• Welcome to 🧡 XONLY 🧡.
 

ข่าว:

🎉🎉🎉 XONLY เปิดรับลงทะเบียนสมาชิกใหม่อีกครั้ง จำกัดวันละ 50 คน จนกว่าแอดมินจะขี้เกียจรับ😀

Main Menu

มากกว่าเราสองคน : "ลูกแกะหน้าปากถ้ำ" (EP10)

เริ่มโดย GoDeRsOuL, มกราคม 19, 2026, 12:45:04 ก่อนเที่ยง

-

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้


มันสั้นๆ จะซ่อนก็ชักจะอายเขาแล้ว ไว้ลงหลายๆ ตอนค่อยซ่อนละกันครับ ฮ่าๆ

ถ้าอ่านแล้วหน่วงๆ ไม่ชอบพระเอก ก็แปลว่าผมเขียนตัวละครได้ดีครับ
ขอบคุณสำหรับความเห็น ถ้ามีตรงไหนแปลกๆ ไม่ชอบยังไง ติเตียนกันเสมอได้นะครับ


::Thankyou::


รบกวนอีกเรื่องครับ ฝาก กลุ่ม >>>นี้ไว้ด้วยนะครับ
ผมจะมีลงต้นฉบับให้ช่วยอ่าน ถ้าว่างก็เข้าไปอ่านไปพูดคุยกันได้ครับ


************

สามารถสนับสนุนให้กำลังใจในการเขียนงาน และอ่านตอนใหม่ ๆ ล่วงหน้าได้ตามช่องทางดังนี้ครับ





>>


***ท่านใดติดขัด ไม่สะดวกในการอ่านผ่านเว็บอื่นๆ หรือทำไม่เป็น สามารถเข้ากลุ่ม Line OPENCHAT มาสอบถามหรือพูดคุยเรื่องอื่นๆ ได้ครับ (ไม่ระบุตัวตน)***
กดเข้ากลุ่มที่ Link นี้ >>>

อย่าลืมเข้าไปพูดคุยกันได้ที่เพจนะครับ  >>> 




ผมเห็นเธอเดินมาแต่ไกล... รูปร่างเล็กสมส่วนในชุดเดรสสายเดี่ยวลายดอกไม้สีขาวที่ดูน่ารักสดใส ผมสีน้ำตาลอ่อนยาวประบ่าของเธอปลิวไสวไปตามแรงลม เธอกำลังก้มหน้าก้มตากดโทรศัพท์ อาจจะกำลังจะส่งข้อความมาหาผมว่าเธอมาถึงแล้ว

ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ เปิดประตูรถแล้วก้าวลงไป

"กำลังจะทักไปบอกเลยเหรอครับ ว่ามาถึงแล้ว" ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นและเป็นกันเองที่สุด

อรสะดุ้งเล็กน้อย เธอเงยหน้าขึ้นจากจอโทรศัพท์ เมื่อเห็นว่าเป็นผม ดวงตากลมโตของเธอก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความประหลาดใจระคนดีใจ ใบหน้าของเธอขึ้นสีระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด... เธอน่ารักกว่าในรูปเสียอีก

"พี่คิณ!" เธออุทานออกมาเบาๆ "ตกใจหมดเลยค่ะ... อรนึกว่าพี่คิณจะรออยู่ในร้านซะอีก"

"ผมก็เพิ่งมาถึงเหมือนกันครับ เห็นเราเดินมาพอดีเลยไม่อยากให้ต้องเดินหา" ผมยิ้มให้เธอ เป็นรอยยิ้มที่ผมฝึกซ้อมมาเป็นอย่างดี... รอยยิ้มที่ดูจริงใจและน่าไว้วางใจ "เข้าไปข้างในกันเถอะครับ"

เราเดินเข้าไปในร้านกาแฟที่ตกแต่งอย่างน่ารักในสไตล์มินิมอล มีกลิ่นกาแฟหอมๆ ลอยอบอวลไปทั่ว บรรยากาศภายในร้านค่อนข้างเงียบสงบ เหมาะแก่การพูดคุย เราเลือกโต๊ะมุมในสุดที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว

บทสนทนาในช่วงแรกเป็นไปอย่างเก้ๆ กังๆ เล็กน้อยตามประสาของคนเพิ่งเจอกันครั้งแรก อรดูจะประหม่าและไม่กล้าสบตาผมตรงๆ เธอมักจะก้มหน้ามองแก้วกาแฟของตัวเองเวลาที่พูด ผมจึงต้องเป็นฝ่ายชวนคุยและสร้างบรรยากาศให้ผ่อนคลายขึ้น

"ตื่นเต้นไหมครับ จะได้เริ่มทำงานที่ใหม่แล้ว" ผมเริ่มต้นด้วยคำถามง่ายๆ

"ก็... ตื่นเต้นค่ะ แต่ก็แอบกลัวๆ เหมือนกัน กลัวว่าจะทำงานได้ไม่ดี" เธอตอบเสียงเบา

"ไม่เป็นไรหรอกครับ ช่วงแรกๆ ก็เป็นแบบนี้กันทุกคนแหละ ไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิดซะหน่อย" ผมให้กำลังใจเธอ "อย่างพี่ตอนเริ่มทำงานใหม่ๆ นี่ทำเอกสารผิดๆ ถูกๆ ประจำเลย โดนเจ้านายดุทุกวัน"

ผมจงใจเล่าเรื่องที่ทำให้ตัวเองดูเปิ่นๆ เพื่อลดระยะห่างระหว่างเรา ทำให้เธอมองผมเป็นคนที่เข้าถึงได้ง่าย ไม่ใช่ผู้ใหญ่ที่ดูสมบูรณ์แบบจนน่าเกรงขาม

มันได้ผล... อรหัวเราะออกมาเบาๆ "จริงเหรอคะ ไม่อยากจะเชื่อเลย พี่คิณดูเก่งขนาดนี้เนี่ยนะ"

"จริงสิครับ" ผมยิ้มตอบ "เดี๋ยวน้องอรพอได้เริ่มทำงานไปสักพักก็จะชินไปเองแหละครับ มีอะไรให้พี่ช่วยก็บอกได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ"

ผมค่อยๆ ตะล่อมบทสนทนาไปเรื่อยๆ ถามไถ่เรื่องชีวิตในมหาวิทยาลัย เรื่องเพื่อน เรื่องความชอบส่วนตัวของเธอ เธอเล่าให้ผมฟังว่าเธอชอบอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นแนวโชโจะ (การ์ตูนผู้หญิง) มาก ผมก็แสร้งทำเป็นสนใจและขอให้เธอแนะนำเรื่องที่สนุกๆ ให้ผมฟังบ้าง

ยิ่งเราคุยกันนานขึ้น อรก็ยิ่งดูผ่อนคลายและเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น เธอยิ้มมากขึ้น หัวเราะมากขึ้น และเริ่มกล้าที่จะสบตาผมตรงๆ บ้างแล้ว ผมสังเกตเห็นว่าทุกครั้งที่ผมชมเธอ... ไม่ว่าจะเป็นการชมว่ารอยยิ้มของเธอน่ารัก หรือบอกว่าความคิดของเธอน่าสนใจ... แก้มของเธอจะขึ้นสีระเรื่อเสมอ

ลูกแกะตัวน้อยกำลังค่อยๆ หลงเสน่ห์นายพรานในคราบพี่ชายใจดีเข้าเสียแล้ว... และผมก็กำลังเพลิดเพลินกับการแสดงบทบาทนี้เหลือเกิน

บทสนทนาของเราดำเนินไปอย่างราบรื่นและเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ (ส่วนใหญ่เป็นของเธอ) ผมรู้สึกได้ว่ากำแพงแห่งความประหม่าของอรได้พังทลายลงแล้ว เธอเริ่มเล่าเรื่องของตัวเองมากขึ้น เริ่มแสดงความคิดเห็น และที่สำคัญคือเธอเริ่มถามคำถามเกี่ยวกับตัวผมกลับบ้าง มันเป็นสัญญาณที่ดีว่าเธอกำลังเปิดใจและอยากจะรู้จักผมให้มากกว่าแค่ "พี่ชายใจดี" ที่เพิ่งเจอกัน

ผมจิบกาแฟอเมริกาโน่ของผมพลางมองเธอกำลังใช้ช้อนเล็กๆ ตักฟองนมบนแก้วคาปูชิโน่ของเธอขึ้นมาทานอย่างเอร็ดอร่อย ท่าทางของเธอมันดูเป็นธรรมชาติและน่ารักเหมือนเด็กๆ ผมจึงตัดสินใจที่จะค่อยๆ นำบทสนทนาให้ดำดิ่งลงไปในเรื่องที่ส่วนตัวมากขึ้น เพื่อสร้างความผูกพันทางอารมณ์ที่ลึกซึ้งกว่าเดิม

"แล้ว... ตั้งแต่เรียนจบมานี่ เคยมีแฟนบ้างรึยังครับ" ผมถามออกไปตรงๆ แต่ใช้โทนเสียงที่นุ่มนวลและดูเหมือนเป็นความห่วงใย

อรชะงักไปเล็กน้อย แก้มของเธอขึ้นสีระเรื่ออีกครั้ง เธอวางช้อนลงก่อนจะตอบเสียงอ้อมแอ้ม "ก็... ยังไม่เคยมีจริงจังเลยค่ะ เคยมีแค่คุยๆ กันตอนสมัยมัธยม... แต่ก็แป๊บเดียวเองค่ะ พอเข้ามหา'ลัยก็ตั้งใจเรียนอย่างเดียวเลย"

คำตอบของเธอยืนยันสิ่งที่ผมคาดเดาไว้... เธอคือผ้าขาวที่แท้จริง ประสบการณ์ความรักของเธอแทบจะเป็นศูนย์ นี่คือโอกาสทองของผมที่จะได้เป็นคนแรกที่เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ให้เธอในหลายความหมาย เป็นคนที่จะได้วาดลวดลายลงบนผืนผ้าใบที่บริสุทธิ์นี้

เพื่อทำให้เธอรู้สึกไว้วางใจและเห็นว่าผมก็เคยผ่านความรู้สึกคล้ายๆ กันมา ผมจึงตัดสินใจเล่าเรื่องของผมบ้าง... แต่เป็นเวอร์ชันที่ผ่านการตัดต่อและปรุงแต่งมาเป็นอย่างดี

"เข้าใจเลย... ความรักมันก็เป็นเรื่องยากเหมือนกันนะ" ผมพูดพลางถอนหายใจเบาๆ แสร้งทำเป็นว่ากำลังนึกถึงอดีตที่เจ็บปวด

"อย่างพี่เองก็เคยมีแฟนคนแรกตอนเรียนมหา'ลัยเหมือนกัน ตอนนั้นเรารักกันมากนะ คิดว่าจะสร้างอนาคตไปด้วยกัน แต่พอเรียนจบ ต่างคนต่างต้องไปทำงาน... ความคิด ทัศนคติมันก็เริ่มเปลี่ยนไป เขาไม่เข้าใจในความทะเยอทะยานของพี่ เขาอยากให้พี่มีเวลาให้เขาเยอะๆ แต่พี่ก็ต้องทำงานหนักเพื่อสร้างตัว... สุดท้ายมันก็ไปกันไม่รอด"

ผมจงใจสร้างเรื่องราวที่ทำให้ตัวเองดูเป็นผู้ชายที่มีความรับผิดชอบและทุ่มเทให้กับอนาคต แต่กลับถูกความรักทอดทิ้งเพราะความไม่เข้าใจ มันเป็นเรื่องเล่าคลาสสิกที่ทำให้ผู้ชายดูน่าเห็นใจและน่าชื่นชมในเวลาเดียวกัน

"น่าเสียดายจังเลยนะคะ" อรพูดด้วยน้ำเสียงที่แสดงความเห็นใจอย่างแท้จริง เธอมองผมด้วยแววตาที่อ่อนโยน "แล้วพี่คิณก็เลยโสดมาตลอดเลยเหรอคะ"

"ก็ไม่เชิงหรอก... ก็มีคนเข้ามาบ้าง แต่พี่ยังไม่เจอใครที่ 'ใช่' จริงๆ สักที" ผมโกหกต่อไป "คนที่เข้าใจว่าชีวิตเรามันต้องมีความฝัน มีเป้าหมาย ไม่ใช่แค่เรื่องความรักอย่างเดียว"

ผมจ้องตาเธออย่างมีความหมาย "เหมือนที่น้องอรเก่ง ตั้งใจเรียนจนจบวิศวะได้นี่ไง... พี่ชื่นชมผู้หญิงแบบนี้จริงๆ นะ"

คำชมที่เชื่อมโยงเข้ากับเรื่องราวที่น่าเห็นใจของผมมันทรงพลังมาก ผมเห็นได้เลยว่าอรเริ่มมองผมเปลี่ยนไป... ในสายตาของเธอตอนนี้ ผมไม่ใช่แค่ผู้ชายแปลกหน้าจากแอปหาคู่อีกต่อไปแล้ว แต่เป็นผู้ชายที่ลึกซึ้ง ผ่านประสบการณ์ และน่าค้นหา

บรรยากาศระหว่างเราเริ่มเปลี่ยนไป... ความรู้สึกแบบพี่ชาย-น้องสาวค่อยๆ เลือนหายไป ถูกแทนที่ด้วยกระแสไฟฟ้าสถิตจางๆ ที่เริ่มก่อตัวขึ้นในอากาศ

ผมแกล้งทำเป็นชี้ไปที่หนังสือการ์ตูนที่วางอยู่บนโต๊ะข้างๆ เธอ "เรื่องนี้ที่อรแนะนำพี่ใช่ไหม ที่พระเอกเป็น..."

ผมยื่นหน้าเข้าไปใกล้เพื่อจะอ่านชื่อเรื่องบนปก และในจังหวะนั้นเอง ปลายนิ้วของผมก็ "เผลอ" ไปสัมผัสกับหลังมือของเธอที่วางอยู่บนหนังสือพอดี

อรสะดุ้งเล็กน้อย เธอรีบชักมือกลับราวกับโดนของร้อน ใบหน้าของเธอแดงก่ำจนลามไปถึงใบหู ผมเห็นลมหายใจของเธอที่สะดุดไปชั่วขณะ

ผมรีบดึงมือกลับเช่นกันพร้อมกับหัวเราะเบาๆ "ขอโทษทีครับ... พี่ไม่ได้ตั้งใจ"

ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูสำนึกผิด แต่ในใจกลับโห่ร้องด้วยความยินดี... สัมผัสแรกได้เกิดขึ้นแล้ว และปฏิกิริยาของเธอก็บอกผมทุกอย่าง

เธอหวั่นไหวกับผมเข้าแล้วจริงๆ

ผมตัดสินใจที่จะรุกคืบต่ออีกเล็กน้อย เปลี่ยนจากการชมทางอ้อมมาเป็นการชมที่ตรงขึ้น

"น้องอรเป็นคนที่ยิ้มแล้วโลกสดใสขึ้นมาเลยนะ... รู้ตัวรึเปล่า" ผมพูดพลางจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเธอตรงๆ

"มะ...ไม่จริงหรอกค่ะ" เธอตอบเสียงสั่น ตบตีกับช้อนในแก้วกาแฟของตัวเองเพื่อหลบสายตาของผม

"จริงสิครับ... ตอนที่พี่ยังไม่เข้ามาในร้าน บรรยากาศมันก็ดูธรรมดานะ แต่พออรเดินเข้ามาแล้วยิ้ม... เหมือนมีคนมาเปิดไฟเลย" ผมหยอดคำหวานที่ผมรู้ดีว่ามันเลี่ยน แต่สำหรับคนที่ไม่มีประสบการณ์อย่างอร มันคือคำพูดที่ทำให้ใจละลายได้ง่ายๆ

เรานั่งคุยกันต่ออีกพักใหญ่ ผมปล่อยให้เธอเป็นฝ่ายเล่าเรื่องของเธอบ้างเพื่อทำให้เธอรู้สึกสบายใจ แต่ผมก็จะคอยสบตาและส่งยิ้มหวานไปให้เป็นระยะๆ เพื่อรักษาแรงดึงดูดนั้นไว้

เมื่อกาแฟในแก้วของเราพร่องไปจนเกือบหมด และบทสนทนาก็เริ่มจะหมดเรื่อง ผมรู้ว่าถึงเวลาที่ต้องเดินเกมขั้นต่อไปแล้ว... การจะปล่อยให้เดทแรกของเราจบลงแค่ที่ร้านกาแฟ มันไม่ใช่วิถีของนายพรานอย่างผม

"ที่นี่คนเริ่มเยอะแล้วแฮะ เสียงดังจัง" ผมพูดขึ้น ทำลายความเงียบที่เริ่มก่อตัว "เอ่อ... คือพี่มีหนังเรื่องนึงที่อยากดูพอดี อยู่ในลิสต์ของพี่มานานแล้ว ไม่รู้ว่าอรจะสนใจรึเปล่า"

"หนังเหรอคะ? เรื่องอะไรเหรอคะ" เธอถามด้วยความสนใจ

"เป็นหนังอาร์ตๆ หน่อยน่ะครับ คงไม่มีฉายในโรงทั่วไป... แต่พี่มีไฟล์อยู่ที่ห้องพอดี ที่คอนโดพี่มีโฮมเธียเตอร์ชุดใหญ่อยู่ เสียงดี ภาพชัด บรรยากาศดีกว่าในโรงอีกนะ... ไม่รู้ว่า... น้องอรอยากไปดูหนังต่อกับพี่ที่ห้องไหม?"

ผมยื่นข้อเสนอที่อันตรายและตรงไปตรงมาที่สุดออกไป... ผมจ้องมองปฏิกิริยาของเธออย่างใจจดใจจ่อ

อรนิ่งอึ้งไปทันที ดวงตากลมโตของเธอเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจระคนกับความลังเล เธอเม้มปากแน่น ก้มหน้างุด ไม่กล้าสบตาผม... ความเงียบเข้าปกคลุมโต๊ะของเราอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดของการตัดสินใจ

ลูกแกะกำลังยืนอยู่หน้าปากถ้ำของหมาป่า... และผมก็กำลังรอลุ้นว่า... เธอจะกล้าพอที่จะก้าวเข้ามาหรือไม่

ความเงียบที่โรยตัวลงบนโต๊ะของเราหลังจากที่ผมเอ่ยปากชวนนั้นมันหนักอึ้งเสียจนผมแทบจะได้ยินเสียงความคิดของตัวเอง ผมมองอรที่กำลังก้มหน้างุด ไม่ยอมสบตาผมเลยแม้แต่น้อย ปลายนิ้วของเธอเคาะอยู่บนแก้วกาแฟที่ว่างเปล่าเบาๆ เป็นการแสดงออกถึงความลังเลและสับสนในใจอย่างชัดเจน

ในวินาทีนั้น ผมรู้ดีว่านี่คือจุดวัดใจ... คือทางแยกที่จะตัดสินว่า "เกม" ของผมในวันนี้จะจบลงแค่ที่ร้านกาแฟ หรือจะได้ไปต่อในด่านต่อไป ผมต้องเล่นบทที่ฉลาดที่สุด... การรุกคืบอย่างรุนแรงจะทำให้ลูกแกะตื่นกลัวและวิ่งหนีไป แต่การนิ่งเฉยก็อาจจะทำให้โอกาสหลุดลอยไปเช่นกัน

ผมจึงตัดสินใจใช้กลยุทธ์ "ถอยหนึ่งก้าวเพื่อรุกสองก้าว"

ผมแสร้งทำเป็นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดนั้นลงด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นและเข้าใจที่สุด

"พี่ขอโทษที... สงสัยพี่จะพูดอะไรแปลกๆ ออกไป" ผมเริ่ม "ดูสิ... ทำเอาน้องอรทำหน้าเครียดไปเลย"

เธอรีบเงยหน้าขึ้นมาสบตาผมแวบหนึ่ง ก่อนจะรีบหลบสายตาไปอีกครั้ง "ปะ... เปล่านะคะ"

"พี่เข้าใจนะถ้าอรจะรู้สึกไม่สบายใจ" ผมพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่จริงจังแต่แฝงไปด้วยความอ่อนโยน "เราเพิ่งเจอกันครั้งแรกเอง อยู่ๆ พี่มาชวนไปที่ห้องแบบนี้มันก็อาจจะดูไม่ดีเท่าไหร่ พี่ต้องขอโทษจริงๆ นะ"

ผมจงใจแสดงความสำนึกผิดและยอมรับว่าสิ่งที่ผมทำมัน "ดูไม่ดี" เพื่อทำให้เธอรู้สึกว่าผมเข้าใจและเคารพความรู้สึกของเธอ

"พี่ไม่ได้คิดจะทำอะไรไม่ดีเลยนะ แค่คิดว่าถ้าได้ดูหนังคุยกันต่ออีกหน่อยก็คงจะดี... บรรยากาศมันคงจะส่วนตัวกว่าที่นี่" ผมหยุดเว้นจังหวะ แล้วยื่นข้อเสนอที่ปลอดภัยที่สุดให้เธอ "แต่ถ้าอรไม่สะดวกใจจริงๆ ก็ไม่เป็นไรเลยนะ ไว้วันหลังก็ได้ พี่เข้าใจจริงๆ ครับ"

การเสนอทางถอยให้เธอ คือการยื่นอำนาจการตัดสินใจทั้งหมดกลับไปให้เธออีกครั้ง มันเป็นการลดแรงกดดัน และในขณะเดียวกันก็เป็นการท้าทายเล็กๆ ว่าเธอจะกล้าปฏิเสธ "พี่ชายที่แสนดีและเข้าใจ" อย่างผมหรือไม่

อรนิ่งเงียบไปอีกครู่ใหญ่ ผมเห็นเธอกำลังต่อสู้กับความคิดของตัวเองอย่างหนักหน่วง ส่วนหนึ่งของเธอคงจะกรีดร้องว่ามันอันตรายและไม่เหมาะสม แต่อีกส่วนหนึ่งที่ถูกผมค่อยๆ สร้างความไว้วางใจให้ตลอดสองชั่วโมงที่ผ่านมา คงจะกระซิบเธอกลับไปว่า 'พี่เขาดูเป็นคนดีนะ... เขาคงไม่ทำอะไรเราหรอก'

และในที่สุด... ส่วนที่สองก็เป็นฝ่ายชนะ

"กะ... ก็ได้ค่ะ"

เสียงของเธอเบาหวิวเหมือนกระซิบ แต่สำหรับผมแล้วมันดังชัดเจนเหมือนเสียงระฆังแห่งชัยชนะ

ผมพยายามอย่างที่สุดที่จะซ่อนรอยยิ้มแห่งความพึงพอใจเอาไว้ภายใต้ใบหน้าที่แสดงออกถึงความขอบคุณอย่างจริงใจ "จริงเหรอครับ? ขอบคุณนะที่ไว้ใจพี่... พี่สัญญาว่าจะไม่ทำให้อรต้องรู้สึกไม่สบายใจแน่นอน"

เราเรียกพนักงานมาเก็บเงิน แล้วเดินออกจากร้านกาแฟไปด้วยกัน บรรยากาศระหว่างเราเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่มีอีกแล้วความผ่อนคลายแบบพี่ชาย-น้องสาว แต่กลายเป็นความตึงเครียดที่เจือปนด้วยความประหม่าและความคาดหวัง

ระหว่างทางที่เดินไปยังรถของผม ผมจงใจเดินช้าลงเล็กน้อยเพื่อให้แขนของเราได้สัมผัสกันเบาๆ เป็นระยะๆ และทุกครั้งที่ผิวของเราเสียดสีกัน ผมก็จะเห็นอรสะดุ้งเล็กน้อยเสมอ

การเดินทางในรถกลับคอนโดของผมนั้นเต็มไปด้วยความเงียบ... แต่เป็นความเงียบที่แตกต่างจากความเงียบระหว่างผมกับไอรินโดยสิ้นเชิง ความเงียบของผมกับไอรินมันคือความเย็นชาและห่างเหิน แต่ความเงียบระหว่างผมกับอรตอนนี้ มันคือความเงียบที่อัดแน่นไปด้วยประจุไฟฟ้าแห่งความตื่นเต้นและแรงดึงดูด

ผมเปิดเพลงบรรเลงเปียโนเบาๆ เพื่อไม่ให้บรรยากาศมันน่าอึดอัดจนเกินไป ผมขับรถอย่างนุ่มนวลและระมัดระวัง พยายามสร้างภาพลักษณ์ของสุภาพบุรุษที่น่าไว้วางใจให้ถึงที่สุด ผมเหลือบมองเธอเป็นครั้งคราว เห็นเธอนั่งตัวตรง มือสองข้างกุมกระเป๋าถือไว้แน่นบนตัก สายตามองตรงไปข้างหน้า ไม่กล้ามองมาที่ผมเลย

เมื่อรถจอดติดไฟแดงที่สี่แยกแห่งหนึ่ง ผมตัดสินใจที่จะทำลายกำแพงทางกายภาพอีกครั้ง ผมค่อยๆ เอื้อมมือขวาของผมไปวางทับบนมือของเธอที่วางอยู่บนตักเบาๆ

อรสะดุ้งเฮือก เธอหันขวับมามองผมด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง

"ไม่ต้องเกร็งนะครับ" ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มนุ่มที่สุดเท่าที่จะทำได้ พร้อมกับส่งยิ้มที่อบอุ่นไปให้ "พี่ไม่ทำอะไรเราหรอก"

เธอไม่ได้ตอบอะไร แต่ก็ไม่ได้ชักมือกลับ ผมจึงถือโอกาสบีบมือของเธอเบาๆ หนึ่งครั้งก่อนจะปล่อยแล้วหันกลับไปสนใจการขับรถต่อ... แต่ผมรู้ดีว่าสัมผัสเมื่อครู่มันได้ส่งกระแสไฟฟ้าแล่นตรงเข้าสู่หัวใจของเธอเรียบร้อยแล้ว

ไม่นานนักเราก็มาถึงคอนโดของผม ผมพาเธอเดินผ่านล็อบบี้ที่หรูหรา ขึ้นลิฟต์แก้วที่มองเห็นวิวเมืองยามเย็น ผมสังเกตเห็นแววตาที่ตื่นตาตื่นใจของเธอ ทุกอย่างที่นี่คงจะดูใหม่และน่าประทับใจสำหรับเด็กจบใหม่อย่างเธอ

ผมไขกุญแจแล้วเปิดประตูห้องของผมออก "เชิญครับ" ผมผายมือให้เธอเข้าไปก่อน

อรค่อยๆ ก้าวเข้ามาในห้องอย่างระมัดระวัง เธอกวาดตามองไปรอบๆ ห้องนั่งเล่นของผมที่ตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นลอฟท์อย่างเรียบง่ายแต่ดูดี สายตาของเธอไปหยุดอยู่ที่ชุดโฮมเธียเตอร์ขนาดใหญ่ที่ติดตั้งอยู่บนผนัง

"โห... อลังการจังเลยค่ะ" เธออุทานออกมาเบาๆ

ผมยิ้มรับ "พี่ชอบดูหนังน่ะครับ... ดื่มอะไรหน่อยไหม? น้ำเปล่า น้ำผลไม้ หรือว่า...ไวน์?"

ผมเอ่ยปากชวนอย่างเป็นกันเอง แต่การเสนอ "ไวน์" เข้าไปในตัวเลือก คือการหย่อนเบ็ดอีกครั้งอย่างมีชั้นเชิง

อรหันมามองผม เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง... ตอนนี้เธอได้ก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาในถ้ำของหมาป่าแล้วโดยสมบูรณ์ ประตูได้ปิดลงเบื้องหลัง และมีเพียงเราสองคนเท่านั้นที่อยู่ ณ ที่นี้

"ขอน้ำเปล่า... ก็พอค่ะ" เธอตอบเสียงเบา

ผมพยักหน้ารับแล้วเดินเข้าครัวไป... ในใจก็กำลังคิดถึงแผนการขั้นต่อไป ว่าจะทำอย่างไรให้กาแฟแก้วแรกของเธอ... นำไปสู่บทเรียนรักที่เธอจะไม่มีวันลืม

ผมเดินนำแก้วน้ำเย็นกลับมาจากในครัว วางลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าอร เธอกล่าวขอบคุณเสียงเบา ผมสังเกตเห็นว่าเธอยังคงยืนอยู่กลางห้อง ไม่กล้านั่งลงบนโซฟาของผม ราวกับว่ามันเป็นเขตหวงห้าม

"นั่งก่อนสิครับ จะได้สบายๆ" ผมพูดพลางทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาหนังตัวยาว เว้นที่ว่างข้างๆ ไว้ให้เธออย่างจงใจ "จะดูเรื่องอะไรดีล่ะวันนี้"

ผมหยิบรีโมทขึ้นมา เปิดชุดโฮมเธียเตอร์จอใหญ่ให้ทำงาน เสียงรอบทิศทางที่ดังกระหึ่มขึ้นมาชั่วครู่ก่อนจะเข้าสู่หน้าจอเมนูหลักทำให้เธอดูตื่นตาตื่นใจ ผมเลือกเปิดหนังอาร์ตสัญชาติยุโรปเรื่องหนึ่งที่ผมเคยอ่านรีวิวมา มันเป็นหนังที่ภาพสวยงามแต่เนื้อหาค่อนข้างซับซ้อนและต้องใช้การตีความ... เป็นหนังที่เหมาะที่สุดสำหรับการสร้างบรรยากาศและหาเรื่องชวนคุย

อรค่อยๆ เดินมานั่งลงบนโซฟา แต่เธอก็เลือกนั่งที่มุมโซฟาอีกฝั่งหนึ่ง ทิ้งระยะห่างระหว่างเราไว้มากพอสมควร ผมไม่ได้ว่าอะไร ผมรู้ดีว่าเกมนี้ต้องใช้ความใจเย็น

หนังเริ่มฉายไปได้ประมาณสิบห้านาที บรรยากาศในห้องเงียบสงบ มีเพียงเสียงบทสนทนาภาษาต่างประเทศและดนตรีประกอบที่ดังออกมาจากลำโพง ผมไม่ได้สนใจเนื้อหาในหนังมากนัก แต่กลับใช้สมาธิทั้งหมดไปกับการสังเกตท่าทีของอร เธอดูตั้งใจดูหนังมาก แต่ในขณะเดียวกันก็แอบมีความประหม่าฉายชัดออกมาจากการที่เธอคอยขยับท่านั่งอยู่เรื่อยๆ

ผมใช้จังหวะที่แอร์ในห้องเริ่มเย็นลงเป็นข้ออ้าง

"แอร์เย็นไปไหมครับ?" ผมถามขึ้น

"นิดหน่อยค่ะ" เธอตอบพลางลูบแขนตัวเอง

"รอแป๊บนะ" ผมลุกขึ้นเดินไปหยิบผ้าห่มผืนบางที่พับเก็บไว้อย่างดีในตู้ข้างทีวีมาให้ ผมเดินกลับมาที่โซฟา แล้วค่อยๆ คลี่ผ้าห่มออกคลุมให้เธอตั้งแต่ช่วงไหล่ลงไปจนถึงขา และในจังหวะที่ผมจัดผ้าห่มให้นั้นเอง ผมก็จงใจปล่อยให้หลังมือของผมได้สัมผัสกับหัวไหล่ของเธออย่างแผ่วเบา

ผมรู้สึกได้ว่าเธอสะดุ้งเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ขยับหนี ผมจึงแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วกลับไปนั่งที่เดิม... แต่ครั้งนี้ ผมขยับเข้าไปใกล้เธอมากกว่าเดิมเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างเราลดลงจากหนึ่งช่วงแขนเหลือเพียงแค่ช่วงศอกเท่านั้น

เรานั่งดูหนังกันต่อไปในความเงียบ แต่ตอนนี้บรรยากาศมันได้เปลี่ยนไปแล้ว มันมีความตึงเครียดที่น่าอึดอัดแต่ก็แฝงไปด้วยความวาบหวามเข้ามาแทนที่ ผมรู้สึกได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของเธอที่อยู่ไม่ไกล ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูจากเส้นผมของเธอ... มันปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวผมให้ตื่นขึ้นมาอย่างช้าๆ

ผมรอคอยจังหวะที่เหมาะสม... และมันก็มาถึงในฉากที่พระเอกกับนางเอกในเรื่องกำลังยืนมองตากันอย่างมีความหมายท่ามกลางสายฝน เป็นฉากที่เงียบ ไม่มีบทพูด มีเพียงเสียงเปียโนที่เศร้าสร้อย

ผมหันไปมองอร... เธอจ้องมองจอทีวีตาไม่กระพริบ ราวกับกำลังอินไปกับอารมณ์ของตัวละคร

"อร..." ผมเรียกชื่อเธอเบาๆ

เธอหันมามองผม ดวงตากลมโตของเธอฉายแววสงสัย "คะ?"

ผมจ้องลึกลงไปในดวงตาของเธอ ใช้สายตาที่อ่อนโยนที่สุดสื่อความรู้สึกออกไป "...พี่ขอโทษนะ"

"ขอโทษเรื่องอะไรเหรอคะ?" เธอถามด้วยความไม่เข้าใจ

ผมค่อยๆ เลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้เธอช้าๆ จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเธอที่เป่ารดใบหน้าของผม

"...ที่พี่จะทำแบบนี้"

ผมพูดจบก็ประทับริมฝีปากของผมลงบนริมฝีปากบางที่สั่นระริกของเธออย่างนุ่มนวล

อรตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะด้วยความตกใจ จูบแรกของเรามันเป็นเพียงการสัมผัสที่อ่อนโยนและเชื่องช้า ผมไม่ได้รุกล้ำเข้าไป แต่เป็นเพียงการหยั่งเชิงและรอคอยการตอบสนองจากเธอ... เพื่อให้เธอรู้สึกว่าเธอไม่ได้ถูกบังคับ

และเมื่อเธอไม่ได้ผลักไสผมออก... ผมก็รู้ว่าผมได้รับอนุญาตแล้ว

ผมค่อยๆ เพิ่มความลึกซึ้งให้กับจูบนั้น ใช้ลิ้นของผมดุนดันริมฝีปากของเธอเบาๆ เป็นการขออนุญาตอีกครั้ง และเธอก็เผยอปากตอบรับผมอย่างลังเล ผมจึงสอดลิ้นเข้าไปสำรวจความหอมหวานในโพรงปากของเธอเป็นครั้งแรก... เธอจูบตอบอย่างไม่ประสีประสา มันเป็นจูบที่เก้ๆ กังๆ แต่ก็เต็มไปด้วยความบริสุทธิ์ที่ทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

มือของผมเลื่อนขึ้นไปประคองใบหน้าของเธอไว้ ในขณะที่มืออีกข้างก็ค่อยๆ เลื่อนไปโอบเอวของเธอ ดึงรั้งร่างของเธอให้เข้ามาแนบชิดจนไม่มีช่องว่าง เสียงภาพยนตร์ที่เคยดังอยู่รอบตัวบัดนี้ได้เงียบหายไป... ในโลกของเราตอนนี้มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวและเสียงจูบอันดูดดื่มของเราสองคนเท่านั้น

ผมค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง เราสองคนหอบหายใจเล็กน้อย หน้าผากของเรายังคงจรดกันอยู่ อรหลับตาพริ้ม ใบหน้าของเธอแดงก่ำ... เธอพ่ายแพ้ให้กับเกมของผมแล้วโดยสิ้นเชิง

ผมโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า "ไปต่อกันที่ห้องนอนนะ... คนดี"

อรไม่ได้ตอบอะไร... เธอทำเพียงแค่พยักหน้าเบาๆ เป็นการยินยอม

ผมช้อนร่างของเธอขึ้นอุ้มในอ้อมแขน... เธอดูตกใจเล็กน้อยแต่ก็รีบใช้แขนโอบรอบคอผมไว้แน่น ผมพาเธอเดินเข้าสู่สมรภูมิรักที่ผมได้เตรียมการไว้... ห้องนอนของผม

วินาทีที่ผมวางร่างของเธอลงบนเตียงนอนที่นุ่มสบาย... ผมก็รู้ดีว่าคืนนี้...

ลูกแกะตัวน้อยกำลังจะถูกหมาป่ากลืนกินทั้งตัวแล้ว





#1
เสือกำลังเล่นกับลูกแกะ

#2
ลูกแกะที่ไร้เดียงสาอ่อนต่อโลก



/index.php?topic=251273.510บาปสวาท พงษ์เทพ กระเด้าชำนาญ/index.php?topic=232127.45/index.php?topic=155626.0/index.php?topic=190773.15/index.php?action=profile;area=showposts;u=326994/index.php?topic=266787.0หมอสาวไฮโซกับเด็กชายทั้งสาม/index.php?topic=199949.15/index.php?topic=247752.0จอย คุณหนูร่านสวาท ลุงหนาน site:two-hitchhikers.ru/index.php?action=profile;u=404610;area=showposts;start=90/index.php?topic=202450.1650/index.php?topic=243712.0/index.php?topic=230314.690/index.php?topic=226706.0/index.php?topic=255605.510/index.php?topic=286990.0/index.php?topic=287994.45/index.php?topic=261528.15/index.php?topic=167517.45/index.php?topic=232830.525chase_panties kimnaheeวีเจขนุน นม/index.php?topic=265494.0/index.php?topic=276149.15หนูเดือน หนูดาวคลิปใหม่น้องพริก789/index.php?topic=180953.0/index.php?topic=287843.0/index.php?topic=230095.180/index.php?topic=194945.1365/index.php?topic=234780.660/index.php?topic=180979.255คำสั่งราคะ ภาคพรีม/index.php?PHPSESSID=kul7oda4sd0gh60rfajq8qsrbp&topic=182282.2145/index.php?topic=230285.15/index.php?topic=268480.0/index.php?topic=289668.30สงสารพุดเดิ้ลที่บ้านโดนเจ้าตองข่มขืน ตอนที่ 1/index.php?topic=185757.60/index.php?topic=80794.0/index.php?topic=244918.150/index.php?topic=221567.0XONLY8 Return! เรื่องเล่าประสบกามเสียว/index.php?topic=288865.420/index.php?topic=247575.180/index.php?topic=230141.165/index.php?topic=289806.45/index.php?topic=273661.360ประสบการณ์เสียว ช่วงมืดของชีวิตเล่าเรื่องเสียวเมียโดนของใหญ่/index.php?topic=231950.0/index.php?topic=167232.45/index.php?board=11.9900/index.php?PHPSESSID=kul7oda4sd0gh60rfajq8qsrbp&topic=182282.2145/index.php?action=kitsitemap&board=1.4750อาถรรพ์ปลัดขิกxonlyคลิปใหม่น้องพริก789/index.php?topic=256079.30/index.php?topic=285895.225/index.php?topic=265482.315โจ้อาจารย์ เรื่องเสียว ตอนที่3/index.php?topic=170861.30/index.php?topic=211889.345/index.php?board=49.2500/index.php?topic=200426.135/index.php?topic=86421.0/index.php?topic=237360.0/index.php?topic=225550.0Two-hitchhikers.ru สาวให(ญ่คุณแม่แสนหวานกับคนงานข้างห้อง/index.php?topic=168163.45| two-hitchhikers.ru/index.php?topic=264463.210/index.php?topic=272816.0/index.php?topic=278983.0/index.php?topic=230314.690Two-hitchHikers.ru แคสติ่ง/index.php?action=profile;u=31438;area=showposts;start=45/index.php?topic=104586.0น้องเป็นสาวแว่น แจ่มโฮกกกกก/index.php?topic=251426.105/index.php?topic=233565.225เรื่องเสียวจอมคนโลกใหม่/index.php?topic=168163.45/index.php?topic=195002.810/index.php?topic=241326.60/index.php?topic=236005.480/index.php?topic=230182.210