• Welcome to 🧡 XONLY 🧡.
 

ข่าว:

ปัญหาโดนแบนมั่วได้รับการแก้ไขแล้วครับ ขออภัยในความไม่สะดวกด้วยครับ ::Thankyou::

Main Menu

หลักสูตรร้อนอ้อนรัก - Lustlow R Zuse (บทเรียนที่ 34)

เริ่มโดย lustlow, มกราคม 26, 2026, 10:34:44 หลังเที่ยง

-

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

นิยายเรื่องนี้สามารถอ่านฟรี จนจบเรื่องครับ อัพเดททุกวันจันทร์

ขอให้สนุกกับนิยายครับ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ที่คอมเม้นเลยนะครับ

===========================

พัดลมเพดานยังคงส่งเสียงหมุนส่ายดังก้องในความเงียบหลังสิ้นเสียงกริ่งสอบวิชาสุดท้าย รัฐขยับลุกขึ้นยืนช้า ๆ แผ่นหลังกว้างทาบทับแสงแดดยามเย็นที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างจนเกิดเงาทอดยาวไปถึงโต๊ะของครูอิ๋ม เขาก้าวเดินเข้าไปหาหญิงสาวที่กำลังรวบรวมกระดาษคำตอบด้วยท่าทีนิ่งสงบ ทว่าแววตาที่อยู่หลังกรอบแว่นกลับคมปลาบประหนึ่งใบมีดที่พร้อมจะกรีดลึกลงไปบนความสงสัยของอีกฝ่าย
"ดูเหมือนคุณจะมองผมด้วยสายตาแบบนั้นมาตลอดทั้งเทอมเลยนะ... ครูอิ๋ม" รัฐเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ก้องอยู่ในลำคอ ขณะหยุดยืนห่างจากเธอเพียงก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ของครูสาวเริ่มแตะจมูกเขา รสสัมผัสของบรรยากาศมาคุเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความต้องการที่ดิบเถื่อน
ครูอิ๋มชะงักมือที่กำลังจัดปึกกระดาษ เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มท้าทายที่มุมปากยังไม่เลือนหายไปไหน "สายตาแบบไหนหรือคะ? หรือว่าเป็นสายตาที่กำลังพยายามมองให้ทะลุหน้ากากครูผู้ใจดีที่คุณสวมอยู่..."
รัฐนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ คลี่ยิ้มสุภาพที่มุมปาก แววตาของเขาดูว่างเปล่าและใสซื่อเสียจนคนมองเริ่มไม่แน่ใจในสิ่งที่ตัวเองพูด "ผมไม่แน่ใจว่าคุณกำลังจินตนาการถึงเรื่องอะไรอยู่กันแน่ครูอิ๋ม... ข้อสันนิษฐานบางเรื่องที่ดูเหมือนคุณจะพยายามโยงมันเข้าหาผมให้ได้"
เขาขยับก้าวเข้าชิดอีกเพียงครึ่งก้าว ไม่ได้รุกรานจนดูคุกคาม แต่กลับเป็นระยะที่ทำให้เธอต้องเงยหน้ามองเขาจนสุดลำคอ "ถ้าความสงสัยของคุณมันทำให้คุณอึดอัดใจขนาดนั้น ผมว่าเราควรหาคำตอบให้มันชัดเจนดีกว่าไหมครับ... เพื่อความบริสุทธิ์ใจของผม และเพื่อความสบายใจของครูเอง"
"หมายความว่ายังไงคะ?" อิ๋มขมวดคิ้ว ความมั่นใจในน้ำเสียงเริ่มสั่นคลอนเมื่อเผชิญกับท่าทีนิ่งสงบเกินคาดของคนตรงหน้า
"เย็นนี้ว่างมั้ยครับ ไปกินข้าวด้วยกันหน่อย" เขากระซิบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าแฝงกระแสกดดันบางอย่างที่มองไม่เห็น "ถ้าคุณอยากจะพิสูจน์ว่า 'หน้ากาก' ที่ผมสวมอยู่มันมีจริงไหม หรืออยากจะเห็นสิ่งที่ผม 'ปิดบัง' ไว้จริง ๆ... ผมยินดีจะคุยกับครูครับ เราจะได้คุยกันให้จบว่าผมเป็นครูแบบที่คุณคิด... หรือเป็นแค่ผู้ชายคนหนึ่งที่ถูกคุณปรักปรำโดยไร้หลักฐาน"
เขายื่นมือออกไปประคองปลายนิ้วของเธอเบา ๆ เหมือนจะช่วยรวบปึกกระดาษคำตอบ สัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือหนาที่แตะโดนผิวเนื้อเพียงนิดทำให้ใจของครูสาวกระตุกวูบ "ว่าไงครับครูอิ๋ม... กล้าพอจะรับคำขอผมไหม? หรือคุณถนัดแค่การตั้งข้อสงสัยอยู่ห่าง ๆ แบบนี้"
แววตาของรัฐในยามนี้ดูเรียบเฉย ทว่าลึกลงไปกลับมีความท้าทายที่เยือกเย็นแฝงอยู่ ราวกับเขากำลังขุดหลุมพรางที่ปูด้วยความสุภาพ และเธอก็เป็นเหยื่อที่กำลังจะก้าวลงไปเพียงเพราะความอยากเอาชนะของตัวเอง
อิ๋มพิเคราะห์ใบหน้าเนียนนิ่งของคนตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นระรัว ความเงียบปกคลุมห้องเรียนอยู่ครู่ใหญ่ก่อนที่เธอจะเม้มริมฝีปากแน่นอย่างใช้ความคิด ความอยากเอาชนะและการอยากรู้ความจริงกำลังตีกันอยู่ในหัว "ก็ได้ค่ะ... งั้นฉันเลือกสถานที่เองนะคะ แต่ว่า... เพื่อความสบายใจของฉัน ฉันขอพา 'แฟน' ของฉันไปด้วยได้หรือเปล่าคะ?"
รัฐนิ่งไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะคลี่ยิ้มกว้างอย่างสุภาพ แววตาหลังกรอบแว่นนุ่มนวลลงอย่างแนบเนียนจนน่าใจหาย "ไม่มีปัญหาครับ พามาด้วยสิครับ ยิ่งคนเยอะก็น่าจะยิ่งสนุก"
เขาปล่อยมือจากปลายนิ้วเธอช้า ๆ กระชับแฟ้มในมือไว้แน่น ก่อนจะหันหลังเตรียมก้าวออกจากห้องคุมสอบ แต่แล้วเขาก็หยุดชะงักเล็กน้อย หันกลับมามองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออกอีกครั้ง "ถือว่าเป็นการเลี้ยงฉลองก่อนปิดภาคเรียนแล้วกันนะครับ... แล้วเจอกันครับครูอิ๋ม"
รัฐเดินจากมาพร้อมกับรอยยิ้มจางที่ยังค้างบนมุมปาก ทิ้งให้ครูสาวเจ้าของความสงสัยยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางเงาสลัวยามเย็นเพียงลำพัง โดยที่เธอหารู้ไม่ว่า การดึงบุคคลที่สามเข้ามาในเกมนี้ อาจไม่ใช่การสร้างเกราะกำบังอย่างที่เธอคิด แต่มันอาจเป็นการหยิบยื่น "เหยื่อ" ชิ้นใหม่ให้แก่นักล่าผู้เลือดเย็นคนนี้โดยไม่ตั้งใจ
ไอแดดสีส้มของวันสุดท้ายในการสอบระเหยหายไป แทนที่ด้วยลมเย็นเยียบของหัวค่ำที่พัดพาเอากลิ่นหอมของน้ำซุปและควันจากกระทะเหล็กอบอวลไปทั่วร้านข้าวต้มเจ้าดังประจำอำเภอ รัฐนั่งนิ่งอยู่ในมุมที่มองเห็นหน้าร้านได้ถนัดตา ท่วงท่าของเขายังคงนิ่งสงบดุจผิวน้ำที่ไร้ระลอก สวมเพียงเสื้อเชิ้ตที่ปลดกระดุมคอเม็ดบนออกพอให้ดูผ่อนคลายแต่ยังคงความเนี้ยบในที นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนขอบโต๊ะเป็นจังหวะเนิบช้าขณะที่เขาปัดข้อมือดูนาฬิกาเรือนสีเงิน
สิบนาที... คือเวลาที่ครูอิ๋มล่วงเลยนัดไปแล้ว
เขาสูบฉีดความประหลาดใจเข้าไปในอกเพียงแผ่วเบา เพราะคนอย่างกชกรที่ดูเจ้าระเบียบและถือศักดิ์ศรีในหน้าที่การงานยิ่งกว่าสิ่งใด ไม่น่าจะยอมเสียความน่าเชื่อถือด้วยเรื่องพื้นฐานอย่างการตรงต่อเวลา
สายตาคมปลาบของรัฐเลื่อนไปมองทางหน้าร้านอีกครั้ง ทันทีที่ร่างระหงของครูสาวปรากฏกายขึ้น เธอไม่ได้สง่างามเหมือนตอนอยู่หน้าเสาธง แต่กลับกึ่งวิ่งกึ่งเดินกระหืดกระหอบเข้ามาเพียงลำพัง ใบหน้าที่เคยแต่งแต้มมาอย่างดีบัดนี้ด้วยเหงื่อเม็ดเล็กและมีความตื่นตระหนกพาดผ่านดวงตาคู่นั้นอย่างชัดเจน รัฐขยับยิ้มบางตรงมุมปาก รอยยิ้มที่สุภาพทว่าเยือกเย็นสลายอากาศที่บีบคั้นรอบตัวเขาขณะที่เขาลุกขึ้นยืนเพื่อต้อนรับเธอ
"ทางนี้ครับครูอิ๋ม ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ ผมรอได้ครับ" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มชวนฟัง ขณะที่เลื่อนเก้าอี้ให้นางเอกผู้ก้าวพลาดอย่างเป็นสุภาพบุรุษ
อิ๋มทรุดตัวลงนั่ง หายใจหอบจนทรวงอกนุ่มภายใต้ชุดขยับขึ้นลงเป็นจังหวะถี่กระชั้น เธอพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติแต่ฝ่ามือที่วางบนโต๊ะกลับสั่นน้อย ๆ อย่างเห็นได้ชัด รัฐสังเกตเห็นอาการนั้นทันทีแต่เขากลับทำเป็นมองข้ามไป สายตากวาดมองไปที่ความว่างเปล่าเบื้องหลังเธอครู่หนึ่งก่อนจะเบนกลับมาสบตาเธออย่างจริงจัง
"แล้ว... แฟนของคุณล่ะครับ?" เขาถามด้วยน้ำเสียงสงสัยปนความเห็นอกเห็นใจ ราวกับกังวลว่าจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับบุคคลที่สามที่เธออ้างถึง "มีอุบัติเหตุอะไรเกิดขึ้นระหว่างทางหรือเปล่าครับ หรือว่าเขาจะตามมาทีหลัง?"
รัฐเอียงคอเล็กน้อย แววตาดูใสซื่อจนแทบมองไม่เห็นเขี้ยวเล็บที่ซ่อนอยู่ข้างใน เขาจงใจทิ้งช่วงคำถามให้ยาวนานพอที่จะบีบเค้นความจริงออกจากปากของครูสาวที่ดูเหมือนจะเดินหลงเข้ามาในหลุมพรางที่เขาขุดไว้ตั้งแต่ตอนยังไม่ออกจากรั้วโรงเรียนด้วยซ้ำไป
"คือว่า... เขา..." อิ๋มตะกุกตะกัก หลบสายตาคมกริบที่เหมือนจะมองทะลุเข้าไปถึงก้นบึ้งของความคิดเธอ
"ถ้าเขามาไม่ได้ก็ไม่เป็นไรครับ" รัฐแทรกขึ้นพร้อมเสียงหัวเราะเบา ๆ ในลำคอที่เป็นเอกลักษณ์ "ถือซะว่ามื้อนี้ผมเลี้ยงฉลองให้เราสองคน... ในฐานะเพื่อนร่วมงานที่ 'สนิทใจ' กันมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนก็แล้วกันนะครับ"
เขาสั่งน้ำชามาวางตรงหน้าเธอช้า ๆ ปลายนิ้วอุ่นจัดจงใจแตะถูกหลังมือเธอเพียงเสี้ยววินาที สัมผัสนั้นเบาบางแต่แฝงไปด้วยอำนาจบางอย่างที่สยบความตื่นตระหนกของเธอให้กลายเป็นความอึดอัดที่แสนจะยั่วยวนแทน
"ว่าแต่... สั่งอะไรทานดีครับครูอิ๋ม? ร้านนี้ของอร่อยเยอะนะ"
ควันกรุ่นจากหม้อข้าวต้มใบใหญ่หน้าร้านปลิวไสวตามแรงลมค่ำคืน รัฐค่อย ๆ บรรจงรินน้ำชาลงในแก้วของครูสาวอย่างเนิบช้า ท่ามกลางเสียงตะหลิวเคาะกระทะที่ดังเป็นจังหวะรอบตัว แต่กลับรู้สึกเหมือนมีเพียงเขากับครูอิ๋มที่ถูกกักขังอยู่ในบรรยากาศหน่วงหนักนี้เพียงลำพัง
ครูอิ๋มยกแก้วชาขึ้นจิบเบา ๆ ดวงตาที่เริ่มกลับมานิ่งสนิทจ้องมองชายตรงหน้าอย่างค้นคว้าก่อนจะเอ่ยขึ้น "ขอโทษจริง ๆ ค่ะที่แฟนของฉันมาไม่ได้กะทันหัน แต่ก็น่าแปลกนะคะ... ทั้งที่ตั้งใจจะมาดูหน้าคนที่ทำให้โรงเรียนเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เขากลับติดธุระด่วนขึ้นมาเสียดายแทนเขาจริง ๆ ค่ะ"
รัฐเพียงแค่พยักหน้าช้า ๆ รอยยิ้มจาง ๆ บนใบหน้าเขายังดูอบอุ่นและสุภาพเช่นเดิม "ไม่เป็นไรครับ ความตั้งใจสำคัญกว่าผลลัพธ์เสมอ เหมือนกับที่คุณครูพยายามจะ 'เข้าใจ' วิธีการทำงานของผมมาตลอดเทอมนั่นแหละครับ ผมถือว่าเป็นเกียรติมากที่มีคนใส่ใจรายละเอียดขนาดนี้"
"ใส่ใจเพราะมันน่าอัศจรรย์ใจยังไงล่ะคะครูรัฐ" อิ๋มวางแก้วชาลง กระแทกพื้นโต๊ะเบา ๆ เป็นสัญญาณของการเริ่มรุก "ครูทำในสิ่งที่ฉันพยายามมาหลายปีแต่ล้มเหลว... การเปลี่ยน 'ทีมดำ' ให้กลับเข้าแถวได้เพียงชั่วข้ามคืน ฉันอดสงสัยไม่ได้จริง ๆ ว่าตำราบทไหนของครูที่สามารถสยบเด็กที่ไม่มีใครเอาได้อย่างราบคาบขนาดนั้น หรือว่า... ครูมีวิธีการ 'พิเศษ' ที่ไม่มีสอนในวิชาครูกันแน่?"
รัฐเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ไม้ สายตาที่มองเธอดูละมุนทว่าลึกล้ำ "ตำราสอนให้เราดูแลเด็กด้วยความเมตตาครับครูอิ๋ม ซึ่งผมเห็นด้วย... แต่โลกความเป็นจริงมันไม่ได้สวยงามขนาดนั้น เด็กบางคนเติบโตมาในที่ที่มีแต่ความมืด สิ่งเดียวที่เขาจะมองเห็นและยอมรับไม่ใช่แสงสว่างที่แสบตา แต่คือ 'เงา' ที่ใหญ่กว่าและมั่นคงพอจะให้เขาพิงได้ต่างหาก"
"เงาที่ใหญ่กว่า?" เธอยกคิ้วขึ้น น้ำเสียงเริ่มแหลมคมขึ้นทีละนิด "ฟังดูเหมือนครูกำลังบอกว่า... ครูไม่ได้ใช้ความรักนำทาง แต่ใช้ 'อำนาจ' ที่เหนือกว่าในการกดทับพวกเขาไว้อย่างนั้นหรือคะ?"
"ผมเรียกว่า 'ความเข้าใจในธรรมชาติของแรงขับ' ครับ" รัฐตอบด้วยเสียงทุ้มนุ่มทว่าคมกริบ "อุดมคติคือจุดหมาย แต่กลวิธีคือพาหนะครับครูอิ๋ม เราอยากให้เด็กเป็นคนดีนั่นคือปลายทาง แต่ระหว่างทางถ้าเราไม่เข้าไปคลุกคลีกับความดิบเถื่อนในใจเขา ไม่ลงไปแตะต้องบาดแผลที่เขามี เราก็จะเป็นได้แค่ครูที่ยืนอยู่บนหอคอยงาช้างคอยตะโกนบอกให้คนในโคลนล้างตัวให้สะอาด ทั้งที่มือเราเองยังไม่ยอมเปื้อนแม้แต่ปลายนิ้วเลยด้วยซ้ำ"
อิ๋มชะงักไปครู่หนึ่ง คำพูดของรัฐช่างงดงามและกินใจจนเธอเกือบจะคล้อยตาม แต่สัญชาตญาณบางอย่างยังเตือนว่าผู้ชายคนนี้อันตรายเกินไป "แล้วถ้ามือที่ยอมเปื้อนนั้น... เกิดลืมไปว่าเป้าหมายคือการล้างโคลน แต่กลับกลายเป็นสนุกกับการเล่นโคลนเสียเองล่ะคะ? ครูรัฐแน่ใจจริง ๆ หรือว่าสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ คือการช่วยพวกเขา... ไม่ใช่การสนองตัณหาในการควบคุมของตัวเอง?"
รัฐหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูจริงใจจนน่าใจหาย "ความฉลาดของคุณนี่เองที่เป็นเสน่ห์ที่สุด... ครูอิ๋ม สำหรับผม อุดมการณ์ที่จับต้องไม่ได้ก็คืออากาศครับ และผมไม่ใช่คนที่ชอบหายใจทิ้งไปวัน ๆ การที่เด็กเหล่านั้นกลับมาเรียน มีระเบียบ และมีที่พึ่ง ไม่ว่าเบื้องหลังมันจะเป็นอย่างไร ผลลัพธ์ที่เกิดกับโรงเรียนและตัวเด็กคือสิ่งที่จับต้องได้ที่สุดไม่ใช่หรือครับ?"
เขาโน้มตัวเข้าหาเธอเล็กน้อย ลดเสียงลงจนเหมือนเป็นการกระซิบกระซาบที่มีเพียงสองคน "มื้อนี้ผมเลี้ยงฉลองให้ความสงสัยของคุณครับ เพราะมันทำให้ผมรู้ว่าในโรงเรียนนี้ ยังมีคนที่ 'มีชีวิต' และ 'กล้าตั้งคำถาม' จริง ๆ เหลืออยู่... และเชื่อเถอะครับ ว่าสิ่งที่ผมปิดบังไว้ มันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่ครูคิดหรอก แต่มันอาจจะ 'เย้ายวน' จนครูไม่อยากให้มันเป็นแค่เรื่องสงสัยอีกต่อไปเลยก็ได้"
ก่อนที่ประโยคหยั่งเชิงถัดไปของครูอิ๋มจะทันได้หลุดจากริมฝีปาก เด็กเสิร์ฟวัยรุ่นในผ้ากันเปื้อนสีตุ่นก็ถลันเข้ามาขัดจังหวะพร้อมสมุดจดออเดอร์ในมือ รัฐขยับยิ้มสุภาพพลางผึ่งเมนูส่งให้หญิงสาวอย่างให้เกียรติ ทั้งคู่เลือกสั่งอาหารจานเด่นของร้านอย่างผัดผักบุ้งไฟแดงกรอบ ๆ ยำกุนเชียงรสจัด และเป็ดพะโล้เนื้อนุ่มมาวางกลางโต๊ะอย่างรวดเร็ว บรรยากาศการปะทะคารมถูกคั่นด้วยเสียงเคี้ยวและเสียงช้อนกระทบจานเบา ๆ ท่ามกลางบทสนทนาเรื่องสัพเพเหระของโรงเรียนที่ดูเหมือนจะเป็นการพักรบเพียงชั่วคราว
"จะว่าไป... ฉันยังสงสัยเรื่องหนึ่งไม่หายนะคะครูรัฐ" อิ๋มเอ่ยขึ้นหลังจากกลืนข้าวต้มอุ่น ๆ ลงคอ สายตาที่เริ่มกลับมาคมปลาบจับจ้องไปที่ใบหน้าเนียนนิ่งของชายตรงหน้าอย่างไม่กะพริบ
"คนที่มีความสามารถระดับคุณ... ทั้งการวางแผนและการจัดการที่เด็ดขาดขนาดนี้ ทำไมถึงถูกสั่งย้ายจากโรงเรียนชั้นนำในตัวเมืองมาอยู่ที่อำเภอเล็ก ๆ แบบนี้ได้ล่ะคะ?"
รัฐวางช้อนลงบนขอบถ้วยอย่างบรรจง ลำคอแกร่งขยับเคลื่อนตามแรงกลืนน้ำชาอย่างเนิบนาบ เขาไม่ได้มีท่าทีตกใจกับคำถามขุดคุ้ยนั้น แต่กลับแค่นยิ้มบางที่ดูเหมือนจะเจือความสมเพชในอดีตอยู่ลึก ๆ
"อุดมการณ์ที่จับต้องได้... มักจะขัดหูขัดตาพวกที่ยึดติดกับหน้าตาในกระดาษเสมอครับ" เขาตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความคมคาย
"ผู้บริหารที่นั่นบางคนชอบผลลัพธ์ที่สวยหรู แต่กลับรับไม่ได้กับกลวิธีที่ใช้เพื่อให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์นั้น พวกเขาอยากให้สวนสะอาดแต่ไม่กล้าแม้แต่จะตัดหญ้าด้วยตัวเอง พอผมเข้าไปจัดการด้วยวิธีที่เห็นผลจริงแต่ไม่ถูกจริตคนโลกสวย... ความขัดแย้งมันก็เลยเลี่ยงไม่ได้"
"หมายความว่าคุณมีปัญหากับเบื้องบน เพราะวิธี 'นอกตำรา' ของคุณอย่างนั้นหรือคะ?" อิ๋มขยับตัวเข้าหาโต๊ะเล็กน้อยเหมือนต้องการเค้นความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้น้ำเสียงที่แสนจะดูดีนั้น
"จะเรียกว่าปัญหาดั่งกำปั้นปะทะกำแพงก็ว่าได้ครับ" เขาสบตาเธอ แววตาหลังกรอบแว่นนิ่งสงบจนน่าเกรงขาม
"ในโลกของอำนาจ คนที่ทำเรื่องจริงมักจะพ่ายแพ้ต่อคนที่ทำเรื่องหลอกตาเสมอ การย้ายมาที่นี่สำหรับผมไม่ใช่บทลงโทษหรอกครับ... แต่มันคือการเปลี่ยนกระดานใหม่ ในที่ที่ไม่มีใครคอยจ้องจะรักษาหน้าตาจนไม่กล้าลงมือทำอะไรเลยต่างหาก... ครูไม่คิดว่าที่นี่ มันเหมาะจะปั้นแต่งให้ยอดเยี่ยมกว่าหรือครับ?"
คำตอบที่ดูเหมือนจะเปิดเผยแต่กลับซ่อนเร้นสาเหตุที่แท้จริงไว้ในเงามืด ทำให้อิ๋มยิ่งรู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ ความเงียบปกคลุมโต๊ะอาหารชั่วขณะ มีเพียงเสียงน้ำแกงเดือดปุดและเสียงบทสนทนาจอแจจากโต๊ะข้างเคียงที่ช่วยระบายความตึงเครียด อิ๋มขยับช้อนในมือช้า ๆ แววตาที่เคยแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยการจับผิดเริ่มอ่อนแสงลงทีละน้อยเมื่อได้ฟังคำตอบที่ดูซื่อตรงและมีน้ำหนักของรัฐ แม้สัญชาตญาณลึก ๆ จะยังคงกระซิบเตือนว่า "ความสมบูรณ์แบบ" ของชายตรงหน้านั้นดูอันตรายเกินไป แต่เธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกวางใจในอุดมการณ์ที่เขาสื่อสารออกมา ราวกับเขาเป็นกระจกที่สะท้อนภาพความล้มเหลวในอดีตของเธอให้กลายเป็นความหวังครั้งใหม่
"แล้วครูอิ๋มล่ะครับ..." รัฐเอ่ยขัดจังหวะความคิดของเธอ น้ำเสียงของเขานุ่มนวลขึ้นกว่าเดิม"คนที่มีไฟและเชื่อมั่นในอุดมคติการเปลี่ยนแปลงคนอย่างคุณ ทำไมถึงเลือกสละโอกาสในตัวจังหวัด แล้วมาบรรจุอยู่ที่อำเภอไกลปืนเที่ยงแบบนี้กันแน่? หรือว่าโรงเรียนเล็ก ๆ แห่งนี้มีอะไรดึงดูดใจมากกว่าความก้าวหน้าในเมืองใหญ่?"
อิ๋มเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา แววตาของเธอวูบไหวเพียงครู่ก่อนจะกลับมามั่นคง "ฉันยังเชื่อเรื่องการให้โอกาสค่ะครูรัฐ เด็กที่นี่ขาดแคลนต้นแบบที่เข้าใจพวกเขาจริง ๆ ฉันอยากเป็นคนคนนั้น คนที่พิสูจน์ว่าการศึกษาไม่ใช่แค่เรื่องในกระดาษ"
เธอนิ่งไปอึดใจหนึ่งก่อนจะคลี่ยิ้มบางที่ดูอ่อนโยนกว่าทุกครั้ง "แต่นั่นก็แค่ส่วนหนึ่งค่ะ เหตุผลส่วนตัวที่ทำให้ฉันตัดสินใจเลือกที่นี่โดยไม่ลังเล... ก็เพราะแฟนของฉันเขาเป็นทหารค่ะ ตอนนี้เขาถูกย้ายมาประจำการอยู่ที่ค่ายทหารในอำเภอใกล้ ๆ นี้เอง ฉันเลยอยากอยู่ใกล้ ๆ เขา เพื่อที่จะได้สร้างอนาคตไปพร้อมกับงานที่ฉันรัก"
รัฐพยักหน้าช้า ๆ รอยยิ้มสุภาพยังคงประดับบนใบหน้า ทว่าแววตากลับวาววับขึ้นอย่างน่าประหลาดเมื่อได้ยินคำว่า "ทหาร" "เป็นเหตุผลที่ยอดเยี่ยมครับ... ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว ดูเหมือนคุณจะเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับ 'พันธนาการ' มากกว่าที่ผมคิดนะครับครูอิ๋ม"
เขายกแก้วน้ำชาขึ้นจิบ ลอบสังเกตท่าทางผ่อนคลายของครูสาวที่เริ่มเปิดใจเล่าเรื่องราวส่วนตัวออกมาอย่างไม่ระวังตัว รัฐรู้ดีว่าข้อมูเรื่อง "แฟนทหาร" นี้ไม่ใช่แค่เรื่องราวความรักทั่วไป แต่มันคือเบี้ยตัวใหม่บนกระดานที่เขาสามารถหยิบมาใช้สอยได้ในอนาคต หากแผนการ "จัดระเบียบ" ของเขาต้องการแรงกดดันที่มากกว่าแค่เรื่องในรั้วโรงเรียน
"แฟนคุณคงภูมิใจนะครับ ที่มีคนอย่างคุณคอยซัพพอร์ตอยู่ใกล้ ๆ" รัฐวางแก้วลงพลางโน้มตัวเข้าไปใกล้เธออีกนิด แววตาคมปลาบจับจ้องไปที่ดวงตาของอิ๋มประหนึ่งนักล่าที่กำลังชื่นชมเหยื่อที่เดินเข้ามาในอาณาเขตอย่างสมยอม
"มื้อนี้ผมชักจะเสียดายที่ไม่ได้เห็นหน้าคนโชคดีคนนั้นขึ้นมาจริง ๆ แล้วสิครับ"
คำพูดของรัฐฟังดูเหมือนคำชมที่แสนธรรมดา ทว่าน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำและแฝงไปด้วยความท้าทายกลับทำให้อิ๋มรู้สึกเย็นวาบที่สันหลังอย่างบอกไม่ถูก ความรู้สึกวางใจเมื่อครู่เริ่มถูกความหวาดระแวงที่ไร้ที่มาจู่โจมอีกครั้ง เมื่อเธอพบว่ายิ่งเธอพยายามรู้จักตัวตนของเขามากเท่าไหร่ เธอกลับยิ่งถลำลึกเข้าไปในเงาไร้ก้นบึ้งมากขึ้นทุกที
แสงไฟนีออนหน้าร้านข้าวต้มส่องสว่างกระทบผิวน้ำขังบนพื้นซีเมนต์เป็นรอยแวววาว รัฐก้าวออกมาหน้าร้านด้วยท่วงท่าสง่างาม หลังจากจัดการค่าใช้จ่ายทั้งหมดอย่างเรียบง่ายและรวดเร็วตามที่เอ่ยปากไว้ เขาเดินเคียงข้างครูอิ๋มมาจนถึงรถเก๋งสีเงินของเธอ ท่ามกลางเสียงแมลงกลางคืนและกลิ่นอายดินหลังฝนซา
"ขอบคุณมากนะคะสำหรับมื้อนี้... และสำหรับคำตอบหลาย ๆ อย่าง" อิ๋มเอ่ยขณะเปิดประตูรถ ความรู้สึกภายในใจของเธอตอนนี้เป็นส่วนผสมที่น่าประหลาด ระหว่างความเลื่อมใสในทัศนคติที่เฉียบคมของเขา กับความระแวงที่ยังคงเตือนสติอยู่ลึก ๆ ว่าผู้ชายคนนี้มี "เงา" ที่ใหญ่เกินกว่าที่เธอจะมองเห็นขอบเขต
รัฐระบายยิ้มสุภาพพลางประคองประตูรถให้เธออย่างให้เกียรติ แววตาหลังกรอบแว่นสะท้อนแสงไฟถนนจนดูวาววับขึ้นมาวูบหนึ่ง "ยินดีครับครูอิ๋ม ... ถึงช่วงปิดเทอมผมจะไม่ได้สอนเด็กในห้อง แต่ก็ยังมีอะไรหลายอย่างที่ต้องจัดการให้เข้าที่เข้าทางอยู่ครับ"
เขาเว้นจังหวะครู่หนึ่ง โน้มตัวลงมาเล็กน้อยเพื่อสบตากับเธอในระยะที่ใกล้ขึ้นจนกลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ของเขาลอยเข้ามากระทบประสาทสัมผัสของครูสาว "ยังไงก็ฝากด้วยนะครับ ถ้าผมทำอะไรข้ามขั้นตอนไป หรือมีเรื่องไหนที่ 'แฟน' ของครูซึ่งเป็นคนในพื้นที่เห็นว่าไม่เหมาะสม ก็ช่วย ๆ กันหน่อยนะครับ... ผมยังอยากทำงานที่นี่ไปอีกนาน"
"ฉันจะจำไว้ค่ะ... ครูรัฐ" อิ๋มยิ้มตอบ พยายามควบคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุดก่อนจะสอดตัวเข้าไปในรถและขับเคลื่อนออกจากริมฟุตบาทไปอย่างช้า ๆ
รัฐยืนนิ่งสงบอยู่ริมถนนเพียงลำพัง มือหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง สายตาคมกริบจดจ้องตามท้ายรถเก๋งสีเงินที่ค่อย ๆ ลับตาไปในความมืด รอยยิ้มสุภาพที่เคยประดับอยู่บนใบหน้าค่อย ๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจนบรรยากาศรอบตัวดูหนาวเหน็บขึ้นมาทันที
"ทหารงั้นเหรอ..." เขาพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงต่ำพร่าที่กลืนไปกับสายลมค่ำคืน มุมปากขยับยิ้มหยันอย่างผู้ที่มองเห็นหมากทุกตัวบนกระดานล่วงหน้า
"อุดมการณ์ที่โอบอุ้มหัวใจน่ะมันงดงามครับอิ๋ม... แต่เดี๋ยวผมจะช่วยสอนให้ครูรู้เอง ว่าเวลาที่หัวใจมันถูกบีบจนแตกสลายใต้ร่างของคนที่ครูสงสัยน่ะ... จะมีใครมาล้างโคลนให้ครูรึเปล่า?"
เขาสูดลมหายใจลึก กลิ่นควันไฟและกลิ่นอายความสดใหม่ของเหยื่อรายถัดไปช่างเย้ายวนเกินกว่าจะปล่อยให้หลุดมือ รัฐหมุนตัวเดินกลับไปยังรถ SUV สีดำของเขาอย่างมั่นคง เตรียมพร้อมสำหรับ "บทเรียนพิเศษ" ที่จะเริ่มเขียนขึ้นในช่วงปิดเทอมนี้
-*-*-*-*-*-*-*-*-
ความสลัวรางที่ถูกแต่งแต้มด้วยแสงไฟจากร้านรวงริมถนน รัฐยืนนิ่งอยู่ใต้เงาไม้ใหญ่ริมทางเดิน ท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงเสียงลมพัดใบไม้ไหว เอกยืนอยู่ข้าง ๆ เขาด้วยท่าทีเกรงขาม สายตาทั้งคู่จดจ้องไปยังหัวโค้งถนนที่กลุ่ม "ทีมเขียว" กำลังบิดมอเตอร์ไซค์รวมตัวกันเป็นระลอก เสียงเครื่องยนต์ที่แผดก้องและแสงไฟหน้าจากรถหลายสิบคันที่วูบวาบไปมาสะท้อนให้เห็นถึงความคึกคะนองของกลุ่มอิทธิพลวัยรุ่นที่คิดว่าตนเองเป็นเจ้าของถนนเส้นนี้
"ไอ้พวกนี้มันรวมคนมาเวลานี้ทุกอาทิตย์ครับครู... รวมได้ยี่สิบกว่าคัน" เอกเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดพลางขยับตัวอย่างไม่เป็นสุขนัก
"ยี่สิบสามคัน... ไม่ใช่ยี่สิบ" รัฐขัดจังหวะด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่เด็ดขาด สายตาคมปลาบหลังกรอบแว่นไม่ได้สั่นไหวไปกับจำนวนที่เพิ่มขึ้นแม้แต่น้อย
เอกนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งอย่างอึ้งในความแม่นยำของครูหนุ่มที่มองทะลุทุกความเคลื่อนไหว ก่อนจะถามต่อด้วยความกังวล "แล้วครูจะเอายังไงต่อครับ"
"พรุ่งนี้ผมจะเข้าไปหาพี่ยอดที่ร้าน..." รัฐกล่าวพลางปรับปกเสื้อเชิ้ตให้เข้าที่ ท่วงท่าของเขาดูสุขุมจนแทบจะกลายเป็นความเย็นชา
"ครูจะมาแต่เช้าเลยรึเปล่าครับ? ผมจะได้บอกพี่ผมไว้ล่วงหน้า" เอกถามต่อด้วยความกระตือรือร้น
"ช่วงบ่ายครับเอก... ส่วนตอนเช้าผมมีธุระสำคัญกว่านั้น" รัฐตอบพร้อมกับคลี่ยิ้มบางที่ดูอารมณ์ดีอย่างน่าประหลาด แววตาของเขาดูผ่อนคลายขึ้นกว่าเมื่อครู่
"พรุ่งนี้ช่างจะเข้ามาที่บ้านน่ะครับ ผมสั่งปรับปรุงห้องข้างในเพิ่มอีกนิดหน่อย... พอดีผมอยากให้ 'บรรยากาศ' ในบ้านมันรองรับอะไรใหม่ ๆ ที่กำลังจะตามมาในช่วงปิดเทอมนี้ได้ดีขึ้น"
รัฐทิ้งท้ายไว้ด้วยประโยคที่ฟังดูเหมือนเรื่องซ่อมบ้านธรรมดา ทว่าน้ำเสียงที่นุ่มลึกปนความนัยบางอย่างกลับทำให้อากาศรอบตัวดูหนาหนักขึ้นมาทันที เขายกนาฬิกาขึ้นดูเวลาก่อนจะพยักหน้าให้เอกเป็นเชิงลา
รัฐพยักหน้าให้เอกเป็นเชิงไล่กราย ๆ ก่อนที่เด็กหนุ่มจะสตาร์ทมอเตอร์ไซค์คู่ใจแล้วบิดออกไปทิ้งไว้เพียงกลิ่นควันจาง ๆ รัฐยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม สายตาคมปลาบจดจ้องไปยังแสงไฟวิบวับของกลุ่ม "ทีมเขียว" ที่เริ่มเคลื่อนขบวนขวักไขว่ เขามาที่นี่แทบทุกสัปดาห์จนจำจังหวะและจำนวนของพวกมันได้ขึ้นใจ ถนนลาดยางเส้นตรงยาวเหยียดที่วิ่งเชื่อมระหว่างอำเภอนี้คือ "รันเวย์" ชั้นดีสำหรับพวกขยะสังคมที่ชอบอวดอ้างรถแต่งคันใหม่ ซึ่งก็น่าตลกดีที่รถเกือบทุกคันในขบวนนั้นล้วนผ่านการโมดิฟายจากมือพี่ยอด พี่ชายของเอกทั้งสิ้น มันเป็นวงจรของอำนาจและการทำมาหากินที่รัฐมองเห็นช่องโหว่ของมันอย่างทะลุปรุโปร่ง
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะหมุนตัวกลับไปที่รถ SUV สีดำคู่ใจ รัฐขับรถออกไปอย่างไม่รีบร้อน แวะร้านสะดวกซื้อเจ้าประจำเพื่อหยิบเบียร์ยี่ห้อโปรดมาหนึ่งแพ็ก แววตาของเขาดูผ่อนคลายกว่าทุกครั้งที่คุยกับเอก จนกระทั่งรถเคลื่อนตัวมาจอดสนิทอยู่ที่หน้าบ้านพักที่เงียบสงัด รัฐดับเครื่องยนต์แต่ยังไม่ลงจากรถทันที เขาแหงนหน้ามองไปยังหน้าต่างชั้นบนของบ้าน แสงไฟสีนวลตาที่เล็ดลอดออกมาจากผ้าม่านบอกให้รู้ว่าด้านในไม่ได้ว่างเปล่าอย่างที่ควรจะเป็น รอยยิ้มมุมปากที่ดูร้ายกาจทว่าเปี่ยมด้วยเสน่ห์ปรากฏขึ้นช้า ๆ
เขาลงจากรถแล้วเดินตรงไปที่ประตูบ้านใหญ่ ปลายนิ้วเรียวยาวสัมผัสที่ลูกบิดแล้วลองบิดเบา ๆ พบว่ามันไม่ได้ล็อคอย่างที่ควรจะเป็น แต่นั่นไม่ได้ทำให้เขารู้สึกตระหนกแม้แต่น้อย รัฐผลักบานประตูออกช้า ๆ ปล่อยให้เสียงบานพับดังเอี๊ยดอ๊าดท่ามกลางความเงียบ

======================================
ติดตามผลงานอื่นได้ที่
FB กลุ่มเรื่องเสียวดารา ->
Fictionlog ->

#1
มาแล้ววววว
รออยู่ครับครูรัฐและสาวๆ

#2
เหมือนฆาตกรโรคจิตที่กำลังเล่นกับเหยื่อก่อนลงมือเชือด

#3
สาวคนไหนมาค่อยรัฐ แพรว หรือพลอย
กรุงเทพเป็นเมืองที่มีคนเหงา มากกว่าเสาไฟฟ้า

#4
ขอบคุณมากครับ ครูรัฐคิดอย่างกับเด็กแว้นท์ ที่สร้างความรำคาญให้ชาวบ้านครับ

#5
เทพบุตรซาตานแน่ๆครูรัฐ

#6
รัฐดูจะมีความปรารถนา​ที่จะจีดระเบียบ​สังคม​ การมาที่เมืองนี้อาจจะ​เป็น​แซนด์บอกซ์ให้ทดลองระบบก็ได้​ ดูสิว่าสุดท้ายรัฐจะกลายเป็นรัฐบุรุษ​หรือวายร้าย

#7
แผนของรัฐคือจะค่อยๆควบคุมทุกอย่างไว้ในมือตัวเอง



/index.php?topic=196985.0/index.php?topic=260257.0/index.php?topic=222214.435uncen สควิท/index.php?topic=281400.45/index.php?topic=267325.15/index.php?topic=255933.15/index.php?topic=230095.180/index.php?topic=274024.240/index.php?topic=250145.315/index.php?topic=266964.345| two-hitchhikers.ru เรื่องเสียว/index.php?topic=240435.540/index.php?topic=182282.1890/index.php?topic=120793.0/index.php?topic=248692.375/index.php?topic=190038.0XONLY Return ครูเจ้าเล่ห์/index.php?topic=273148.75/index.php?topic=238984.645เรื่องเสียวอาถรรพ์ปลัดขิก/index.php?topic=221652.0/index.php?topic=234568.210/index.php?topic=261438.0/index.php?board=11.9900/index.php?topic=260419.165/index.php?topic=252048.60/index.php?PHPSESSID=5gks52b5ahrpcunbhasl4n77n1&topic=201827.90/index.php?topic=227648.60/index.php?topic=261438.0/index.php?PHPSESSID=mc9l2vno5vbv1ae6qv5v55244v&topic=256140.450/index.php?topic=290193.30/index.php?action=kitsitemap&board=1.20600/index.php?topic=260848.0/index.php?topic=267892.0/index.php?topic=275673.315/index.php?topic=241917.15/index.php?topic=206370.150/index.php?topic=260398.0เรื่องเสียวบทเรียนที่ไม่คาดฝันเรื่องเสียวตัณหา...เสือเฒ่า [ตอนที่1/index.php?topic=253731.90/index.php?topic=284711.0/index.php?topic=258299.105/index.php?topic=249002.0เสียวก่อนหมั้น ร่านก่อนแต่งครั้งหนึ่ง ณ ร้านคาราโอเกะ ตอนที่ 44ตะลุยรักสาวงาม เรื่องเสียว site:two-hitchhikers.ru/index.php?topic=179637.420/index.php?topic=228069.60/index.php?topic=265271.300/index.php?topic=254965.120/index.php?topic=60462.0/index.php?topic=222214.1305/index.php?topic=229892.165/index.php?topic=288865.420/index.php?topic=146031.0/index.php?topic=258621.45Two-hitchhikers.ru ก่อนจะถึงวัยทอง (สาวใหญ่เอามันส์)/index.php?action=profile;area=showposts;u=326994/index.php?topic=292339.0/index.php?action=profile;u=385861/index.php?topic=253053.480/index.php?topic=167766.45สงสารพุดเดิ้ลที่บ้านโดนเจ้าตองข่มขืน ตอนที่ 4/index.php?topic=167517.45เรื่องเสียวบทเรียนที่ไม่คาดฝัน/index.php?topic=257764.75/index.php?topic=229608.240/index.php?topic=259421.120เสียวก่อนหมั้น ร่านก่อนแต่งเรื่องเสียวจอมคนโลกใหม่/index.php?topic=229975.600//index.php?topic=155199.0เราสองสามคน The series Season 2 #46วัน(ไม่)ธรรมดาของแฟนผม ตอนที่2/index.php?topic=182286.345Two-hitchHikers.ru เศรษฐีใหม่ เศรษฐีหื่น/index.php?topic=237776.285/index.php?topic=230312.30อสูรพลิกฟ้า ntrเรื่องเสียว Return! ผู้ประพีนธ์บอร์ด มุมมืด 9วัน(ไม่)ธรรมดาของแฟนผม/index.php?topic=253798.0/index.php?PHPSESSID=gpf49c2ks3g1k371u5di7qpmge&topic=216125.60/index.php?topic=252862.705/index.php?topic=238984.90/index.php?topic=199950.30/index.php?topic=243025.45/index.php?board=49.2500