ข่าว:

🎉🎉🎉 XONLY เปิดรับลงทะเบียนสมาชิกใหม่อีกครั้ง จำกัดวันละ 50 คน จนกว่าแอดมินจะขี้เกียจรับ😀

Main Menu

ตะวันลับฟ้า  3  by  Wattana 2015

เริ่มโดย wattana2015, มีนาคม 02, 2016, 03:34:06 ก่อนเที่ยง

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 2 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

wattana2015

ตะวันลับฟ้า  3  by  Wattana 2015


สุดาสาวสวย

ตะวันลับฟ้า  ตอนที่  3

เรื่องชุดคะวันลับฟ้า  ผมขอแต่งแบบไม่ต่อเนื่องนะครับ  ตัวละครแต่ละตอนจะไม่มีความเกี่ยว                                 
พันเลยในแต่ละตอน  คือจะเป็นเรื่องสั้นที่จบในตอนใครตอนมันไปเลย  จะเป็นแบบว่าแต่ละตอนนี้มีมุข                           
อะไรที่ไม่ซ้ำกันว่ากันอย่างนั้นดีกว่า   แล้วแต่ว่าช่วงไหนอยากเขียนถึงอะไรก็จะเขียน  จะไม่ต้องมีพล็อต                       
เรื่องเป็นตีมแบบซีรีย์เรื่องยาวเรื่องอื่นของผมนะครับ   เอาแบบว่าแต่งเอามันว่าดีกว่าครับ  ที่มาของไอ้ชื่อ                               
เรื่อง  ตะวันลับฟ้า    ก็ไม่มีอะไรมากให้เข้าใจกันนะครับว่าเป็นเรื่องหลังตะวันตกดิน    (เน้นเรื่องเสียวนั่น                         
แหละครับไม่ต้องคิดมาก 555+)


ที่จริงเรื่องสั้นพิเศษเรื่องนี้ผมจะมอบเป็นของขวัญช่วงวันวาเลนไทน์ให้กับผู้อ่านที่ติดตามเป็นแฟน                             
ผลงาน ของผู้เขียนครับ พอดีว่าหน่วยงานในสังกัดของผมมีงานสำคัญเข้ามาเลยล่วงเลยมาถึงตอนนี้ครับ                                 
เรื่องนี้จะไม่มีอารมณ์แนวทะลึ่งตลกโปกฮาเหมือนเรื่องสั้นในซีรี่ย์ชุดนี้สองตอนแรกนะครับ  อยากลองจะ                             
นำเสนอเรื่องแบบดราม่า (บทชีวิตหนักๆ)  เป็นเรื่องที่เขียนถึงมุมมองที่ผู้เขียนสื่อถึงชีวิตนักร้องคาเฟ่คน                                   
หนึ่งที่มีที่มาจากลูกชาวนา  ค่อนข้างเป็นเรื่องที่มีพื้นฐานความจริงในสังคมไทยเราเลยครับ


3.มือถือไมค์ไฟส่องหน้า

    เรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจจากบทเพลง มือถือไมค์ไฟส่องหน้า บอกตามตรงกันเลย  ฟังเนื้อหาของ                           
บทเพลงแล้วจินตนาการต่อได้ไม่ยากเนื้อเพลงนั้นมีอยู่ว่า


พี่พรนักร้องรุ่นพี่คนสวย

มือถือไมค์ไฟส่องหน้า

Intro 5 Bars...4...5...
ยืนอยู่ หลังไมค์ แสงไฟ ส่องหน้า เพราะจน
ร้องเพลง กล่อมคนหนีเมีย มาเที่ยว
น้ำหอม น้ำเหล้าเคล้าควัน บุหรี่และไฟ แสงสี ซึมเซียว
คนหัว ใจเปลี่ยวชอบมา นั่ง เมา

คืนหนึ่ง ฉันยืนร้องเพลง แกล้มเหล้า น้ำชา
เผลอไป สบตาผู้ชาย หน้าเศร้า
เขายิ้ม ซื่อซื่อ ดู ทึมทึมท่าทาง ขรึมขรึม และ ซึมเซานึกสง สารเขา ขึ้นมา ทันใด

หนุ่มแก่ เมียเผลอ เสนอ ให้ฉันจะ ยกสวรรค์ ชั้นดาว มาให้
เพชรทอง แก้วแหวน บ้าน รถยนต์
ฉันไม่ เคยสน ใจใคร  ถนอม ใจไว้ เรื่อย มา

พอสบ สายตา  เขาคน นั้นเข้า ครั้งเดียว
ครั้งเดียว แน่เชียว  เสียวใจ ประหม่า
แม้เขา หายหน้า ไปคืนหนึ่ง  ฉันเฝ้า คิดถึง ดวงตา
อยากให้ เขามา สบตา ทุกคืน

Solo 5 Bars...4...5...

คนอยู่ หลังไมค์และไฟ ส่องหน้า รับรอง
สังคม หมิ่นมอง เหมือนคน ไร้ค่า
เสียงก้อง สองหู ไม่รู้สิ้น รับคำ ติฉิน จนชินชา
ชายไหน จะมา รักเรา จริง ใจ
   


มิวมิควีดีโอ เพลง  มือถือไมค์ไฟส่องหน้า โดย  คุณฝน  ธนสุนทร



    เอาล่ะครับลองมาดูเนื้อหาของบทเพลงนี้ที่ผู้เขียนนั้นจินตนาการแต่งแต้มให้อยู่ในแบบเรื่อง                                     
สั้นกันบ้างนะครับ  ว่าจะเข้มข้นพอให้น่าติดตามหรือไม่เพียงใด

    "สุดา"สาวสวย อายุ 20 ปี เธอเป็นสาวจากบ้านนอกเข้ามาทำมาหากินในกรุงเทพฯเพราะ                                 
ความยากจนและได้เรียนมาน้อย    แต่เธอนั้นมีดีที่เป็นคนขาวสวยประเภทนารีมีรูปเป็นทรัพย์นั่น                                             
แหละอีกทั้งเธอนั้นชอบการร้องเพลงจึงได้มาสมัครเป็นนักร้องที่คาเฟ่แห่งหนึ่งในกรุงเทพ  อาศัย                                   
รูปร่างหน้าตาที่สวยน่ารักเข้าช่วยมาเป็นทุนทำมาหากินให้ไม่พอเดือดร้อนอันใดนัก

        เธอนั้นเป็น คนรู้ค่าของเงินเป็นอย่างดีเพราะที่บ้านเธอจนเลยไม่ใช้จ่ายในสิ่งที่เป็นความ                             
ฟุ่มเฟือยทั้งหลายโทรศัพท์ก็ใช้เพียงเครื่องมือถือรุ่นเก่ามือสองหน้าจอขาวดำรุ่นโนเกีย 3310 (แต่ง                             
เรื่องราวแบบย้อนยุคไปราวๆ สักปี '40 นะครับ สมัยนั้นยังไม่เจริญก้าวหน้าเหมือน เดี๋ยวนี้  เวลานั้น                       
โทรศัพท์มือถือโนเกียยังเป็นผู้นำตลาดเจ้าแรกๆ  ยังไม่มีกระทั่งโทรศัพท์หน้าจอสีเหมือนสมัยนี้   ที่                   
โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่นี่สมาร์ทโฟนนี่ราคาไม่แพงแล้วและใครๆก็หาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อ)


NOKIA 3310
                               
       เธอนั้นทำงานหาเงินส่งไปให้พ่อและแม่เธอทางบ้านที่อยู่เบื้องหลังในจังหวัดหนึ่งของภาค                             
เหนือตอน บน(ไม่ระบุจังหวัดให้เป็นประเด็นเพราะเป็นเรื่องแต่งนะครับ  จินตนาการเอาตามใจท่าน                                 
เอาเลย)  เธอนั้นเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ที่เป็นชาวนาผู้ยากจนเป็นชนชั้นรากหญ้าที่ไม่ได้รับเกียรติใดๆ                                     
จากเพื่อน ร่วมชาติเลยหนำซ้ำยังดูถูกว่ามีแต่กลิ่นโคลนสาบควายซะอีก  ที่เธอต้องเสียสละตัวเอง                                     
มาทำงานที่กรุงเทพฯอยู่ไกลบ้านนี้เพราะปัญหาหนี้สินของชาวนานั่นเอง

       อา ช่างเป็นเรื่องที่น้ำเน่าน่าบัดซบอะไรปานนั้นชาวนาคนที่ปลูกข้าวเลี้ยงทุกคนในประเทศ                                 
เป็นคนที่ลำบากที่สุดในประเทศเช่นกัน  เป็นเรื่อง ที่น่าเห็นใจแต่ก็ไม่เคยรัฐบาลยุคสมัยใดให้การเหลียวแล 
นักการเมืองแต่ละยุคมาแล้วก็ไปน่าสมเพทที่สุดไม่เคยแก้ปัญหาใดๆให้ชาวนาอย่างยั่งยืน   ที่บ้าน                               
เธอนั้นเธอเป็นลูกสาวคนโต  และยังมีน้องอีกสี่ชีวิตที่อยู่ในวัยกำลังกินกำลังนอน    และกำลังจะขาด                                   
โอกาสทางการศึกษาเหมือนเธอซึ่งเป็นเรื่องที่เธอนั้นไม่ยอมที่จะให้เกิดขึ้นซ้ำรอยเธอเป็นอันขาด  เธอ                             
นั้นไม่อยากให้น้องๆเธอโตมาแล้วมีคนดูถูกว่าโง่เหมือนควายเพราะไม่ได้เรียนหนังสือแน่ๆ 
เอาล่ะเท้าความชีวิตสาวสุดามายาวเกินไปแล้ว  มาเข้าเรื่องของเรากันได้แล้วนะครับ 

      สุดานั้นมาทำงานที่คาเฟ่บันไดสวรรค์เป็นเวลาย่างเข้าขวบปี่ที่ 2 แล้ว  ความที่เธอนั้นเป็นสาว
เหนือหน้าตาดีขาวสวยตรงสเป็กทั้งหนุ่มและแก่  เลยมีลูกค้าขาประจำของคาเฟ่มาติดพันอยู่เรื่อยๆ
ทั้งเสนอทรัพย์สินแก้วแหวนเงินทองขอให้เธอเป็นเด็กของเขาเหล่านั้น  แต่เธอนั้นไม่สนใจ
เพราะเท่าที่ทำอยู่นั้นเธอก็โดนสังคมดูถูกอยู่แล้วว่าเป็นคนทำงานกลางคืน  เธอเลยขอมีศักดิ์ศรีเหลือให้เป็นความภูมิใจ
บ้างว่าเธอนั้นไม่สิ้นคิดถึงขนาดต้องขายตัวกิน   เป็นหญิงหากินชั้นต่ำสุดที่หมดทางทำมาหา                                     
กินใดๆแล้วนั่นเอง



       ในคืนวันหนึ่งขณะร้องเพลงลูกทุ่งตามแนวถนัดของเธอที่หน้าเวทีคาเฟ่  ก็มีแขกใหม่ที่ไม่                                     
คุ้นหน้าและไม่ใช่ขาประจำของคาเฟ่มาเที่ยวเป็นชายหนุ่มร่างสูงสง่า  ผิวขาวหน้าตาดีที่เธอไม่เคย                                   
เห็นหน้าของเขามาก่อน  เขาเข้ามานั่งดื่มเบียร์อยู่เงียบๆคนเดียว  หน้าตาเขาดูไม่สดใสนักดูเหมือน                                     
ว่าคงมีเรื่องไม่สบายใจอะไรค้างคาในใจ
 
      เขานั่งอยู่มุมด้านซ้ายของเวทีโต๊ะนั้นอยู่ด้านแถวหน้าๆอยู่ใกล้ทางออกของคาเฟ่แห่งนี้                                           
เธอสังเกตดูแล้วเขานั่งดื่มไปเรื่อยๆไม่ค่อยสนใจอะไรนัก  แม้แต่ตัวเธอที่ยืนร้องเพลงโดดเด่นอยู่ที่                                 
หน้าเวทีตอนนี้  นั่งดื่มไปเหม่อไป     สาวสวยๆนั่งดริ้งค์เดินเข้าไปถามอยู่หลายคนแต่เขานั้นก็ไม่                                       
นำพาปฏิเสธที่จะมีเพื่อนคุยด้วย

    เขานั้นมานั่งดื่มกินเบียร์อยู่เงียบๆคนเดียวอยู่พักเดียวเวลานั้นก็ผ่านไปเป็นร่วมสัปดาห์                                       
เขานั้นก็ยังมานั่งที่เดิมของเขาตลอดทั้งสัปดาห์  แรกๆเธอนั้นเองก็ไม่ได้ให้ความสนใจชายหนุ่มร่าง                                     
สูงใหญ่คนนี้นัก  แต่พอเขามานั่งดื่มที่คาเฟ่ที่เธอทำงานอยู่เป็นสัปดาห์โดยที่ไม่ได้สนใจมานั่งคุยกับ                                       
สาวๆสวยนั่งดริ้งค์และดื่มกันสนุกเฮฮาเหมือนแขกคนอื่นนั้นทั่วไป  ก็เริ่มเป็นภาพที่ชินตาของเธอที่                                   
จะเห็นชายหนุ่มมาดขรึมนั่งดื่มกินเงียบในทุกวันที่เธอทำงาน

    สุดาเธอนั้นเป็นคนที่ช่างเป็นห่วงเป็นใยคนอื่นอยู่ตลอด  เห็นชายหนุ่มท่าทางดีนั่งซึมเศร้า                                       
ก็นึกสงสารเขาแต่ตัวเธอก็คงช่วยอะไรเขานั้นไม่ได้  เพราะไม่ใช่เรื่องอะไรของเธอ  ได้แต่มองด้วย                                       
ความเป็นห่วงแบบแปลกๆจากบนเวทีร้องเพลงนั้น  ซึ่งตัวเธอเองนั้นยังไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงให้
ความสนใจชายหนุ่มปริศนาคนนี้นัก  ทั้งๆที่เธอเองก็ไม่เคยได้รู้จักเขาคนนี้มาก่อนด้วยซ้ำไป  ภาพที่                                     
เขานั่งซึมเศร้านั่งดื่มเบียร์คนเดียวนั่นทำไมช่างดึงดูดสายตาของเธอเสียเหลือเกิน  ภาพเขานั้นนั่งดื่ม                                       
เบียร์เงืยบๆไม่สนใจใครนั้นเริ่มเกิดเป็นความสนใจ    และค่อยๆพัฒนาเป็นความเห็นใจและนึก                                       
สงสารเขาขึ้นมาในจิตใจอันอ่อนไหวของเธอ  อย่างที่เธอนั้นแทบไม่รู้ตัวเองว่าเกิดเป็นความผูกพัน                                         
นี้ได้อย่างไร

    เธอนั้นสนใจถึงขนาดว่าไปสอบถามพนักงานบัญชีของคาเฟ่จนรู้ชื่อของชายหนุ่มร่างสูงคน                                 
นั้นว่าเขานั้นมีชื่อว่า "คมกริช" เขานั้นมักโทรศัพท์มาจองโต๊ะเดิมตัวเดิมที่เขานั่งเป็นประจำทุกวัน  วัน                                     
นี้เขาเองก็ยังโทรศัพท์มาจองโต๊ะตัวเดิมนั้นอยู่
 
        ในความรู้สึกลึกๆของเธอนั้นเธอแอบดีใจที่ชายหนุ่มโทรมาจองโต๊ะตัวนั้น  เมื่อถึงเวลาเขาก็                                     
มาในเวลาเดิมเหมือนทุกวันที่ผ่านมา


   
       วันนี้ขณะที่เขาก้าวเข้าใน คาเฟ่เธอนั้นก็บังเอิญเดินไปชนร่างสูงใหญ่ของเขาที่ตรงระหว่าง                         
ทางเดินไปมุมโต๊ะที่เขาจองไว้ทุกวันจนเธอนั้นล้มลง  เขานั้นตกใจเล็กน้อยเพราะเขาเดินเหม่อลอย                                       
เข้ามาในคาเฟ่จนชนสาวสวยล้มลง   เธอแหงนหน้ามองใบหน้าผู้ที่มาชนเธอนั้นล้ม  พอเห็นใบหน้า                                   
คมของชายหนุ่มก็ตกตะลึงจ้องมองใบหน้าเขาอยู่ครู่หนึ่ง   จนเขาเอ่ยปากทักทาย

    "ขอโทษครับผมไม่ได้ตั้งใจ  น้อง...เอ่อ..คงไม่ได้รับบาดเจ็บนะครับ" เขานั้นรีบขอโทษอย่าง                               
สุภาพเมือชนร่างสวยของเธอของเธอนั้นล้มลง  และรีบเข้ามาประคองให้เธอลุกขึ้นด้วยความรู้สึกผิด                                   
ที่ตัวเองนั้นเดินเหม่อใจลอยจนไปชนหญิงสาวนั้นล้มลง

    "เอ่อ..ดา..สุดาขอโทษคุณคมกริชด้วยนะคะ  เป็นความผิดของดาเองที่เดินไม่ระมัดระวังมา                                 
ชนคุณจนล้มนี่" เธอนั้นเผลอพูดชื่อเขาออกไปโดยไม่ตั้งใจ  ทำให้เขาแปลกใจสาวสวยรู้จักชื่อของเขา                               
ด้วย
    "ไม่เป็นไรครับ เอ๋..น้องสุดารู้จักชื่อผมด้วยเหรอครับ?" เขาถามด้วยความสงสัยที่มีคนรู้จักเขา                                 
ที่นี่ด้วยนอกจากแคชเชียร์ที่เค้าโทรฯมาจองโต๊ะที่นั่งประจำทุกคืนในสัปดาห์ที่ผ่านมานี่

    สุดานั้นหน้าแดงเมื่อเผลอพูดชื่อเขาออกไปทั้งที่เธอกับเขานั้นไม่เคยคุยกันเลยตั้งแต่เขานั้นมา                             
นั่งดื่มคนเดียวที่นี่  เธอนั้นอายหน้าแดงจนแทบกัดริมฝีปากสวยของตัวเองเลยเมื่อเขารู้ว่าเธอแอบไปสืบ                             
หาชื่อเขามาได้

    "เอ่อ ขอโทษค่ะที่ดานั้นละลาบละล้างสอบถามชื่อคุณคมกริชจากพี่ที่แคชเชียร์น่ะค่ะ  พอดีดา                               
นั้นเห็นคุณมานั่งดื่มคนเดียวเลยเป็นห่วงน่ะค่ะ" เธอนั้นเสียท่าสารภาพไปเป็นครั้งที่สองจนได้  สอบถาม                             
ชื่อเขาก็เรื่องนึงแล้ว  แล้วยังเผลอบอกสารภาพว่าเป็นห่วงเขาออกไปจากปากตัวเองอีก  คราวนี้สาวสวย                             
เลยหน้าแดงถึงใบหูเลยทีเดียว

    "อ้าว อย่างนั้นเหรอครับ  ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงนะครับน้องดาคนสวย" เขายิ้มให้และตอบขอบ                         
คุณที่เธอแสดงความห่วงใยในตัวเขาทั้งที่เขากับเธอนั้นยังไม่เคยคุยกันเลย  แค่เพียงคุ้นหน้าเพราะเขามา                                 
นั่งฟังเธอร้องเพลงมาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา

    "ขอโทษนะคะ ที่ดาจุ้นจ้านกับคุณคมกริชทั้งที่เราไม่เคยรู้จักกันเลยน่ะค่ะ"  เธอกล่าวขอโทษเขา                           
เบาๆเมื่อรู้ว่าเธอนั้นวุ่นวายกับเขามากเกินไป

    "ไม่เป็นไรครับ   พี่รู้สึกยินดีมากกว่านะครับที่น้องดาคนสวยให้ความสนใจในตัวของพี่" เขาตอบ                         
รับเธอเพื่อไม่ให้นั้นรู้สึกผิดเพราะความมีน้ำใจของเธอ   ตรงกันข้ามเขายินดีด้วยซ้ำไปไม่คิดว่าคนที่ไม่เคยรู้                             
จักกันจะมีความเป็นห่วงเขา



    "น้องดาครับพี่ยินดีที่ได้รู้จักน้องคนสวยจิตใจดีที่คอยห่วงคนทุกคนแบบน้องนะครับ  พี่คมกริช                       
ครับแนะนำตัวอย่างเป็นทางการนะครับ  ขอบคุณที่อุตส่าห์ห่วงและปรารถนาต่อพี่นะครับ"

    เขานั้นพูดแนะนำตัวและยิ้มให้สาวสวย   ใบหน้าคมเข้มของชายหนุ่มนั้นเมื่อยิ้มยิ่งมองดูคมเข้ม                             
มีเสน่ห์ยิ่งขึ้นจ้องมองประสานสายตากันต่างคนต่างยิ้มให้กันด้วยความรู้สึกดีที่มีให้กัน  แล้วเธอก็ขึ้นไป                               
ร้องเพลงของเธอที่บนเวทีที่ด้านหน้าคาเฟ่ตามหน้าที่ของเธอต่อไป
 
       ในขณะที่สุดาสาวสวยนั้นร้องเพลงอยู่ที่หน้าเวที  คมกริชนั้นยิ้มทักทายสาวสวยเป็นระยะโดย                             
ยกแก้วเครื่องดื่มทักทายเธอและเริ่มมีรอยยิ้มบนใบหน้าของชายหนุ่มมากขึ้น  อาการขรึมซึมเศร้านั้นก็                             
เริ่มจางหายไปแล้วดูท่าทางชายหนุ่มนั้นมีความสุขมากขึ้น   สุดาสาวสวยนั้นก็มีความสุขไปกับชายหนุ่ม                             
ด้วยที่เห็นเขานั้นมีความสุข

        หลังจากเธอร้องเพลงเสร็จเขาก็เชิญสาวสวยมานั่งร่วมโต๊ะเพื่อพูดคุยด้วย  นับเป็นครั้งแรกในรอบ                   
สัปดาห์ที่เขามานั่งดื่มที่นี่แล้วชวนพนักงานสาวในคาเฟ่แห่งนี้มานั่งร่วมโต๊ะด้วย

    "สวัสดีครับน้องดาคนสวยแนะนำตัวเป็นทางการกันอีกครั้งนะครับ  พี่คมกริชนะครับยินดีที่ได้รู้                         
จักน้องดานะครับ  พอดีที่น้องดาเห็นที่พี่นั่งซึมนั่นเป็นเพราะพี่พึ่งแยกทางกับคนรักมาเมื่อไม่นานนี่เองครับ                         
เลยยังค่อยสบายใจนักและเลยมานั่งดื่มดับอารมณ์ที่คาเฟ่นี่แหละครับ"

    เขาชี้แจงความเป็นมาที่ทำให้เขามานั่งดื่มเบียร์เงียบๆที่นี่ทั้งสัปดาห์  แต่ไม่ยอมคุยกับใครให้สุดา                       
ฟังเพราะเขานั้นรู้สึกดีที่ทราบว่าสาวสวยที่เค้าไม่รู้จักนั้นเธอแอบห่วงใยเขาอยู่  เธอยิ้มหวานกับเขาและตอบ                       
เขาไป
   
    "สุดาค่ะคุณคมกริช    ดาขอบคุณมากนะคะที่ไม่ถือสาดาแล้วยังช่วยเรียกดามานั่งดริ้งค์ให้ดามี                           
รายได้ซะอีกด้วย  ดาดีใจค่ะที่เห็นรอยยิ้มของคุณคมกริชตั้งแต่มานั่งดื่มที่นี่ดาเพิ่งเคยเห็นในวันนี้ล่ะค่ะ"

    "คงเพราะทราบว่ามีสาวสวยอย่างดาแอบห่วงใยอยู่จะซึมเศร้าจมอยู่กับทุกข์คงไม่ดีแน่ครับ                           
ขอบคุณด้วยความจริงใจอีกครั้งนะครับ"
 
         เขาตอบเธอยิ้มๆและยังแจกลูกยออีกเป็นกระบุง  สาวสุดาคนสวยได้ยินก็ยิ้มแทบแก้มปริ                                   
และทั้งคู่ก็นั่งคุยกันที่โต๊ะนั้น  ถามความเป็นมาของกันและกัน  และเขาก็ได้ทราบถึงสาเหตุที่ทำให้                                   
เธอต้องมาเป็นนักร้องที่คาเฟ่แห่งนี้  เขารับฟังด้วยความชื่นชมในตัวหญิงสาวสวยมากขึ้นเป็นทวีคูณ                                 
และให้สัญญาจะมาเป็นแขกประจำของเธอที่นี่ทุกวัน

    คมกริชนั้นเป็นหัวหน้าทีมวิศวะกรที่คุมงานก่อสร้างใหญ่ใกล้ๆคาเฟ่ที่สาวสุดาคนสวยนั้น                           
ทำงานอยู่นั่นเอง  พอดีช่วงก่อนที่เขาจะมาคุมงานก่อสร้างอยู่ที่นี่เขานั้นใกล้จะแต่งงานกับแฟนสาว                                     
ที่คบหาดูใจกันมาเป็นเวลาหลายปีตั้งแต่ทั้งคู่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์   เขานั้นเรียนอยู่ที่                                     
คณะวิศวกรรมและแฟนของเขาเรียนอยู่ที่คณะอักษรศาสตร์จุฬาเธอนั้นสวยขนาดเป็นดาวประจำ                                       
รุ่นเลยทีเดียว


อดีตแฟนเก่าของคมกริช

    เขาและเธอนั้นรักกันมากเป็นคู่รักหนุ่มหล่อสาวสวยที่เพอร์เฟ็คมากคู่หนึ่งทีเดียว    เขา                                 
พยายามทำงานหนักเพื่อเตรียมสร้างครอบครัวกับคนรัก    เพื่อให้เธอได้ภูมิใจว่าคู่รักของเธอนั้น                                             
เป็นคนเก่งและมีความสามารถที่จะเลี้ยงดูเธอได้ภายภาคหน้า  จนกระทั่งช่วงหนึ่งที่เขามารับงาน                                       
คุมการก่อสร้างที่นี่ เขาและเธอนั้นได้ห่างไกลกันอยู่พักใหญ่ทีเดียว  และก็ได้เกิดเรื่องที่คาดไม่ถึง                                     
เกิดขึ้นมาจนได้  มีคำพูดบอกไว้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นไม่มีอะไรแน่นอน  ฟ้านั้นท่านลิขิตคนไว้แล้ว                                       
ชีวิตรักของคมกริชและคู่รักสาวสวยก็เช่นกัน
       
       ในระหว่างที่ทั้งคู่ห่างไกลกันนี้เองก็เกิดเหตุกับฝ่ายหญิงจนได้  เธอไปทำงานในบริษัท                                           
ข้ามชาติของนักการเมืองระดับผู้ใหญ่ในรัฐบาลชุดปัจจุบัน  บังเอิญว่าลูกชายของนักการเมืองที่                                       
เป็นเจ้าของบริษัทนั้นเกิดมาแอบชอบเธอและหาทางใกล้ชิดแฟนสาวของเขา

      จนในวันหนึ่งเขาก็แอบอ้างอาศัยเอาเรื่องงานที่ต้องติดต่อกับแขกคนสำคัญของบริษัท                                             
และพาเธอไปติดต่องานที่ต่างจังหวัดด้วยและต้องค้างคืนที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งของภูเก็ต  ความที่                                             
เธอนั้นอ่อนประสบการณ์ต่อเล่ห์กลของคนที่คิดไม่ซื่อ  คืนนั้นเขาได้มอมเหล้าเธอและปลุกปล้ำ                                               
เธอจนสำเร็จความใคร่  จากการเสียทีในคืนนั้นทำให้เธอนั้นตั้งครรภ์โดยไม่เจตนา  และเมื่อข้าว                                           
สารนั้นกลายเป็นข้าวสุกเสียแล้ว  เธอจึงจำเป็นต้องแต่งงานกับผู้ชายที่เธอไม่ได้รัก  และก็เป็น                                         
สาเหตุให้ทั้งคู่นั้นเสียใจเป็นอย่างมาก

        คมกริชที่ว้าวุ่นเพราะความเสียใจจึงมานั่งดื่มดับอารมณ์ที่คาเฟ่ที่สุดาทำงานอยู่ที่นี่                                         
นั่นเอง

    วันเวลานั้นผ่านไปรวดเร็วมาก  เวลาแห่งความสุขของสองหนุ่มสาวสุดาและคมกริช                                                 
ก็เช่นกันเขาและเธอมาคุยกันที่คาเฟ่ทุกๆวัน   เวลาชั่วประเดี๋ยวเดียวก็ผ่านไปเดือนกว่าๆและงาน                                     
ของคมกริชก็ก้าวหน้ารวดเร็วจนเกือบจะเสร็จเต็มทีช่วงสุดท้ายของงานคมกริชต้องไปติดต่อลูกค้า                                 
หน่วยงานราชการอยู่สองสามวันและช่วงนั้นชายหนุ่มไม่ได้มาที่คาเฟ่ที่สุดานั้นทำงานอยู่  และช่วง                                     
นั้นบังเอิญโทรศัพท์มือถือของเธอนั้นเสียและส่งซ่อมอยู่เลยขาดการติดต่อโดยปริยาย 
คืนแรกที่เขาไม่ได้มาคาเฟ่นั้นสุดานั้นเศร้าซึมไปถนัดใจทีเดียวเพราะไม่ รู้ว่าเขานั้นไป                                       
อยู่ที่ไหน  พี่พรนักร้องรุ่นพี่เห็นอาการสุดาแล้วก็มาเตือนด้วยความเป็นห่วง  เพราะเธอนั้นมีความ                                     
รู้สึกหักอกเดียวกันเคยมีเรื่องประสบการณ์แบบนี้มาแล้ว



    "ไอ้ดาเอ้ย  พี่ขอเตือนเอ็งด้วยความห่วงใยนะน้องรัก  พวกเราทำงานอย่างนี้ใครเค้าจะมา                               
จริงใจด้วย   จะรักจะชอบใครก็ทำใจด้วยนะน้องพวกเราเป็นคนทำงานกลางคืนนะน้องอย่าลืมซะล่ะ"

    "ค่ะพี่พร...ขอบคุณค่ะ"  เธอยิ้มหน้าเซียวตอบรับคำเตือนที่ปารถนาดีจากพี่พรนักร้องรุ่นพี่

    เธอฝืนร้องเพลงด้วยอารมณ์เศร้าซึม  ใบหน้าไม่แจ่มใสไม่มีรอยยิ้มหวานจากดวงหน้าสวย                                 
เหมือนเช่นทุกวันที่เคยผ่านมา  แต่ก็ต้องอดกลั้นทนทำงานเพื่อคนที่คอยเงินทองจากงานที่เธอทำนั้น                                 
ไปจุนเจือที่ทางบ้านนอกอดทนทำงานให้คนที่อยู่เบื้องหลังอย่างพ่อแม่และน้องๆของเธอไม่ให้ลำบาก

    เพื่อนๆนักร้องของเธอที่นี่ทุกคนต่างก็สงสารเธอ  เพราะตั้งแต่เธอมาอยู่ที่นี่นั้นเธอมีน้ำใจคอย                     
ช่วยเหลือทุกคนยามเดือดร้อนเสมอและไม่เคยมีปัญหากับใครเธอนั้นจึงเป็นที่รักใคร่ของทุกคนที่นี่                                     
เมื่อเห็นเธอนั้นเศร้าซึมไปจึงมีแต่คนเห็