะทนไม่ไหวกับพฤติกรรมเจ้าชู้ระดับพระกาฬ

"ลุงพล..." พิมมี่เอ่ยปากของตาเฒ่ายอดรักขึ้นมา ด้วยใจที่ยังเสน่หาเลยเผลอกดเขาไปในไลน์เพื่อดูข้อความที่ลุงพลส่งมา

"พิมมี่ ลุงขอโทษสำหรับทุกอย่างนะ ลุงผิดเอง ลุงไม่มีข้อแก้ตัวใด ๆ จริง แต่ลุงก็ยืนยันนะว่าลุงรักพิมมี่ไม่น้อยไปกว่าใครทั้งนั้น และลุงไม่เคยแสดงความเป็นเจ้าของของพิมมี่ เพราะพิมมี่ยังเด็ก ยังสาวและสวย ยังมีโอกาสที่จะได้เจอหนุ่ม ๆ ที่ดีพร้อมสำหรับพิมมี่ แต่ลุงมันก็แค่ไอ้แก่ที่รอวันตาย ลุงไม่คู่ควรกับพิมมี่ ลุงรู้ดี แต่ลุงอยากบอกพิมมี่นะ ว่าลุงรักพิมมี่ รักหมดหัวใจ ได้โปรด ถ้าหนูยังมีใจให้ลุง ถ้าทุกอย่างที่ผ่านมาไม่ใช่เรื่องโกหก ได้โปรดติดต่อกลับมาที่ลุงบ้างนะ คนดีของลุง"

"ทุเรศ...ยังมีหน้ามาพูดหล่อ ๆ แบบพระเอกหนังเชย ๆ อีกเร๊อะ!! นี่มันพ.ศ.ไหนแล้วคะลุง!!" พิมมี่ขมวดคิ้ว แต่อีกใจก็ยอมรับว่าเธอยังคิดถึงลุงพลอยู่ "ไม่ ๆ ไม่ทางเด็ดขาด ชั้นจะไม่ยุ่งกับไอ้แก่นั่นอีกแล้ว"

พิมมี่ทิ้งตัวนอนบนเตียง เธอเหลือบมองเพดานสีขาว พลางนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาตลอดหลายวัน ตั้งแต่เธอตัดรอนลุงพล ก็เหมือนชีวิตของเธอมีแต่ความเงียบเหงา พี่บอสที่ตามจีบ เธอก็ปฏิเสธไป เพราะเขาไม่ใช่คนที่เธอต้องการ

คนที่เธอต้องการคือลุงพล ลุงพลยอดรัก พิมมี่ชักรู้สึกสับสนตัวเองเหลือเกินแล้ว นี่ตกลงเธอรักไอ้ลุงตัณหากลับคนนี้เข้าแล้วจริง ๆ เหรอ?

"ลุงพลแกช่วยเราไว้เยอะนะ" พิมมี่เอ่ยปากขึ้นมา "แกอาจจะเจ้าชู้ แต่แกก็ดูแลเราอย่างดี ช่วยเหลือเราจากไอ้บิ๊ก ถ้าไม่ได้แก เราคงตายแน่ ๆ เลย"

สุดท้ายพิมมี่ก็ทนไม่ไหว เลยโทรหาลุงพล พออีกฝ่ายรับสาว ร่างอวบก็รู้สึกสบายใจที่กำลังจะได้พูดในสิ่งที่ตัวเองรู้สึกมานาน

"ฮัลโหล...พิมมี่เหรอ?" ลุงพลเอ่ยปากทักเด็กสาวก่อน

"ลุงพล..." พิมมี่ตอบ "หนูเห็นข้อความของลุงแล้วนะ....ลุงรักหนูจริง ๆ เหรอ?"

"ถ้าลุงไม่รักหนูจริง ๆ ลุงคงไม่ยอมเสี่ยงตายเพื่อหนูหรอก" มนุษย์ลุงโชว์ความเป็นสุภาพบุรุษออกมา "แล้วหนูรักลุงไหม?"

"รักซิคะ..." พิมมี่ยิ้มด้วยความตื้นตันใจ "ฮือ....หนู...ไม่มีใครแล้วค่ะลุงพล....หนูคิดถึงลุง"

"คิดถึงลุงจริงเหรอ?" ลุงพลเอ่ยปากถามเล่น ๆ "จริงหรือเปล่าจ๊ะพิมมี่จ๋า"

"จริงซิคะ..." ร่างอวบสารภาพ "หนูอยากเจอลุง"

"งั้นหนูมายืนที่หน้าระเบียงห้องหนูนะ..." พอลุงพลบอกแบบนี้ พิมมี่ก็รู้ว่ามันคืออะไร

พิมมี่ยืนบนระเบียงชั้นห้า ด้านล่างคือซอยทางเข้า เด็กสาวเอามือปิดปากนัยน์ตาแดงก่ำ เพราะด้านล่างคือลุงพลที่กำลังโบกมือทักทายเด็กสาวด้านบน
 
"ไอ้ลุงบ้า!!" พิมมี่มองค้อน เมื่อลุงพลทำสัญญาณมือให้ช่วยลงมารับให้หน่อย พิมมี่รีบเดินกลับเข้าไปในห้องเพื่อลงไปรับลุงพล

............................................................

"ลุงทำบ้าอะไร?" นี่คือประโยคทักทายแรกของพิมมี่ต่อลุงพล "ลุงคิดว่าตัวเองเป็นใคร ห๊ะ!!"

"ก็คิดว่าเป็นแฟนหนูไง" ตาเฒ่าชุมพลยิ้ม "ไปเถอะ รีบขึ้นข้างบนกัน"

พิมมี่พาลุงพลเดินเข้าไปในลิฟต์แล้วกดสวิตซ์ขึ้นชั้นบน พิมมี่ยิ้มจนแก้มแทบปริ เพราะในที่สุดก็ได้เจอลุงพลสักที

สาวน้อยกับชายสูงวัยยืนในลิฟต์กันสองต่อสอง เสียงหัวใจของเด็กสาวเต้นไม่เป็นจังหวะ เพราะเธอรู้ดีว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเธอ เช่นเดียวกับลุงพล หลังจากเสร็จศึกกับสาวอุ๊และหนูนาถเมื่อช่วงหัวค่ำ ก็มาละเลงรักต่อกับหนูพิมมี่ในช่วง 4 ทุ่มต่อ

.....นี่มันฝันไปชัด ๆ เลยกู ขนาดหนุ่ม ๆ ฟิต ๆ ยังไม่สามารถทำได้แบบนี้ แต่นี่กูเป็นแค่ผู้เฒ่าวัย 60 ปี ที่ได้รับพรจากสวรรค์มา แบบนี้ตายไปก็ไม่เสียชาติเกิดแล้ว

พอลิฟต์เปิด พิมมี่ก็เดินไปที่ห้อง โดยมีตาเฒ่าชุมพลเดินตามไป นัยน์ตาซุกซนของมันเหลือบมองแผ่นหลังของเด็กสาวด้วยความเอ็นดูและหื่นกระหาย พิมมี่ช่างอวบอวดและลีลาเด็ดดวงกว่าใคร ๆ ทั้งหมด เพราะเหตุนี้เอง ลุงพลเลยไม่สามารถตัดใจจากพิมมี่คนสวย ที่ตนเองลงทุนลงแรงและยอมเจ็บตัวไปแย่งจากไอ้บิ๊กมา

พิมมี่เปิดประตูห้อง โดยมีตาเฒ่าชุมพลเดินเข้าไป พอพิมมี่กดล็อคประตูเสร็จ ลุงพลก็โผล่เข้ามาโอบกอดและบดปากกับเด็กสาวแทนคำทักทายทันที



"อย่าพึ่งซิคะลุงก็!!" พิมมี่ประท้วง "อาบน้ำก่อนซิคะลุง กลิ่นคะน้าหมูกรอบลุงลอยหึ่งออกมาจากปากเลยนะ"

"น่าอายจริง ๆ แหะ ๆ" ลุงพลยิ้ม "โอเคจ๊ะ ไปอาบน้ำกัน"

พิมมี่ปลดเปลื้องเสื้อผ้าออก เด็กสาวมองค้อนใส่ตาเฒ่า มันช่างเป็นภาพที่เย้ายวนใจเสียนี่กระไร พิมมี่เป็นเด็กสาวที่สวยและน่ารักแถมอวบอัดน่าฟัด ใครได้เป็นเมียนี่บอกได้เลยว่าต้องหลงนางแน่นอน เพราะลีลารักของนางนั้นจัดได้ว่าแซ่บและเข้มข้นมาก จัดได้แทบทุกกระบวนท่า

ทางฝั่งลุงพลก็ใช่ย่อย มันถอดเสื้อและกางเกงจนเหลือเพียงกางเกงใน ที่ตรงเป้ามันตุงเมื่อเห็นภาพเรือนร่างที่อวบอัดของพิมพาภรณ์ ที่เหลือเพียงแค่ชุดชั้นในสีดำปกติดพื้นที่สงวนเท่านั้น

ลุงพลกลืนน้ำลายดังเอื้อก เมื่อพิมมี่หันหลังให้มันช่วยปลดยกทรงและถอดกางเกงในให้หน่อย มีเหรอคนหื่นอย่างไอ้พลจะพลาด มันเอื้อมมือปลดตะขอยกทรงตัวน้อย ๆ ที่ค่อย ๆ ลอยปลิวตกลงมาบนพื้น ก่อนโน้มตัวถอดกางเกงในของพิมมี่ จนบั้นท้ายขาวเนียนกลมกลึงปรากฏตรงหน้า

"ลุงคิดถึงหนูเหลือเกิน...พิมมี่จ๋า" ตาเฒ่าชุมพลจูบบั้นท้ายเปลือยของเด็กสาว ก่อนเอาเอาแก้มแนบตาม จนพิมมี่อดขำไม่ได้

"ลุงนี่ทะลึ่งตลอด....เดี๋ยวหนูก็ตดใส่หน้าซะหรอก" ร่างอวบยิ้ม "พิมมี่ไม่หนีลุงไปไหนหรอกค่ะ วันนี้ถ้าหนูทำให้ลุงร้องขอชีวิตไม่ได้ หนูไม่ปล่อยให้ลุงกลับไปบ้านแน่ หนูจะขย่มให้ตอลุงหักเลย คอยดู!!!"

.....พิมมี่ไม่มีทางรู้เลยว่า ไอ้ตาเฒ่าตรงหน้าน่ะ มันผ่านการอัพเกรดเพิ่มพลังอึดถึกทนมาแล้ว  แถมเมื่อช่วงหัวค่ำก็พึ่งร่วมมือกับน้องนาถเปิดซิงยัยอุ๊ น้องพิมมี่นั่นแหละที่อาจจะต้องเป็นฝ่ายร้องขอชีวิตกับตาเฒ่าแทน

ใครอยากอ่านโปรดเม้นท์ นี่คือตัวอย่างตอนต่อไปในตอนที่ 59 : ตาเฒ่ายอดนักรัก


ชอบ

เด็ก90

อ้างจาก: nato87 เมื่อ พฤษภาคม 16, 2018, 02:02:47 หลังเที่ยงพูดคุยก่อนอ่าน : เหลืออีกสองตอนเท่านั้นจะจบภาคแล้วนะครับ สำหรับตอนนี้ หลัก ๆ ก็เป็นการเล่าย้อนหลังเป็นส่วนใหญ่ เป็นการเล่าขยายความจากตอนที่แล้วนะครับ โดยมีบางส่วนในตอนเล่าผ่านมุมมองของน้องอีฟและน้องหมวย สองนางเอกตัวหลักในภาค 2 นะครับ โดยในภาค2เนี่ย ผมจะเน้นเล่าเรื่องผ่านมุมมองของนางเอกใหม่และตัวเอกอย่างลุงพล ส่วนนางเอกภาคแรกก็จะพูดถึงบ้างเป็นครั้งคราวนะ ตอนท้าย ๆ ที่ลุงไปหาพิมมี่ คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนที่ลุงพลจะไปเจอเจ้าบอสในตอนที่แล้วครับ กล่าวคือเป็นคืนเดียวกับที่ลุงพลร่วมมือกับน้องนาถเปิดซิงสาวอุ๊ในช่วงหัวค่ำ พอ 4 ทุ่ม ก็ไปหาพิมมี่ต่อ ตอนเที่ยงของอีกวันก็ทำงานตามปกติแล้วเจอไอ้บอย ฟิตไหมละมนุษย์ลุงของเรา 555

โอเค มีข่าวมาบอกนิดนึง คือสองตอนที่เหลือ ผมจะเน้นฉากอัศจรรย์เป็นหลักนะ ถือเป็นการทิ้งท้าย คงมีคนอ่านไปแล้วแห้งบักโกรกกันบ้างล่ะ เพราะผมจะจัดหนักจัดเต็มทิ้งทวนก่อนจบภาค

โดยตอนหน้า ตอนที่ 59 ผมจัดให้น้องพิมมี่เต็ม ๆ เหตุผลคือคิดถึงน้องเค้าครับ จัดให้ 3 Part เลย แบบว่าคิดถึงอ่ะนะ ส่วนในตอนที่ 60 อันเป็นตอนสุดท้ายตามที่คุณโหวต เอางี้แล้วกันนะ คุณจะได้เห็น ใบเฟิร์น+โดนัท+นาท รุมลุงพลคนเดียว ใน 3 Part ของตอนสุดท้าย ที่ผมบอกได้แค่ว่า เตรียมทิชชู่ไว้เยอะ ๆ ครับ (สรุปคือ ตอนที่ 59,60 มีตอนละ 3 Part ครับ)

ใครลุ้นหมอพลอย อาจมีฉากเซอร์วิสให้คุณอ่านแล้วเลือดสูบฉีดบ้างเล็กน้อยถึงปานกลางในตอนที่ 60 ครับ เห็นเรียกร้องมากันเยอะจังเลยนะ จัดให้ก็ได้ นางเอกคนนี้ผมก็หวงนะ หวงแทนลุง

อ้อ!?ตอนที่ 59 - 60 นี้ ผมอาจนำเสนอในรูปแบบใหม่ เพื่อป้องกันเหตุโดนขโมยงานในอนาคต แต่จะเป็นในรูปแบบใดต้องลองติดตามดุูครับ

หากแต่งจบภาคแรกแล้ว ผมคงจะพักร้อนอีกนานพอสมควร แต่จะสานต่อเรื่องทนายผึ้งให้เสร็จ แล้วค่อยมาว่ากันในภาคสองต่อครับ


...................................................................................


ภัคจิรารู้สึกแปลกใจไม่น้อย ที่กรวิทย์มาปรากฏตัวตรงหน้า แต่ด้วยมารยาทที่ดี อาจารย์สาวประจำวิทยาลัยพยาบาลจึงยิ้มตอบให้กับเภสัชหนุ่มที่ขับรถชนกับรถเธอเมื่อคืนวาน

"ได้ค่ะ" ภัคจิราตอบ พลางเหลือบมองหาม้านั่งตรงลานห้องโถงด้านหน้า "เชิญค่ะคุณกร"

"ครับ" เภสัชหนุ่มเดินตามอาจารย์สาวไป ภัคจิราทิ้งตัวลงนั่งอย่างระมัดระวัง เธอวางแฟ้มเอกสารการเรียนการสอนและกระเป๋าสะพายหนังบาเลนซิก้าบนหน้าตัก

"ว่ามาซิคะคุณกร" ภัคจิรายิ้ม "ถ้าเป็นเรื่องเมื่อวาน เบสท์ไม่ติดใจแล้วนะคะ ขอให้คุณกรสบายใจได้"

"เอ่อ...แต่ผมก็ยังไม่สบายใจอยู่ดีแหละครับ" กรวิทย์สารภาพ "เมื่อวานมันน่าอายจริง ๆ ที่ครูเบสท์มาเจอผมในสภาพแบบนั้น มันน่าอายมากเลยจริง ๆ"

"คราวหน้าคราวหลังก็อย่าดื่มแล้วขับซิคะคุณกร" หญิงสาวทำเสียงดุ "คุณกรเป็นผู้ใหญ่ อาวุโสกว่าเบสท์ก็น่าจะรู้ว่าอะไรควรไม่ควรนะคะ"

"ครับ ๆ ผมขอโทษจริง ๆ" ชายหนุ่มทำหน้าจ๋อย "คือช่วงนี้ผมไม่ค่อยสบายใจเท่าไร...."

"แล้ว...." ภัคจิราเริ่มทำหน้าฉงน กรวิทย์กำลังจะพูดอะไรของเค้านะ



"คือ...อืม!!!ช่างเถอะ" ชายหนุ่มพยายามยิ้มกลบเกลื่อน "คือผมอยากถามว่ารถของครูเบสท์เป็นยังไงบ้างครับ ถ้าค่าซ่อมไม่พอ ผมยินดีชดใช้เพิ่มนะครับ"

"ไม่เป็นไรหรอกคะคุณกร" ครูเบสท์ปฏิเสธ "แค่นี้เบสท์ก็เกรงใจแย่แล้ว ยังไม่ได้เอาไปเข้าอู่เลย เบสท์ไม่มีเวลาเลยจริง ๆ"

"ผมพูดจริง ๆ นะครับครูเบสท์" หนุ่มกรยืนยันหนักแน่น "ถ้าขาดเหลืออะไรผมยินดีช่วยเหลือนะครับ"

ภัคจิรารู้สึกว่าท่าทีของกรวิทย์ดูแปลก ๆ เหมือนเจ้าตัวจะอัธยาศัยดีผิดปกติ  นี่กรวิทย์คิดจะจีบเธอหรือเปล่านะ? แล้วหมอพลอยที่เป็นคนรักกับกรวิทย์ล่ะ? จะว่ายังไง?

แต่ที่แน่ ๆ ภัคจิราไม่มีวันลืมหรอก ว่าเมื่อวานนอกเหนือจากเภสัชหนุ่มมาดดี้คนนี้เมาแอ๋แล้ว กรวิทย์ไปทำอะไรมา กลิ่นสบู่เหลว กลิ่นแชมพูหอมฉุยแบบนั้น นี่ถ้าหมอพลอยรู้จะว่ายังไงเนี่ย!!

"งั้น...ก็ได้ค่ะ" ภัคจิรายิ้ม "ขอบคุณนะคะสำหรับน้ำใจ เดี๋ยวเบสท์ขอตัวก่อนนะคะคุณกรวิทย์"

"ครับ...ได้ครับ" กรวิทย์ยิ้ม มองครูสาวเดินกลับเข้าไปขึ้นลิฟต์ ชายหนุ่มมองครูสาวที่ยืนอยู่ท่ามกลางเหล่าบรรดาเด็กนักศึกษาที่อยู่ภายในจนกระทั่งประตูปิด

ครูเบสท์นี่ก็น่ารักดีเหมือนกันนะ กรวิทย์เผลอใจคิดหลงใหลในความงามของภัคจิราชั่วขณะ จนกระทั่ง ภาพในอดีตเมื่อไม่กี่วันก่อนย้อนกลับเข้ามาในหัวของเภสัชหนุ่ม

"ขอบคุณนะคะคุณกร เกรงใจจังเลย ที่คุณกรต้องเดินมาไกลเอาของมาให้เบสท์ถีงที่นี่" ครูเบสท์เอ่ยปากขอบคุณกรวิทย์ เภสัชหนุ่มที่อาสาป้าขายผลไม้จากตลาดซอยฝั่งตรงข้ามเพื่อเอาผลไม้มาให้ครูเบสท์ที่วิทยาลัยแพทย์และพยาบาล

พอดีว่าป้าขายผลไม้เกิดประสบอุบัติเหตุ เลยเอาผลไม้มาส่งไม่ได้ กรวิทย์ที่เป็นลูกค้าประจำของป้าขายผลไม้เลยอาสาเอามาให้ครูเบสท์แทน เพราะเคยได้ข่าวมาว่าครูเบสท์ก็เป็นสาวงามของวิทยาลัยพยาบาลอีกคนเหมือนกัน

หลังจากที่กรวิทย์เดินออกมาจากห้องพักครูของภัคจิรา ทันใดนั้นเองสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น

"พี่กร!!!" เสียงนี้ที่กรวิทย์คุ้นเคยดังขึ้น เห็นทีไม่ใช่ใคร แต่เป็นสาวทอมโดนัทญาติผู้น้องของเภสัชหนุ่มนั่นเอง "พี่ทำอะไรของพี่น่ะ!!"



"โดนัท?" กรวิทย์หันไปมองญาติผู้น้อง "มาทำอะไรที่นี่?"

"ก็เตรียมตัวไปขึ้นวอร์ดคนไข้ไง" โดนัทเดินเข้ามาใกล้ญาติผู้พี่ "ตะกี้หนูเห็นนะ พี่คุยอะไรกับครูเบสท์?"

"พี่ก็คุยเรื่องทั่วไป..."

"เรื่องอะไร?"

"ก็เรื่องทั่วไปไง"

"ก็เรื่องทั่วไปที่พี่ว่ามันเรื่องอะไรละคะ!!ตอบ!!?? พี่ถ่อมาตั้งไกลถึงขนาดนี้เพื่อมาหาครูเบสท์แทนที่จะมาหาพี่พลอย มันหมายความว่ายังไง!!"

กรวิทย์นิ่งเงียบ เมื่อเห็นสีหน้าที่ดูไม่สบอารมณ์ของโดนัทผู้น้อง บางครั้งชายหนุ่มก็คิดว่านิสัยอย่างโดนัทไม่เหมาะกับการเป็นพยาบาลเลยแม้แต่น้อย ไม่เลยสักนิด

"พี่กำลังคิดนอกใจหมอพลอยอยู่ใช่ไหม?" โดนัทตอบ "อย่าแม้แต่จะคิดนะคะพี่กร หมอพลอยเพียบพร้อมทุกอย่าง อย่าแม้แต่จะคิดมาจีบครูเบสท์นะ"

"พี่กับพลอยเลิกกันแล้ว" กรวิทย์ตอบ "พลอยขอเลิกกับพี่เอง"

"อะไรนะ?" โดนัทแทบไม่เชื่อในสิ่งที่กำลังได้ยิน "หมอพลอยบอกเลิกพี่? เมื่อไรคะ?"

"เมื่อไม่กี่วันก่อน" เภสัชหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงที่ยังดูเซ็ง ๆ "อยู่ดี ๆ หมอพลอยก็ขอเลิกพี่ไปคบกับหนุ่มไฮโซที่ชื่อบอย พี่ก็ไม่รู้จะทำยังไง ก็เลยทำใจ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว พี่ขอตัวก่อนนะ"

กรวิทย์ดูเหนื่อย ๆ เซ็ง ๆ ชายหนุ่มเดินเข้าลิฟต์ลงชั้นล่าง ปล่อยให้โดนัทยืนงงเป็นไก่ตาแตกว่าเกิดอะไรขึ้นกับความสัมพันธ์ระหว่างกรวิทย์และพลอยพรรณ

สุดท้าย โดนัทก็เลยไปวีนใส่หมอพลอย โทษฐานที่หักอกหนุ่มกรญาติผู้พี่ จนทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างโดนัทและหมอพลอยย่ำแย่ลงไปทุกขณะ

......................................................................

ตัดมาที่ช่วง 5 ทุ่ม ของคืนวันเดียวกับที่หทัยรัตน์เสียสาว

"กงยูววววววววว....ที่ร๊ากของชั้น!!!" เสียงหวาน ๆ ของเดือนดาราดังลั่น เมื่อเปิดเจอภาพคลิปมิวสิควิดีโอของดาราเกาหลีชื่อดังอย่างกงยู บนโต๊ะอ่านหนังสือก็มีภาพกงยูวางเอาไว้ เรียกได้ว่ากงยูเป็นชายในฝันของแม่สาวช่างฝันอย่างเดือนดาราเลยทีเดียว

หมวย เดือนดารา เป็นเด็กสาวอายุ 19 ปี จากนนท์บุรี พ่อแม่ของเธอเป็นนักธุรกิจ เปิดกิจการเต็นท์รถมือสองและร้านอาหารในจังหวัดนนท์บุรี มีความตั้งใจว่าจะเรียนพยาบาลมาตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ เพื่อหวังจบมาแล้วไปทำงานในโรงพยาบาลเอกชนเพื่อหวังว่าจะได้เจอหมอหล่อ ๆ หน้าตาดี ๆ แบบกงยูสักคน



"แกมันบ้ายัยหมวย!!!" อีฟยิ้มหวาน เมื่อเห็นอาการบ้าดาราเกาหลีของเพื่อนรัก ทั้งคู่เป็นรูมเมทกัน รู้จักกันมาตั้งแต่วันรับน้อง คุยไปคุยมาก็เกิดสนิทกันจึงตกลงเป็นรูมเมทช่วยแชร์ค่าห้องกันในที่สุด

"ชั่นน่ะ...จะเป็นเจ้าสาวของกงยูได้เพียงคนเดียวเท่านั้น!!" หมวยเดินดาราลุกขึ้นจากเก้าอี้ แล้วหมุนตัวพริ้วไปมาราวกับเทพธิดาบนสวรรค์ "กงยูขา...หมวยรักกงยูนะ"

อรัญญาอดยิ้มขำให้กับท่าทางเพี้ยน ๆ เปิ่น ๆ ของหมวยไม่ได้ เวลาอยู่ข้างนอก หมวยเป็นเด็กสาวที่ดูเชิด ๆ หยิ่ง ๆ เสียหน่อย จนหลายครั้งก็มีคนเข้าใจผิด แต่แท้จริงแล้วน้องหมวยเป็นคนที่บ้าดาราเกาหลีมาก ดาราชายหล่อ ๆ และมีอายุหน่อย น้องหมวยของเราปลื้มทุกคน แต่ที่เห็นจะปลื้มเป็นพิเศษคือกงยู

"แกมันบ้าไปแล้วหมวย" อรัญญายิ้ม ปิดหนังสือนิยายแล้ววางบนเตียง ก่อนลุกขึ้นเพื่อเอาหนังสือเรียนที่ยืมจากพี่อุ๊ไปคืนที่ห้อง "เดี๋ยวชั้นมานะหมวย เอาหนังสือไปคืนพี่อุ๊ก่อน"

"อือ...." หมวยหันมายิ้มหวาน ก่อนทำมือเหมือนกำลังถือไมค์โครโฟนแล้วร้องเพลงเกาหลีไปตามเรื่อง

"ยัยบ้า..." อรัญญานึกขำ ใครจะคิดล่ะว่ายัยหมวยที่ดูหยิ่ง ๆ คนนั้นจะเป็นติ่งเกาหลีและมีมุมเพี้ยน ๆ ได้ถึงขนาดนี้

..................................................................

อีฟ อรัญญาเป็นเด็กสาวอายุ 18 ปี จากจังหวัดปราจีนบุรี พ่อแม่ของเธอเป็นข้าราชการในกรมที่ดินของจังหวัด เพราะเป็นเด็กดีชอบช่วยเหลือคนอื่น ก็เลยอยากสอบเป็นหมอ แต่อีฟรู้ดีว่าตัวเองไม่ได้เรียนเก่งขนาดนั้น สุดท้ายก็เลยมาสอบเป็นพยาบาลแทน



อีฟเป็นน้องรหัสของใบเฟิร์น แต่ดูเหมือนว่าอีฟกับเฟิร์นไม่ค่อยสนิทกันเท่าไร อาจเป็นเพราะว่าใบเฟิร์นตามตัวยาก และค่อนข้างจะถือตัวกับรุ่นน้องมาก แม้แต่นาถลดาก็ตาม อีกอย่างใบเฟิร์นวุ่นวายกับเรื่องเรียน ต่างจากยัยอุ๊ ที่เรียนด้อยกว่าใบเฟิร์นและเข้าถึงรุ่นน้องได้มากกว่า

อีฟตั้งใจว่าหากเรียนจบพยาบาล แล้วเหล่าบรรดาญาติ ๆ ฝ่ายพ่อที่เป็นทหารระดับนายพันจะหาวิธีช่วยให้เธอกลับมาเป็นพยาบาลทหารประจำจังหวัด ซึ่งอีฟก็รับคำ ส่วนหนึ่งเพราะพ่อแม่ของอีฟเป็นห่วงและไม่อยากให้อีฟอยู่กรุงเทพนานเกินไป เพราะกลัวติดแสงสีในเมืองหลวง

"ป๊อก ๆ ๆ" เสียงเคาะประตูห้องดัง "ขออีฟเข้าไปหน่อยนะคะ"

อีฟถือวิสาสะเปิดประตูห้องหทัยรัตน์เข้ามา ข้างในมืดและเงียบสนิท มีเพียงเสียงแอร์ที่ดังหึ่งอยู่ภายในห้องเท่านั้น

"ใครอ่ะ..." เสียงแหบพร่าดังขึ้นมา "อีฟ....เหรอ?"

"พี่ไม่สบายเหรอคะ พี่อุ๊?" อรัญญาขมวดคิ้ว "ไปหาหมอหรือยัง?"

"เปิดไฟให้หน่อยซิ..." อุ๊ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "แค่ก....แค่ก...."

อรัญญาเปิดสวิตซ์ไฟตรงเพดานห้อง พอหันกลับไปก็ต้องตกใจ เพราะสภาพของพี่อุ๊นั่นอาจให้คำนิยามได้ว่า 'หมดสภาพ'

"พี่อุ๊!!!" สาวน้อยเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ "พี่อุ๊ไปทำอะไรมาคะเนี่ย!!!"

หทัยรัตน์ดูโทรมจนแทบไม่เหลือเค้าโครงความน่ารักเหมือนเคย ใบหน้าของเธอหมอง นัยน์ตาแดงก่ำเพราะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก ผมเผ้ายุ่งเหยิง หทัยรัตน์สวมใส่ชุดนอนสีชมพูนอนหมดสภาพมาได้สักพักใหญ่แล้ว

"พี่อุ๊!!!พี่อุ๊เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?" อรัญญาทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงและใช้ฝ่ามือแตะที่หน้าผากของรุ่นพี่สาว "ตายแล้ว!!ตัวร้อนจี๋เลย"

"พี่ไม่เป็นไร..." อุ๊ตอบ "แค่ไข้ขึ้นสูง พี่ทานยาแล้ว"

"อีฟว่าพี่ไปหาหมอเถอะค่ะ!!" อีฟทักท้วง "เดี๋ยวอีฟไปตามหมวยมานะคะ หนูว่าพี่ต้องไปหาหมอแล้วล่ะ"

"ไม่เป็นไร..อีฟ...ไม่เป็นไร" สาวอุ๊พยายามรั้งแขนรุ่นน้อง แต่สายไป อรัญญาเดินกลับไปตามหมวยมาเพื่อช่วยพาพี่อุ๊ไปหาหมอที่โรงพยาบาล

...............................

"หมวย!!!มานี่เร็ว!!!" อรัญญาเปิดประตูห้องแล้วเรียกชื่อเพื่อนสนิทด้วยสีหน้าตกใจ "พี่อุ๊ไม่สบาย!!"

"อะไร?" หมวยถอดเฮดโฟนที่ครอบบนศีรษะ กดสต็อบช่องยูทูบที่เปิดเพลงเกาหลีออก "มีอะไรวะแก? เกิดเรื่องอะไรห๊ะ?"

"พี่อุ๊ไม่สบาย ตัวร้อนจี๋เลย!!" อีฟตอบ "มาเร็ว!! มาเป็นเพื่อนช่วยพี่อุ๊ก่อนเร็ว"

"เออ ๆ ไปเดี๋ยวนี้แหละ" เดือนดาราลุกขึ้นด้วยท่าทีกระฟัดกระเฟียด แต่สุดท้ายสาวน้อยติ่งเกาหลีจากนนทบุรีก็เดินตามอรัญญาไปหารุ่นพี่ที่ห้อง

"มาแล้วนะคะพี่อุ๊" อรัญญาเปิดประตูห้องของหทัยรัตน์เข้ามา "หมวย มาช่วยกันเร็ว"

"ตายจริง!!พี่อุ๊เป็นอะไรมากหรือเปล่าคะเนี่ย?" เดือนดาราดูตกใจไม่น้อย กับสภาพของหทัยรัตน์ นี่มันไม่ใช่คนป่วยไข้ขึ้นสูงแล้ว แต่มันเหมือนคนโดนรุมโทรมมามากกว่า "พี่อุ๊ไปทำอะไรมาคะเนี่ย?"

"ยังจะถามอีก เร็ว!!" อรัญญาทำหน้าดุใส่เพื่อนรัก "ค่อย ๆ ลุกขึ้นนะคะพี่อุ๊ เดี๋ยวหมวยกับอีฟจะพาพี่ไปหาหมอกัน หมวย ๆ เอางี้ โทรเรียกแท็กซีทีดิ เร็ว ๆ เลย"



"ไม่ ๆ พี่ไม่เป็นไร" สาวอุ๊ปฏิเสธการช่วยเหลือจากสองสาวรุ่นน้อง "ให้พี่นอนพักที่ห้องเถอะ ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวพี่ก็หาย"

"พี่อุ๊ ไม่ได้นะคะ!!" อรัญญาทักท้วง "พี่ตัวร้อนขนาดนี้ กินยาสงเดชไปเกิดอาการทรุดลงจะว่ายังไง"

"นั่นซิคะพี่อุ๊" เดือนดาราเสริมขึ้นมาบ้าง พลางใช้ฝ่ามือสัมผัสกับหน้าผากของรุ่นพี่ "ขออนุญาตนะคะ ตายจริง ตัวร้อนจี๋เลยอีฟ ไปหาหมอเถอะค่ะพี่อุ๊"

"บอกว่าไม่ก็ไม่ซิ!!!" อุ๊ปัดมือสองสาวรุ่นน้องแบบไร้เยื่อไย "พี่กินยาแล้ว พี่เพลีย พี่ปวดหัว อยากจะนอน เดี๋ยวพี่นอนพักสักหน่อยก็คงจะดีเองแหละ!!!อย่าเซ้าซี้ให้มากนักเลยน่า!!"

แท้จริงแล้ว หทัยรัตน์ไม่อยากไปหาหมอ เพราะกลัวความลับที่ว่าเธอถูกลุงพลและน้องนาถรุมโทรมจะแตก อีกอย่างนาถลดาเก็บภาพลับ ๆ ของเธอเอาไว้ หากเธอพูดมากเมื่อไร เห็นทีภาพเหล่านั้นจะถูกเปิดโปงทันที



"พี่อุ๊? อย่าทำแบบนี้เลยนะคะพี่" สาวอีฟยังไม่ยอมแพ้ "หนูเป็นห่วงพี่นะคะ ไปหาหมอเถอะ พี่มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าคะ?"

"นั่นซิคะพี่อุ๊" ยัยหมวยพยักหน้าเห็นด้วย "ปกติหนูว่าพี่แข็งแรงตลอดนะ วันนี้พี่แปลกมาก ก็เมื่อเช้ายังเห็นเดินไปไหนมาไหนปกติอยู่เลย ทำไมตอนนี้ถึง...."

"พี่ไม่สบายเฉย ๆ" สาวอุ๊แทรกขึ้นมา "ขอร้องล่ะ ขอพี่นอนพักเงียบ ๆ เถอะนะทั้งสองคน จะไปไหนก็ไปเถอะ"

"พี่อุ๊!!" สาวอีฟทักท้วงด้วยความเป็นห่วง แต่สุดท้ายยัยหมวยก็ตบบ่าเพื่อนรักให้พอ

"พอเหอะอีฟ ปล่อยพี่อุ๊เค้าไว้แบบนี้แหละ" ยัยหมวยส่ายหน้า ก่อนเดินหันหลังกลับไปที่ห้อง



"ไม่น่าเลยพี่อุ๊" สาวอีฟลุกขึ้น มองภาพของพี่อุ๊นอนขดตัวห่มผ้าด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง "ถ้ามีอะไรอยากให้ช่วย โทรเข้าห้องอีฟได้นะคะพี่"

"อือ...." หทัตรัตน์คำราม "ก่อนไปปิดไฟปิดประตูให้ด้วย"

สุดท้าย อรัญญาก็ทนความดื้อดึงของพี่อุ๊ไม่ได้ ก็เลยเดินกลับห้องไป สาวน้อยจากปราจีนบุรีปิดไฟและปิดประตูห้องให้พี่อุ๊ ระหว่างที่จะหันกลับไปที่ห้อง อรัญญาก็ถึงกับสะดุ้งเมื่อเจอนาถดลากำลังเดินมาแถวนั้นพอดี

"อ่าว....ยัยนาถ!!มาทำอะไรแถวนี้ ยังไม่นอนเหรอ?"

นาถลดามองอรัญญาตาขวาง เหมือนถูกผีเข้ายังไงยังงั้น ทำเอาสาวอีฟรู้สึกขนลุกแบบแปลก ๆ พักหลังยัยนาถนี่ทำตัวประหลาดเข้าไปทุกที ไม่รู้ว่าโดนผีเข้าหรือเปล่านะ?



"นาถ...แกเป็นอะไรหรือเปล่า?" ยัยอีฟเอ่ยปากถามเพื่อนสาว "อ่าว...จะไปไหน?"

นาถลดาเดินหน้ามุ่ยกลับไปที่ห้องโดยไม่ตอบโต้ใด ๆ กับยัยอีฟเลยแม้แต่คำเดียว สาวน้อยจากปราจีนบุรีท้าวเอวด้วยความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น พลางเหลือบไปมองหน้าประตูห้องพี่อุ๊

"สองคนนี้มีปัญหาอะไรกันหรือเปล่านะ?" อรัญญาครุ่นคิด "เห้อ!! ช่างเถอะ!!กลับห้องดีกว่า!!"

......................................................................................................

ตัดมาที่ฝั่งของลุงพล หลังจากเสร็จศึกเสียวกับหทัยรัตน์ มันก็รีบแต่งตัวและขับรถมอเตอร์ไซค์กลับบ้าน ระหว่างทางเกิดหิวข้าว เพราะใช้แรงในการเปิดซิงแม่สาวนักสืบไปมาก ก็เลยขับรถแวะหาร้านอาหารตามสั่งริมถนนแล้วจอดเพื่อกินข้าว

"ขอคะน้าหมูกรอบจานนึง" ลุงพลสั่งแม่ค้าขายอาหารตามสั่ง "ไข่ดาวด้วยนะแม่ค้า"

ลุงพลหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คข้อความและไลน์ในมือถือ ทันใดนั้นมันก็สะดุดกับไลน์ของน้องพิมมี่ ที่ยังไม่ได้บล็อกมัน แต่ไม่ว่ามันจะส่งข้อความอะไรไปหาเด็กสาว อีกฝ่ายก็ไม่ได้เปิดอ่านเลยแม้แต่น้อย



"หนูพิมมี่...." มนุษย์ลุงรู้สึกผิดไม่น้อย ที่ทำให้น้องพิมมี่ต้องช้ำใจ แต่ทำไงได้ล่ะ ก็มันเผลอใจไปแล้ว มันไม่คิดมาก่อนว่าแม่สาวร้อนรักอย่างพิมมี่จะเป็นคนจริงจังกับความรักและเกลียดคนเจ้าชู้ได้ถึงขนาดนี้ พิมมี่แตกต่างจากโดนัท กล่าวคือโดนัทถึงจะปากแข็งยังไง แต่สุดท้ายก็ยังใจอ่อน แต่กับพิมมี่ ครั้งก่อนว่าแย่แล้ว แต่ครั้งนี้ยิ่งกว่า พิมมี่คงโกรธมันจนไม่มีวันให้อภัยได้อีก

"ได้แล้วค่า..." แม่ค้าเอาเมนูข้าวคะน้าหมูกรอบไข่ดาวมาเสริฟ์ลุงพลถึงที่ ชุมพลยิ้ม ก่อนเริ่มทานข้าวด้วยความหิว มันตั้งใจว่าเดี๋ยวจะลองขับรถมอเตอร์ไซค์แวะไปแถว ๆ หอพักของน้องพิมมี่สักหน่อย

.....................................................................

"วันนี้เหนื่อยจัง....เฮ้อ!!!" พิมมี่ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงสีฟ้า วันนี้ทั้งวันเธอและเพื่อน ๆ ต้องไปทำกิจกรรมด้านนอกมหาวิทยาลัย มันเป็นกิจกรรมจิตอาสาช่วยสอนหนังสือและแจกขนมให้กับเด็ก ๆ ผู้ยากไร้ตามชุมชนต่าง ๆ

ร่างอวบหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเปิดไลน์ดูแก้เซ็ง แต่ที่สะดุดตาคือไลน์ของลุงพลอดีตยอดรักวัยดึกที่พึ่งถุกเธอเฉดหัวทิ้งเพราะทนไม่ไหวกับพฤติกรรมเจ้าชู้ระดับพระกาฬ

"ลุงพล..." พิมมี่เอ่ยปากของตาเฒ่ายอดรักขึ้นมา ด้วยใจที่ยังเสน่หาเลยเผลอกดเขาไปในไลน์เพื่อดูข้อความที่ลุงพลส่งมา

"พิมมี่ ลุงขอโทษสำหรับทุกอย่างนะ ลุงผิดเอง ลุงไม่มีข้อแก้ตัวใด ๆ จริง แต่ลุงก็ยืนยันนะว่าลุงรักพิมมี่ไม่น้อยไปกว่าใครทั้งนั้น และลุงไม่เคยแสดงความเป็นเจ้าของของพิมมี่ เพราะพิมมี่ยังเด็ก ยังสาวและสวย ยังมีโอกาสที่จะได้เจอหนุ่ม ๆ ที่ดีพร้อมสำหรับพิมมี่ แต่ลุงมันก็แค่ไอ้แก่ที่รอวันตาย ลุงไม่คู่ควรกับพิมมี่ ลุงรู้ดี แต่ลุงอยากบอกพิมมี่นะ ว่าลุงรักพิมมี่ รักหมดหัวใจ ได้โปรด ถ้าหนูยังมีใจให้ลุง ถ้าทุกอย่างที่ผ่านมาไม่ใช่เรื่องโกหก ได้โปรดติดต่อกลับมาที่ลุงบ้างนะ คนดีของลุง"

"ทุเรศ...ยังมีหน้ามาพูดหล่อ ๆ แบบพระเอกหนังเชย ๆ อีกเร๊อะ!! นี่มันพ.ศ.ไหนแล้วคะลุง!!" พิมมี่ขมวดคิ้ว แต่อีกใจก็ยอมรับว่าเธอยังคิดถึงลุงพลอยู่ "ไม่ ๆ ไม่ทางเด็ดขาด ชั้นจะไม่ยุ่งกับไอ้แก่นั่นอีกแล้ว"

พิมมี่ทิ้งตัวนอนบนเตียง เธอเหลือบมองเพดานสีขาว พลางนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาตลอดหลายวัน ตั้งแต่เธอตัดรอนลุงพล ก็เหมือนชีวิตของเธอมีแต่ความเงียบเหงา พี่บอสที่ตามจีบ เธอก็ปฏิเสธไป เพราะเขาไม่ใช่คนที่เธอต้องการ

คนที่เธอต้องการคือลุงพล ลุงพลยอดรัก พิมมี่ชักรู้สึกสับสนตัวเองเหลือเกินแล้ว นี่ตกลงเธอรักไอ้ลุงตัณหากลับคนนี้เข้าแล้วจริง ๆ เหรอ?

"ลุงพลแกช่วยเราไว้เยอะนะ" พิมมี่เอ่ยปากขึ้นมา "แกอาจจะเจ้าชู้ แต่แกก็ดูแลเราอย่างดี ช่วยเหลือเราจากไอ้บิ๊ก ถ้าไม่ได้แก เราคงตายแน่ ๆ เลย"

สุดท้ายพิมมี่ก็ทนไม่ไหว เลยโทรหาลุงพล พออีกฝ่ายรับสาว ร่างอวบก็รู้สึกสบายใจที่กำลังจะได้พูดในสิ่งที่ตัวเองรู้สึกมานาน

"ฮัลโหล...พิมมี่เหรอ?" ลุงพลเอ่ยปากทักเด็กสาวก่อน

"ลุงพล..." พิมมี่ตอบ "หนูเห็นข้อความของลุงแล้วนะ....ลุงรักหนูจริง ๆ เหรอ?"

"ถ้าลุงไม่รักหนูจริง ๆ ลุงคงไม่ยอมเสี่ยงตายเพื่อหนูหรอก" มนุษย์ลุงโชว์ความเป็นสุภาพบุรุษออกมา "แล้วหนูรักลุงไหม?"

"รักซิคะ..." พิมมี่ยิ้มด้วยความตื้นตันใจ "ฮือ....หนู...ไม่มีใครแล้วค่ะลุงพล....หนูคิดถึงลุง"

"คิดถึงลุงจริงเหรอ?" ลุงพลเอ่ยปากถามเล่น ๆ "จริงหรือเปล่าจ๊ะพิมมี่จ๋า"

"จริงซิคะ..." ร่างอวบสารภาพ "หนูอยากเจอลุง"

"งั้นหนูมายืนที่หน้าระเบียงห้องหนูนะ..." พอลุงพลบอกแบบนี้ พิมมี่ก็รู้ว่ามันคืออะไร

พิมมี่ยืนบนระเบียงชั้นห้า ด้านล่างคือซอยทางเข้า เด็กสาวเอามือปิดปากนัยน์ตาแดงก่ำ เพราะด้านล่างคือลุงพลที่กำลังโบกมือทักทายเด็กสาวด้านบน
 
"ไอ้ลุงบ้า!!" พิมมี่มองค้อน เมื่อลุงพลทำสัญญาณมือให้ช่วยลงมารับให้หน่อย พิมมี่รีบเดินกลับเข้าไปในห้องเพื่อลงไปรับลุงพล

............................................................

"ลุงทำบ้าอะไร?" นี่คือประโยคทักทายแรกของพิมมี่ต่อลุงพล "ลุงคิดว่าตัวเองเป็นใคร ห๊ะ!!"

"ก็คิดว่าเป็นแฟนหนูไง" ตาเฒ่าชุมพลยิ้ม "ไปเถอะ รีบขึ้นข้างบนกัน"

พิมมี่พาลุงพลเดินเข้าไปในลิฟต์แล้วกดสวิตซ์ขึ้นชั้นบน พิมมี่ยิ้มจนแก้มแทบปริ เพราะในที่สุดก็ได้เจอลุงพลสักที

สาวน้อยกับชายสูงวัยยืนในลิฟต์กันสองต่อสอง เสียงหัวใจของเด็กสาวเต้นไม่เป็นจังหวะ เพราะเธอรู้ดีว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเธอ เช่นเดียวกับลุงพล หลังจากเสร็จศึกกับสาวอุ๊และหนูนาถเมื่อช่วงหัวค่ำ ก็มาละเลงรักต่อกับหนูพิมมี่ในช่วง 4 ทุ่มต่อ

.....นี่มันฝันไปชัด ๆ เลยกู ขนาดหนุ่ม ๆ ฟิต ๆ ยังไม่สามารถทำได้แบบนี้ แต่นี่กูเป็นแค่ผู้เฒ่าวัย 60 ปี ที่ได้รับพรจากสวรรค์มา แบบนี้ตายไปก็ไม่เสียชาติเกิดแล้ว

พอลิฟต์เปิด พิมมี่ก็เดินไปที่ห้อง โดยมีตาเฒ่าชุมพลเดินตามไป นัยน์ตาซุกซนของมันเหลือบมองแผ่นหลังของเด็กสาวด้วยความเอ็นดูและหื่นกระหาย พิมมี่ช่างอวบอวดและลีลาเด็ดดวงกว่าใคร ๆ ทั้งหมด เพราะเหตุนี้เอง ลุงพลเลยไม่สามารถตัดใจจากพิมมี่คนสวย ที่ตนเองลงทุนลงแรงและยอมเจ็บตัวไปแย่งจากไอ้บิ๊กมา

พิมมี่เปิดประตูห้อง โดยมีตาเฒ่าชุมพลเดินเข้าไป พอพิมมี่กดล็อคประตูเสร็จ ลุงพลก็โผล่เข้ามาโอบกอดและบดปากกับเด็กสาวแทนคำทักทายทันที



"อย่าพึ่งซิคะลุงก็!!" พิมมี่ประท้วง "อาบน้ำก่อนซิคะลุง กลิ่นคะน้าหมูกรอบลุงลอยหึ่งออกมาจากปากเลยนะ"

"น่าอายจริง ๆ แหะ ๆ" ลุงพลยิ้ม "โอเคจ๊ะ ไปอาบน้ำกัน"

พิมมี่ปลดเปลื้องเสื้อผ้าออก เด็กสาวมองค้อนใส่ตาเฒ่า มันช่างเป็นภาพที่เย้ายวนใจเสียนี่กระไร พิมมี่เป็นเด็กสาวที่สวยและน่ารักแถมอวบอัดน่าฟัด ใครได้เป็นเมียนี่บอกได้เลยว่าต้องหลงนางแน่นอน เพราะลีลารักของนางนั้นจัดได้ว่าแซ่บและเข้มข้นมาก จัดได้แทบทุกกระบวนท่า

ทางฝั่งลุงพลก็ใช่ย่อย มันถอดเสื้อและกางเกงจนเหลือเพียงกางเกงใน ที่ตรงเป้ามันตุงเมื่อเห็นภาพเรือนร่างที่อวบอัดของพิมพาภรณ์ ที่เหลือเพียงแค่ชุดชั้นในสีดำปกติดพื้นที่สงวนเท่านั้น

ลุงพลกลืนน้ำลายดังเอื้อก เมื่อพิมมี่หันหลังให้มันช่วยปลดยกทรงและถอดกางเกงในให้หน่อย มีเหรอคนหื่นอย่างไอ้พลจะพลาด มันเอื้อมมือปลดตะขอยกทรงตัวน้อย ๆ ที่ค่อย ๆ ลอยปลิวตกลงมาบนพื้น ก่อนโน้มตัวถอดกางเกงในของพิมมี่ จนบั้นท้ายขาวเนียนกลมกลึงปรากฏตรงหน้า

"ลุงคิดถึงหนูเหลือเกิน...พิมมี่จ๋า" ตาเฒ่าชุมพลจูบบั้นท้ายเปลือยของเด็กสาว ก่อนเอาเอาแก้มแนบตาม จนพิมมี่อดขำไม่ได้

"ลุงนี่ทะลึ่งตลอด....เดี๋ยวหนูก็ตดใส่หน้าซะหรอก" ร่างอวบยิ้ม "พิมมี่ไม่หนีลุงไปไหนหรอกค่ะ วันนี้ถ้าหนูทำให้ลุงร้องขอชีวิตไม่ได้ หนูไม่ปล่อยให้ลุงกลับไปบ้านแน่ หนูจะขย่มให้ตอลุงหักเลย คอยดู!!!"

.....พิมมี่ไม่มีทางรู้เลยว่า ไอ้ตาเฒ่าตรงหน้าน่ะ มันผ่านการอัพเกรดเพิ่มพลังอึดถึกทนมาแล้ว  แถมเมื่อช่วงหัวค่ำก็พึ่งร่วมมือกับน้องนาถเปิดซิงยัยอุ๊ น้องพิมมี่นั่นแหละที่อาจจะต้องเป็นฝ่ายร้องขอชีวิตกับตาเฒ่าแทน

ใครอยากอ่านโปรดเม้นท์ นี่คือตัวอย่างตอนต่อไปในตอนที่ 59 : ตาเฒ่ายอดนักรัก


ok