Destiny of love ตอนที่ 6
Destiny of love
ตอนที่ 6 “กันยา...กัลยารีย์...ความสัมพันธ์ต้องห้าม!?”
21 มิถุนายน 2556
15.00 น.
“ฮัลโหล...สวัสดีค่ะพี่”
“กัน....ตอนนี้กันอยู่บ้านไหม”
“กันอยู่บ้านเพื่อนหน่ะค่ะ...พี่มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ?”
“คือว่าพี่ลืมเอกสารไว้ที่บ้าน...ตอนแรกก็กะจะเอามาให้พี่วิยะดาวันจันทร์...แต่ดูเหมือนพี่วิยะดาจะต้องใช้ภายในวันนี้...พี่ก็คิดว่ากันอยู่บ้านเลยจะให้เอามาให้พี่ที่มหาลัยหน่อยหน่ะ...แต่เดี๋ยวพี่ขับรถกลับไปเอาเองก็ได้”
“เอกสารอยู่ตรงไหนคะพี่กิ่ง...กันขับเอาไปให้พี่จะไวกว่านะ...กันอยู่ไม่ไกลบ้านเท่าไหร่”
“...งั้นฝากด้วยนะกัน...เอกสารอยู่ตรงเครื่องปริ้น...มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับวิทยานิพนธ์คณิตศาสตร์หน่ะ”
“ค่ะพี่...งั้นเดี๋ยวอีกประมาณสี่สิบนาทีกันจะไปหาที่มหาลัยนะค่ะ”
“จ๊ะๆๆ..ขอบใจนะ”
“ค่ะ..แค่นี้นะค่ะพี่กิ่ง”
......................................................................................................................................................................................................
..................................
15.40 น.
อีกด้านหนึ่ง ณ มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดจันทบุรี
“เฮ้อ...วันศุกร์ซะที...เมื่อไรกิจกรรมจะหมดสักทีว่ะ”
“...กูก็คิดแบบมึงแหละไอ้ซิก”
“...ว่างชิบหา-...เออวิววันนี้ไปกินเหล้าหอกูป่ะ”
“กินอีกแล้วเรอะ...ไม่เห็นกูจะอยากกินเลยเหล้าเนี่ย”
“ไม่อยากกินเหล้า...งั้นไปหาน้องส้มกับกูไหมหล่ะ”
“มึงยังไม่เลิกติดต่อกับน้องส้มมึงอีกเรอะ”
“ไม่ได้เจอกันตั้ง4วันแล้วนี่หว่า”
“เหรอ”
“...วันนี้อาจารย์กิ่งหวานใจกูหายไปไหนทั้งวันเลยวะ...เจอแต่อาจารย์เหี่ยวๆเลือดวัยรุ่นกูไม่สูบฉีดเลย”
“พูดระวังปากหน่อยเถอะไอ้ซิก...วันนี้ดูเหมือนอาจารย์กิ่งงานจะยุ่งมั้ง...กูเห็นเค้าวุ่นอยู่ห้องพักครูตั้งแต่เช้าล่ะ”
“แล้วเมื่อไหร่อาจารย์แกจะปล่อยกลับบ้านซะทีวะ...กิจกรรมนั่งๆเดินๆมันไม่มีอะไรตื่นเต้นเลย”
“มันก็ดีแล้วไม่ใช่เรอะไม่ต้องเหนื่อยด้วย”
“เฮ้ยย...แบบนี้ไม่ได้นะโว้ยวิว”
“กูว่ามึงสงบสติอารมณ์หน่อยก็ดีคนอื่นเค้ามองมาทางนี้เยอะแล้ว”
“...เฮ้ออออก็มันน่าเบื่อนี่หว่า”
“มึงบ่นมาตั้งแต่เช้าล่ะ”
“...........................................”
“...........................................”
“...เฮ้ยๆๆไอ้คมดูคนโน่นสิ...น่ารักชิบหาย”
“ไหนๆๆ...เออจริงด้วยวะ...ขาว,สวย,หุ่นดี”
“หน้าตาเหมือนอาจารย์กิ่งชิบหายเลย”
(เหมือนอาจารย์กิ่ง?...คงไม่ใช่หรอกมั้ง)
“อะไรของพวกมึงว่ะ”
“มึงลองมาดูนี่ก่อนไอ้เจ”
“คนไหนว่ะ?”
“คนสวยๆที่ยืนอยู่ข้างรถเก๋งสีดำตรงถนนนั่นไง”
“ไหน?”
“นั่นไงเดินมาตึกเราแล้ว...คนที่ขาวๆสวยๆผมสีน้ำตาลเป็นลอนแล้วก็ใส่แว่นกันแดดสีดำนั่นหน่ะ”
(พูดอะไรกันวะไม่ค่อยได้ยินเลย)
“...เออสวยดีวะ...มึงว่าอายุเท่าไหร่ว่ะโอม”
“กูว่าประมาณ24-25วะ”
“แต่กูว่า22-23เองมั้ง”
“..................................”
“ไอ้พวกหน้าห้องมันพูดถึงใครวะวิว”
“กูจะรู้เรอะ...มึงก็ออกไปดูสิ”
“....................................”
“.....................................”
“...ไอ้โอม...พวกมึงชมใครกันอยู่ว่ะ...ไหน”
“มึงออกมาช้าไปไอ้ซิก...ตอนแรกเค้าเดินอยู่ชั้นล่าง...แต่ตอนนี้เดินเข้าห้องพักครูไปแล้ว”
“เออๆ”
“.......................”
“.......................”
“...ว่าไงหล่ะ”
“กูไปไม่ทันวะวิว...ไอ้โอมมันบอกเดินเข้าห้องพักครูไปแล้ว”
“อ่อ...”
“สงสัยกูต้องไปนั่งเล่นตรงระเบียงหน้าห้องกับพวกมันบ้างแล้ววะ...ชั้น2นี่วิวกำลังดีเลย...เผื่อว่าจะมีนางฟัาผ่านมาให้ชมเป็นบุญตาแบบพวกมันบ้าง”
“เออๆๆ...แต่มึงเกรงใจอาจารย์เค้าหน่อยก็ดีนะ”
นี่ก็ผ่านมา3วันและก็ร่วมวันที่4แล้วที่ผมต้องแวะเวียนไปกินข้าวเที่ยงกับสาวๆ...ซึ่งแน่นอนว่าต้องหาทางออกที่ดีที่สุดเพราะบางวันก็สับรางไปกินด้วยกันครบทุกคนไม่ได้...มีเพียงแค่ยัยพี่สาวตัวแสบที่ผมต้องไปกินด้วยทุกวันซึ่งนั่นก็เพราะแม่คุณเล่นโทรตามตลอด...ส่วนเบลก็ไม่ค่อยมีปัญหาเพราะเธอมักจะไปกินกับกิ๊กซึ่งหายดีและมามหาลัยได้ตั้งแต่วันอังคารแล้ว...ถึงแม้กิ๊กจะหายดีแล้วก็ตาม แต่ผมก็ยังไม่ได้ชดเชยอะไรให้เธอเลยสักครั้งเพราะยังไม่มีโอกาสเหมาะๆ...จะว่าไปตอนที่เราอยู่กัน3คนคือมีเบลอยู่ด้วยกิ๊กจะทำตัวเป็นปกติมากแต่พอลับตาเบลแล้วกิ๊กก็จะชอบมากอดหรือหอมผมตลอดซึ่งนั่นก็แสดงว่าเธอทำตามเรื่องที่บอกกับผมไว้ในคืนนั้น...แล้วถ้าพูดถึงเรื่องเมื่อกี้ที่เพื่อนหน้าห้องมันแตกตื่นอะไรกันตัวผมก็ไม่รู้เพราะไม่ได้ใส่ใจและสนใจสักเท่าไร...แต่ถึงนี่จะเป็นวันศุกร์แล้วก็เถอะแต่มันก็รู้สึกเบื่อๆยังไงก็ไม่รู้
15.50 น.
“วิว...เบลกลับหอก่อนนะค่ะ”
“ครับ...อ่อ..แล้ววันเสาร์อาทิตย์นี้เบลจะต้องกลับบ้านใช่ไหมครับ”
“ใช่จ่ะ...แต่วิวรู้ได้ยังไงหรอคะ”
“คือว่ากิ๊กเป็นคนบอกหน่ะครับ”
“หรอคะ...วิวจะเอาของฝากอะไรไหมคะเดี๋ยวเบลซื้อมาฝาก”
“ไม่หรอกครับผมแค่ถามเฉยๆน่ะ....งั้นพรุ่งนี้ก็ขอให้เดินทางปลอดภัยนะครับ”
“ขอบคุณค่ะ...งั้นเบลกลับก่อนนะ...บายจ่ะ”
“บายครับ”
ดูเหมือนทั้งกิ๊กและเบลจะต้องเดินทางกลับบ้านเกิดกันในช่วงเสาร์อาทิตย์...ทำให้ผมอดมีอะไรกับกิ๊กไปโดยปริยายก็ช่วงนี้ไม่มีอะไรต่อมิอะไรให้ทำมันก็ต้องเหงาเป็นธรรมดา...ความจริงก็กะจะชดเชยเรื่องอย่างว่าให้กิ๊กในวันเสาร์อาทิตย์นี้ถึงจะรู้สึกผิดแต่ก็ถอยไม่ได้อีกแล้ว...แต่ก็ต้องอดทนอดกลั้นไปก่อนหล่ะนะ
หลังจากนั้นผมก็เดินออกไปส่งเบลนอกห้องก่อนที่จะกลับมานั่งโต๊ะตัวเองต่อ...ความจริงอาจารย์ก็ปล่อยแล้วแต่ผมก็ยังไม่อยากกลับสักเท่าไหร่
“....”
“....เฮ้ยไอ้วิว”
“?...อะไร”
“อาจารย์ปล่อยแล้ว...มึงมัวนั่งคิดอะไรอยู่”
(กูก็คิดเรื่องที่ผ่านมาจนตอนนี้นี่แหละ...เดี๋ยวนักอ่านเค้าไม่รู้ว่ามันเป็นมายังไง)
“เปล่าไม่มีอะไรหรอก”
“เค้าออกไปกันหมดแล้ว”
“เออๆๆ”
(บางทีวันนี้ที่มันน่าเบื่อก็คงเป็นเพราะอาจารย์กิ่งไม่อยู่ก็ได้...มั้ง)
“................................................”
“................................................”
“...ซิก...กูว่ารถเก๋งคันนั้นเหมือนของกันเลยว่ะ”
“โฮ่ๆๆ...มึงยังไม่หยุดคิดถึงคุณเพื่อนผู้จัดการคนสวยคนนั้นอีกเหรอวะ”
“กูแค่บอกว่ารถเหมือนกัน”
“ก็นั่นแหละมึงยังคิดถึงเค้าอยู่”
“เออๆๆ...จะลืมได้ไงวะเพิ่งผ่านมาไม่กี่วันเอง...แล้วเรื่องรถเก๋งคันนั้นมึงว่าไง”
“รถที่ไหนมันก็เหมือนกันหมดแหละอาจจะแค่รุ่นเดียวกันสีเดียวกันเฉยๆก็ได้”
“งั้นเรอะ”
ผมเดินตามไอ้ซิกออกมาถึงที่จอดรถแล้วก็สังเกตเห็นรถเก่งคันสีดำที่จอดอยู่บนถนนก็อดที่จะสงสัยไม่ได้เลยถามไอ้ซิกไปเพราะมันดูเหมือนรถที่กันคู่นอนที่เกิดจากความเข้าใจผิดเมื้อคืนนั้นมาก....แต่ก็คงจะไม่ใช่หรอกมั้ง...จะมาเจอกันง่ายขนาดนี้เชียวหรือ?
“...ไปไหนต่อดีวะวิว...สรุปมึงจะไปกินเหล้าหอกูหน่อยไหม...วันศุกร์ทั้งที”
(ชวนไม่เลิกเลยเนอะไอ้ห่า...แต่วันนี้วันศุกร์?)
“...ซิก...ตลาดนัดข้างมหาลัยนี่..มีวันนี้ใช่ป่ะ”
“เออ...ทำไมหล่ะ”
“กูว่าเราไปเดินเล่นกันหน่อยไหม”
“ไปตลาดเรอะ...เออก็หน้าจะดีเผื่อได้เจอสาวๆสวยๆที่นั่น”
“เอองั้นไปเถอะ”
“เดี๋ยวไอ้วิว...ไปหอกูก่อน”
“ทำไม”
“กูมีเงินแค่200เอง...มันไม่พอต้องกลับไปเอาเงินก่อน”
(มึงจะไปซื้ออะไรหนักหนาฟ๊ะ)
“เออๆๆ...กูจะได้เอารถไปจอดหอมึงด้วย...เอารถเก๋งมึงไปดีกว่า”
“เออ...ตามนั้นก็ได้”
........................................................................................
พอกลับไปถึงหอ....ไอ้ซิกมันก็รีบขึ้นไปเอาเงินส่วนผมนั่งรออยู่ข้างล่างพอมันลงมาผมก็นั่งรถมากลับมันจนถึงตลาดนัดแถวๆมหาลัย
16.30 น.
“...คนเยอะแบบนี้ทุกวันเลยเรอะ”
“ก็ตลาดนัดนี่หว่าไอ้วิว”
“แล้วมึงกลับไปเอาเงินมาซื้ออะไรหล่ะ...เดินมาตั้งนานล่ะ”
“กูก็ไม่รู้วะ...กับข้าวที่หอก็ยังเหลือตั้งเยอะ”
“...........................................................”
“...........................................................”
“...อ่าว...วันนี้ไม่อยู่เหรอ...คิดว่าจะได้เจอที่นี่ซะอีก”
“ใครวะไอ้วิว?”
“หมอดูไพ่ยิปซี”
“อะไร...มึงมาตลาดเพราะอยากดูดวงเหรอวะ”
“ไม่ใช่หรอก...กูก็แค่สงสัยอะไรบางอย่าง”
“อย่าเชื่อมากเลยหมอดู...ก็คงจะมีแค่พวกหมอดูที่เป็นป้าแก่ๆหลอกเอาเงินชาวบ้านแหละ”
“งั้นหรอ...แต่ที่กูเจอเมื่อวันศุกร์ที่แล้วดูท่าจะเป็นนักศึกษามหาลัยเราว่ะ...แล้วก็ดูให้กูฟรีๆด้วย”
“สวยเปล่าวะ!”
“จะรู้เรอะ...เค้าใส่หมวกใส่แว่นมองหน้าไม่ชัด”
“แล้วเขาทำนายให้มึงยังไงหล่ะ?”
“กูก็ไม่เข้าใจถึงได้จะมาถามนี่ไง”
(ผมเลือกไพ่ในมือเธอคนนั้นมาหนึ่งใบแล้วส่งกลับไปให้เธอแต่ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้ดูไพ่ที่ผมเลือกเลยก่อนจะเก็บไพ่แล้วจะพูดกับผม
“เป็นแบบที่คิดเลย”
(แล้วจะให้เราหยิบไพ่ทำไม)
“?...อะไรหรอครับ”
“จากนี้ชะตาชีวิตคุณกำลังจะเปลี่ยนไป”
“?”
“ความรัก...คุณจะมีคนที่รักคุณเข้ามา”
“กะ...ก็ดีแล้วไม่ใช่หรอครับ...ทำไมคุณดูเหมือนมันเป็นเรื่องใหญ่เลย”
(ทำไมแม่หมอดูไพ่คนนี้ถึงพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนมันเป็นเรื่องไม่ค่อยดีไปได้หล่ะ...มีคนรักเข้ามามันก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ?)
“ไม่ใช่แค่คนเดียว...หญิงสาวที่เข้าหาคุณทุกคนจะมอบความรักที่บริสุทธิ์ให้คุณด้วยใจที่แท้จริง...แต่คุณก็จะไม่สามารถที่จะเลือกใครคนใดคนหนึ่งได้...หรือไม่อาจที่จะทอดทิ้งใครคนใดคนหนึ่งได้เช่นกัน”
(ชีวิตเราจะเปลี่ยนไปแบบนี้หรือไม่สามารถเลือกรักใครได้....ไม่ๆๆแล้วทำไมมันจะเป็นแบบนั้นหล่ะ)
“ทำไมถึงได้มั่นใจแบบนั้นหล่ะครับ?”
“เพราะว่าชะตาชีวิตของคุณจากนี้จะกำหนดให้คุณพบแต่ความลังเล”
“?”
“แต่นี่เพิ่งเริ่มต้น...ถ้าคุณเลือกใครไม่ได้เลยจริงๆ...สุดท้ายแล้วคุณจะไม่มีตัวตนอยู่ที่บนโลกนี้”
“อะไรนะ!!!...หมายถึงผมจะตายอย่างงั้นเหรอ!!”
“ฉันไม่ได้หมายความว่าคุณจะตาย”
“ก็คุณบอกถ้าสุดท้ายผมจะไม่มีตัวตนอยู่บนโลก...มันก็หมายถึงผมต้องตายไม่ใช่เหรอ”
“ไม่ใช่...ฉันหมายถึงโลกนี้...ถ้าฉันพูดว่าความจริงแล้วชะตาชีวิตที่แท้ของคุณไม่ได้ผูกอยู่ที่โลกใบนี้แต่ผูกอยู่ที่อีกโลกคุณจะเชื่อไหม...แล้วถ้านั่นเป็นโลกคู่ขนานคุณจะเชื่อฉันไหม”
(โอ้ยยย....ตอนแรกก็เหมือนจะพอเชื่อถือได้อยู่หรอก...ขำ...ขำจนทนไม่ไหวแล้ว)
“อุ...ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ..ชะ...เชื่อ...ก็บ้าแล้ว...คุณจะหรอกผมเหรอ...ผมไม่ใช่เด็กนะ...ฮ่าๆๆๆ”
“....คุณอาจจะยังไม่เชื่อ...คุณคิดว่าที่เราได้มาเจอกันในวันนี้เป็นความบังเอิญเช่นนั้นหรือ...ฉันจะไม่มีวันเจอคุณเลยถ้าหากฉันไม่ได้ติดพันกับเส้นด้ายแห่งสายสัมพันธ์ที่มีหลากหลายเส้นของคุณ”
(เส้นด้ายแห่งสายสัมพันธ์อะไรกัน?)
ดูท่าทีแล้วแม่หมอไพ่ยิปซีคนนี้จะพูดจริงจังขึ้นกว่าเดิม...จะว่าไปน้ำเสียงเธอดูท่าจะกำลังไม่พอใจสักเท่าไหร่ด้วยสิ
“คุณหมายความว่ายังไง?”
“สิ่งที่ฉันอยากบอกก็ได้บอกไปแล้ว...ขอเตือนไว้หน่อยแล้วกัน...คุณจงระวังหัวใจของตนเองไว้ให้มาก...แล้วก็อย่าได้ตามหาฉันอีกเพราะมันจะยิ่งทำให้เส้นด้ายระหว่างฉันกับคุณแน่นขึ้น...ฉันไม่อาจที่จะยอมรับคุณได้!!”
“ผมไม่เข้าใจในสิ่งที่คุณพูด...หมาย--”
“....”
“ดะ...เดี๋ยว...คุณจะเดินไปไหนน่ะ...อะ..ไร..เนี่ยขะ...ขยับไม่ได้”
พอเธอคนนั้นพูดจบก็เดินไปทางฝูงชนที่กำลังเดินเลือกซื้อสินค้าอยู่ตามร้านต่างๆ...ถึงตรงนี้ผมก็ยังไม่เข้าใจในสิ่งที่เธอพูดผมก็เลยอยากจะถามเธออีกแต่มันรู้สึกแปลกๆตรงที่ผมรู้สึกเหมือนจะขยับออกจากตรงนี้ไม่ได้ผมเลยคิดที่จะตะโกนเรียกเธอแต่ก็เปล่งเสียงไม่ออกอีกเหมือนกันจึงทำได้แค่มองเธอหายเข้าไปในฝูงชนเหล่านั้นจนลับสายตาก่อนที่จะเริ่มรู้สึกว่าร่างกายของผมเองเริ่มกลับมาเป็นปกติช้าๆ )
“....”
“ไปที่อื่นกันเถอะซิก”
(เส้นด้ายแห่งสายสัมพันธ์,โลกคู่ขนาน,เราจะอยู่ที่โลกนี้ไม่ได้,เราจะไม่สามารถเลือกรักใครได้...มีแต่ข้อสงสัยเต็มไปหมดเลยวุ้ย...แล้วทำไมวันนั้นเราถึงได้ขยับตัวไม่ได้ด้วยหล่ะ...โธ่โว้ยยย...มีแต่เรื่องที่ไม่เข้าใจเต็มไปหมดมันหมายความว่ายังไง)
“...............................................”
“...............................................”
“นี่สุดทางแล้วจะกลับเลยไหมไอ้วิว”
“อืม...ว่าแต่เดินมาถึงตรงนี้แล้วมึงก็ยังไม่ได้ซื้ออะไรเลยนี่”
“ไม่รู้ว่ะ...ตรงนี้ก็มีแค่พวกปลากับอาหารทะเลไม่รู้จะซื้อไปทำอะไร”
“อ่อ”
“...วิว...วิวใช่ไหมคะ”
(สะ...สวย....กว่าคืนนั้นอีก)
ผมหันไปมองที่ต้นเสียงหญิงสาวที่เรียกชื่อผม...วันนี้เธอเสื้อคอกลม แขน4ส่วน ลายขวาง สีขาวแดง ดีไซน์ตัวใหญ่ตัดสั้น พร้อมแว่นกันแดด ส่วนล่าง ใส่กระโปรงจีบบานสีดำสนิทดูตัดกับผิวที่ขาวบริสุทธิ์สั้นเหนือเข่า วันนี้เธอแต่งตัวออกไปในแนวหน้ารักมากถ้าให้คะเนจากสายตาตอนนี้ถ้าผมไม่เคยรู้จักหรือรู้อายุจริงๆของเธอมาก่อนผมคงคิดว่าเธอเพิ่งอายุแค่22-23โดยประมาณเพราะวันนี้เธอดูสวยกว่าเมื่อคืนนั้นซะอีก
“กัน...กันมาซื้ออะไรหรอครับ”
(ให้ตายสิ..ไม่กล้ามองหน้ากันตรงๆเลยวุ้ย)
“วิวจริงๆด้วย...บังเอิญจังเลยนะค่ะ....กันมาซื้อกับข้าวน่ะค่ะ...วิวหล่ะคะ”
อาจเป็นเพราะความบังเอิญที่ทำให้ผมได้มาเจอกับกันอีกครั้งที่นี่ก็เป็นได้...ความจริงก็อยากจะขอโทษเรื่องวันนั้นซะตรงนี้เลย...แต่สถานที่มันยังไม่ค่อยเหมาะสมเลยต้องเก็บเรื่องนี้ไว้ก่อน
“ประมาณว่ามาเดินเล่นน่ะครับ”
“ว๊าว...ไอ้วิวสวยชิบหายเลยว่ะ...วันนั้นมองไม่ค่อยชัดพอได้เห็นเต็มๆแบบนี้-”
“พอก่อนเลยมึง”
ไอ้ซิกพอเห็นกันก็ยื่นหน้ามากระซิบกระซาบข้างหูผมทันทีเชียว
“เอ่อ...กันนี่เพื่อนผมครับ...ชื่อซิก..ซิกนี่กัน...คงรู้อยู่แล้วใช่ไหม”
ผมแนะนำทั้งคู่ให้รู้จักกันเพราะวันนั้นกันดูรีบๆด้วยเลยต้องแนะนำอย่างเป็นทางการกันอีกที
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะซิก”
“ผมก็เหมือนกันคร๊าบ”
“กันมากับใครหรอครับ”
“กันมาคนเดียวค่ะวิว”
“บ้านกันอยู่แถวนี้หรือเปล่าคร๊าบ”
“เปล่าค่ะ...พอดีกันมีธุระแถวนี้น่ะเลยแวะมา...แล้ววิวกับซิกเป็นนักศึกษามหาลัยนี้ใช่ไหมคะ”
“ครับกัน...เรา2คนเรียนวิทยาการคอมพิวเตอร์ครับ“
“จริงหรอค่ะ!”
พอกันรู้ว่าผมเรียนที่นี่ก็เหมือนจะดีใจอะไรสักอย่าง
“...มีอะไรหรือเปล่าครับ?”
“ไม่...ไม่มีอะไรหรอกค่ะ”
“นี่ไงวิวมึงกำลังหาคนกินเหล้าด้วยอยู่ไม่ใช่เรอะ...รองชวนกันดูสิ”
อยู่ๆไอ้ซิกก็ชวนกันไปกินเหล้าด้วย....แต่ก็ถือเป็นเรื่องดีเหมือนกันเพราะจะได้ทำให้มีเวลาพูดคุยกันมากกว่านี้แต่กันจะไปหรือเปล่านี่สิ
(มึงไม่ใช่เรอะที่อยากกิน...แล้วถ้าจะพูดดังขนาดนี้จะให้กูชวนทำไมฟ๊ะ)
“...วิวดื่มเหล้าด้วยหรอค่ะ”
“ก็นิดหน่อยน่ะครับ”
“งั้นกันไปดื่มด้วยก็ได้ค่ะ...แต่กันต้องกลับบ้านก่อนแล้วถึงจะออกมาได้อีกที”
“เอาแบบนั้นก็ได้ครับ...แล้วเราจะนัดเจอที่ไหนดี”
“...ถ้าเป็นที่...ที่เราเจอกันครั้งแรกหล่ะค่ะ”
(อึ้ยยยย....แบบนี้....ไม่ๆๆวันนี้แค่ขอโทษกันเรื่องคืนนั้นก็พอ...ไม่มีทำอย่างอื่น!)
“ก็ได้ครับ”
“ค่ะ...แล้ววิวกับซิกจะกลับเลยหรือเปล่า...แล้วมานานกันยังคะ”
“กำลังจะกลับพอดีเลยครับ”
”งั้นเราแยกกันตรงนี้ก่อนนะ...กันขอตัวไปซื้อของต่ออีกหน่อยไว้เจอกันตอน2ทุ่มครึ่งนะค่ะวิว”
“ครับ”
“...............................”
“บังเอิญ โลกกลม พรหมลิขิต จริงๆเลยนะไอ้วิว...อยากเจอก็ได้เจอ”
(บังเอิญ...อย่างนั้นหรือ?)
...........................................................................................................
20.30 น.
ผมกับซิกกลับมานั่งเล่นรอเวลาอยู่หอไอ้ซิกจนเวลาใกล้2ทุ่มครึ่งจึงพากันออกมาร้านที่เคยมากับไอ้ซิกครั้งที่แล้ว....พอมาถึงผมก็เห็นรถเก๋งสีดำจอดอยู่หน้าร้านและคิดว่าเป็นรถเก๋งของกั่นแน่นอนแต่พอเดินเข้ามาในร้านกับไม่พบกัน
“เชิญครับ...วันนี้พวกน้องจะเลือกคนไหนดีครับ...หรือจะรับเครื่องดื่มอะไรก่อนดี”
ผมกับไอ้ซิกเข้ามานั่งที่โต๊ะที่เค้าจัดไว้ให้ก่อนที่ไอ้ซิกมันจะสั่งเหล้า
(วันนี้พี่คนนี้จะเลือกแขกให้กูผิดอีกเปล่าวะ)
“พี่คร๊าบ...ขอเหล้าชุดใหญ่ให้ผมชุดนึง”
“เหล้าชุดใหญ่นะครับ”
“คร๊าบ...”
พูดจบพี่ผู้ชายคนนั้นก็เดินไปทางหลังร้านส่วนไอ้ซิกก็เหมือนจะลุกเดินไปไหนเหมือนกัน
“มึงจะไปไหน?”
“เดี๋ยวกูมา...ไปเรียกน้องส้มแปป”
ไอ้ซิกหายไปไม่ถึง3นาทีมันก็ควงแขนน้องส้มของมันออกมา...จะว่าไปแล้วน้องส้มของไอ้ซิกก็ดูหน้าตาใช้ได้แบบบ้านๆดีถ้าเห็นจากสายตาแล้วอายุน่าจะตรงกับหน้าตาคือประมาณ25ซึ่งนั้นก็จริงเพราะไอ้ซิกเคยบอกอายุส้มให้ผมรู้...แล้วถ้าเทียบกับคนที่เดินตามหลังทั้ง2มาแล้วคนละเรื่องกันเลย...เธอคนนี้สวยกว่าและดูอ่อนวัยกว่ามากถ้าตัดเรื่องอายุออกไป...วันนี้กันใส่ชุดสีดำปาดไหล่รัดรูปยาวจนถึงครึ่งขาอ่อนคล้ายชุดกระโปรงแถมแต่งหน้าทาปากสีแดงสดมาสวยเชียบ
ไอ้ซิกมาถึงก็นั่งอีกฝั่งแล้วก็ให้น้องส้มของมันนั่งตักทันทีส่วนกันพอเดินมาถึงก็ทักทายผม
“ขอโทษนะค่ะวิว...พอดีกันเข้าไปคุยกับเพื่อนมาน่ะค่ะ”
หลังจากกันเอ่ยทักผมเธอก็มานั่งที่เก้าอี้ข้างๆผม
”ผมก็เพิ่งมาครับ”
(เอาไงดีวะ...พูดเรื่องนั้นเลยดีไหม)
ถึงตอนนี้ผมก็อยากจะขอโทษกันเรื่องนั้นให้รู้แล้วรู้รอดไปเพราะผมรู้สึกไม่สบายใจ...แต่ดูเหมือนกันจะมีท่าทีเฉยๆและดูเหมือนจะไม่ได้ใส่ใจเรื่องในวันนั้นสักเท่าไหร่ผมเลยยังไม่กล้าพูด
“โอ้...เหล้ามาแล้วๆ”
พอกันนั่งเสร็จเหล้าที่ไอ้ซิกสั่งไว้ก็มาพอดี...ตอนนี้ส้มเป็นคนจัดการชงเหล้าให้ทุกคนจนวนมาหาผมแก้วที่3แต่แก้วแรกของกันเพิ่งยุบไปแค่ครึ่งแก้วเอง
“กันไม่อยากดื่มหรอครับ”
ผมเอ่ยถามกันไปแบบนั้น
“กันดื่มไม่ค่อยเก่งค่ะวิว...ถ้ากินมากกันกลัวเมาก่อน”
ผมคุยกับกันขณะที่สายตามองตรงไปที่ฝั่งตรงข้ามตอนนี้ทั้งไอ้ซิกและส้มต่างแข่งกันกระดกแก้วเป็นว่าเล่น
22.00 น.
ผมนั่งคุยกันกินเหล้ากันไปจนตอนนี้เหล้าหมดไปเกือบ3กลมแล้ว...แล้วถ้าพูดถึงอาการตอนนี้ไม่ต้องเอ่ยเลยผมเริ่มตาลายและรู้สึกร้อนไปทั้งตัวแล้ว...สติตัวเองก็เริ่มจะเอาไม่อยู่ความจริงก็ไม่อยากกินมากหรอกแต่ไอ้ซิกส่งให้ๆอย่างเดียว...ก็คงจะมีแต่กันนี่แหละที่แค่หน้าแดงและน่าจะยังมีสติครบถ้วนที่สุด..ส่วนไอ้ซิกกับน้องส้มมันพูดจาเลอะเทอะกันทั้งคู่พูดไม่ค่อยรู้เรื่องกันแล้วก็ว่าได้
“อึก...หืมมมม...น้องส้ม..จ๊าา...พี่จา..ม่าย..ไหว..แล้ว”
“ส้ม...ก็...มึนหัว...แล้ว...โลกมันก็หมุนๆๆๆๆ”
“เราปาย...ขึ้น...สวรรค์..เถอะจ๊ะ..จุ๊บ”
(เฮ้ย...จูบกันตรงนี้เลยเรอะ...ไอ้บ้า...แรกลิ้นโชว์กูด้วย)
“ส้ม...ก็...จาม่าย..หวายแล้ว”
พูดจบทั้งส้มและไอ้ซิกก็ประคองกันลุกขึ้น
“ดะ...เดี๋ยวไอ้ซิกมึงจะไปไหน”
“อารายวะวิว...กูก็จะไป..ดึ๊บๆ...ดึ๊บๆ..กาบน้องส้มสิวะ...ฮ่าๆๆ..กูปายขึ้น..สวรรค์ก่อนนะ...โว้ย”
“เฮ้ย...แล้วทิ้งกูเลยเรอะ”
ไอ้ซิกไม่ตอบผมได้แต่มุ่งหน้าตรงเข้าไปทางด้านในของร้าน...ส่วนผมตอนนี้รู้สึกมึนหัวแบบเหมือนจะลุกไม่ขึ้นได้แต่เอามือกุมขมับแล้วก่มหน้ามองโต๊ะ...จะว่าไปแล้ววันนี้ก็เป็นวันแรกที่กินจนรู้สึกเมาขนาดนี้
“...วิวดูเหมือนจะเมามากเลยนะค่ะ”
“เหมือนจะจริงนะครับ...วันนี้ผมรู้สึกว่าเมาที่สุดจริงๆ...ไม่เคยเมาขนาดนี้มาก่อนเลย”
“...ดีนะค่ะที่วิวยังไม่เมาขนาด2คนนั้น...แล้ววิวจะไปไหนต่อไหมค่ะ”
“ก็คงจะต้องรอซิกมันน่ะครับ...ผมมากับมัน...แต่ไม่รู้ว่ามันจะออกมาตอนไหน”
“...เอ่อ...วิว...ไปนอนบ้านกันก่อนดีไหมค่ะ”
(ฮ๊ะ...บ้านกัน...อะ...เอาไงดีฟ๊ะ?)
“เดี๋ยวกันไปบอกเพื่อนก่อนว่าจะกลับแล้ว...วิวรออยู่ตรงนี้แปปนึงนะค่ะ”
“คะ..ครับ”
“...”
กันหายเข้าไปไม่นานก็ออกมาและช่วยพยุงผมขึ้นรถของเธอซึ่งแน่นอนว่าตอนนี้ผมตัดสินใจแล้วว่าจะไปค้างบ้านกัน
................................................................................................
ตอนนี้รถเก๋งสีดำที่มีผมนั่งมาและมีหญิงสาวเป็นคนขับแล่นมาตามถนนเลี่ยงเมืองได้ไม่นานก็ถึงที่หมาย
“เดินไหวไหมค่ะวิว”
“พอไหวครับ”
กันเอ่ยถามผมในขณะที่รถจอดนิ่งสนิทก่อนที่จะเปิดประตูรถออกไปผมเลยเปิดประตูแล้วออกมาข้างนอกบ้าง...บ้านกันเป็นบ้านจัดสรรแต่ก็ดูใหญ่มากพอตัวเลยผมมองดูไปรอบๆก่อนจะเหลือบมองไปเห็นรถเก๋งอีกคันที่จอดอยู่ข้างๆรถกัน...จะว่าไปแล้วรถเก๋งคันนี้ดูคุ้นตามากเหมือนเคยเห็นที่มหาลัยหรือเปล่านี่แหละแต่คงไม่ใช่มั้ง
“เอ่อ...กันครับ...ผมมาค้างแบบนี้ที่บ้านจะไม่มีปัญหาหรอครับ”
(เวรกรรม...ลืมถามตั้งแต่อยู่ที่ร้าน)
“กันอยู่กับพี่แค่2คนค่ะ...พี่เค้าไม่ว่าหรอก”
กันพูดขณะที่เดินเข้ามาพยุงผม
“งั้นรบกวนด้วยนะครับ”
กันคล้องแขนและพาผมเข้าไปในบ้านของเธอความจริงก็คิดที่จะบอกพี่ของกันสักหน่อยเพราะผู้ชายเข้ามาค้างบ้านผู้หญิงมันไม่ค่อยจะเป็นเรื่องดีสักเท่าไรแต่ดูเหมือนว่าพี่กันจะนอนแล้วกันเลยพาผมตรงเข้าห้องเลย
“จะให้ผมนอนห้องนี้จริงๆเหรอครับ”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ...อย่าลืมสิคะเรา2คนเคยเห็นทุกส่วนของกันและกันมาแล้ว”
(อึ้ยทุกส่วนของกัน...เส้นขนดำขำ....คิดอะไรอยู่วะไอ้วิว)
“คือว่าเรื่องนั้น...ผมต้องขอโทษจริงๆนะครับที่เข้าใจผิดว่ากันเป็นหมอนวดไปได้”
“...”
กันไม่ได้ตอบผมเพียงแต่เดินเข้ามาใกล้และหลับตาพริ้มยื่นริมฝีปากที่เรียวบางที่ตอนนี้เป็นสีแดงสดจากการแต่งแต้มด้วยลิปสติกเข้ามาประกบปากผม...ตอนนี้มันทำให้รู้สึกอบอุ่นแล้วหัวใจผมเองก็เริ่มที่จะเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆถึงจะไม่ใช่การจูบแบบแลกลิ้นก็ตาม
“...สิ่งที่กันทำลงไปทั้งในวันนั้นแล้วก็จูบที่มอบให้ในวันนี้มันไม่ได้เกิดจากความใคร่นะค่ะ”
กันละปากออกไปก่อนที่จะพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูมั่นใจรวมไปถึงแววตาที่ดูแน่วแน่ที่จ้องมาที่ดวงตาของผมเห็นแบบนี้แล้วมันเหมือนจะทำให้ผมรับรู้ถึงภายในจิตใจของเธอเลยว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้มอบให้นั้นเกิดจากความเต็มใจของเธอเองทั้งสิ้น
“...”
“เรามาทำแบบนั้นกันอีกเถอะค่ะ”
น้ำเสียงที่เปล่งออกมาอย่างแผ่วเบาจากปากของกันมันช่างนุ่มนวนเหลือเกินจนทำให้ร่างกายผมรู้สึกเหมือนมีเลือดไหลไปหล่อเลี้ยงร่างกายจนทั่วจนทำให้รู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัว
ต่อจากนั้นกันก็ลุกขึ้นไปปิดไฟในห้องแล้วเดินไปยืนข้างหน้าต่างแล้วเปิดหน้าต่างออก...เวลานี้กันดูสวยเหลือเกินเพราะได้แสงจันทราที่ฉาดฉายเข้ามาประดับประดาให้เธอดูงามประดุดดังเทพธิดา เส้นผมสีน้ำตาลออกดำที่ปลิวไสวเมื่อต้องลมอ่อนๆที่พัดผ่านเรือนร่างที่ผอมเพรียว แนบติดชุดเสื้อผ้าสีดำสนิทที่สวยได้รูป ใบหน้าที่ขาวผ่องสดใสไร้สิวฝ้า ใบแก้มที่ออกแดงระเรื่อ ริมฝีปากที่เรียวบางสีแดงสด ยังคงโดดเด่นสู้แสงจันทร์ จนผมทนไม่ไหวเดินตามเข้าไปกอดเธอจากด้านหลังอย่างแนบแน่นทันที
“พระจันทร์คืนนี้สวยมากเลยนะค่ะวิว”
“กันก็งดงามไม่แพ้พระจันทร์เลยนะครับ”
พูดจบผมก็ค่อยๆหันตัวกันกลับมาช้าๆแล้วเอื้อมมือข้างขวามาจับปลายคางกันเชิดขึ้นหน่อยนึงทั้งกันและผมมองประสานตากันด้วยแววตาที่ดูหวานหยาดเยิ้ม
“ช่วยอ่อนโยนกับกันด้วยนะค่ะวิว”
“ครับ”
กันค่อยๆหลับตาพริ้มลงอย่างช้าและเผยอริมฝีปากออกนิดนึงก่อนที่ผมจะค่อยๆหลับตาลงแล้วยื่นปากของผมเข้าไปประกบกับปากที่แสนจะเรียวบางของกัน...เรา2คนยืนจูบกันอย่างไม่รีบร้อนอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องรวมทั้งหมู่ดาวที่ประดับประดาอยู่ระยิบระยับเต็มฟากฟ้าราตรีที่เงียบสงัดประดุจดังโลกนี้มีเพียงเราแค่2คน
จากจุดเริ่มต้นประกบปากจนตอนนี้ลิ้นผมเริ่มทำหน้าที่สอดแทรกผ่านช่องปากของทั้งผมและกันเข้าไปสัมผัสกับปลายลิ้นของกัน...ตอนนี้ผมได้รู้สึกถึงความอ่อนนุ่มละมุนละไมและรสชาติหวานจางๆที่ถาโถมเข้ามาทีละน้อยจนทำให้ท่อนเนื้อด้านล่างของผมขยายตัวขึ้นช้าๆอยู่ภายในกางเกง
“อืมมมมมมม~~~”
ทั้งกันและผมตอนนี้เริ่มที่จะแรกลิ้นประกบจูบกันแรงขึ้นเรื่องๆผมส่งลิ้นเลียวนไปทั่วทั้งภายในปากของกันส่วนมือก็เริ่มขยับปราดป่ายไปจนทั่วแผ่นหลังของกันจากนั้นผมก็ค่อยๆละปากออกจากกันแล้วใช้มือข้างขวาที่โอบอ้อมปราดป่ายอยู่ที่แผ่นหลังของกันค่อยๆลูบคลำไล่ตามสายชุดชั้นในมาจนถึงเนินหน้าอกที่เต่งตูมเต็มไม่เต็มมือนูนออกมาจากเสื้อสีดำปาดไหล่รัดรูปที่กันสวมใส่...ผมวางมือข้างขวาทาบทับเนินหน้าอกกันไว้แบบนั้นส่วนมือซ้ายจากตอนแรกที่คล้องเอวของกันอยู่ผมก็ค่อยๆเลื่อนมันต่ำลงไปสัมผัสที่สะโพกที่ผายได้รูป...กันมองมาที่มือข้างขวาของผมนิดนึงก่อนจะจ้องมองมาที่ใบหน้าของผมจากนั้นก็ยิ้มออกมานิดนึง
“วิวชอบหน้าอกกันไหมค่ะ”
“ชอบมากครับ...หน้าอกกันใหญ่เต็มไม้เต็มมือผมดีจังเลย”
พูดจบกันก็เอามือข้างซ้ายจากตอนแรกที่โอมเอวผมอยู่เปลี่ยนมาเป็นจับทาบบนหลังมือผมแล้วค่อยๆจับมือผมถูขึ้นลงช้าๆที่หน้าอกของเธอเหมือนจะให้ผมบีบหน้าอกของเธอส่วนมือขวาของกันตอนแรกที่วางทาบหน้าอกผมอยู่ก็ค่อยๆไล่ลงมาเรื่อยๆจนมือนุ่มๆของกันมาสัมผัสที่ท่อนเนื้ออาวุธประจำกายของผม...ส่วนเจ้าท่อนเนื้อของผมพอได้สัมผัสกับนิ้วมือที่เรียวบางของกันถึงจะมีกางเกงกั้นกางอยู่แต่มันก็หยุดความเสียวที่เริ่มก่อตัวขึ้นมาเรื่อยๆไม่ได้ยังคงแข็งสู้มือของกันขึ้นเรื่อยๆ...ผมก็ไม่ยอมแพ้เช่นเดียวกันผมเริ่มที่จะบีบเต้านมของกันแรงขึ้นสลับข้างซ้ายทีข้างขวาทีจนกันเอามือข้างซ้ายจากที่จับหลังมือผมอยู่เปลี่ยนมาคล้องคอผมและเริ่มที่จะหลับตาพริ้มลงเรื่อยๆส่วนปากก็เหมือนจะเม้มเบาๆเห็นแบบนั้นผมจึงได้ใจบีบคั้นเต้านมที่อวบอั๋นเต็มไม่เต็มมือแรงขึ้นไปอีกกันก็ไม่ยอมแพ้เช่นกันลูบคลำท่อนเนื้อจากนอกกางเกงเร็วๆพลางแหงนหน้ามองเพดาน...เห็นแบบนั้นผมจึงค่อยๆยื่นหน้าเข้าไปใกล้คอของกันและแลบลิ้นออกมาแตะที่ต้นคอเบาๆส่วนทั้งมือขวาและมือซ้ายของก็ยังทำหน้าที่ไม่ขาดจับบีบลูบคลำอยู่ทั้งที่เต้านมและสะโพก...ผมค่อยๆเลียเบาๆเป็นวงกลมอยู่ที่ต้นคอของกันและจมูกก็ยังรับรู้ถึงกลิ่นน้ำหอมจากๆมันยิ่งทำให้อารมณ์พุ่งพล่านขึ้นไปอีก...พอซุกไซร้และเลียที่ต้นคอกันจนทั่วผมก็เริ่มเลียสูงขึ้นไปที่ติ่งหูของกันและขบเบาๆจนกันเริ่มส่งเสียงครางออกมาเบาๆที่ในคอ...ผมก็เริ่มที่จะเลียไล่ลงมาเรื่อยๆมาจนถึงเนินเต้านมของกันจากนั้นจึงจัดแจงถอดชุดของกันออกจนตอนนี้มันได้ลงไปกองอยู่ที่ปลายเท้าของกันเรียบร้อยแล้วจากนั้นก็ตามด้วยยกทรงสีดำของกัน...ผมค่อยๆปลดเปลื้องมันออกอย่างช้าๆและสายตาก็จับจ้องอยู่ที่เต้านมของกันที่ตอนนี้มันเป็นอิสระปราศจากเครื่องบทบัง...เห็นแบบนี้ยิ่งทำให้หัวใจพองโตเต้นแรงขึ้นอีกเพราะได้เห็นหัวนมเม็ดเล็กๆสีชมพูระเรื่อของกันที่ตั้งชูชัดโดดเด่นล่อตาล่อใจผมเหลือเกิน
“หน้าอกกันสวยมากเลยนะครับ...หัวนมก็สีชมพูดีเหลือเกิน”
“...วิวอะ...อย่าเอาแต่มองสิค่ะ”
“กันอยากให้ผมทำอะไรดีหล่ะครับ”
“วิว...จะ...ทำอะไร..กันก็ยอมทุกอย่างแหละค่ะ”
“งั้นผมขอชิมรสชาตินมของกันหน่อยนะครับ”
พูดจบผมก็ยื่นหน้าเข้าไปเลียวนอยู่ที่เนินนมของกันและดูดเบาๆอย่างทะนุถนอมตอนนี้กันเริ่มครางในลำคอขึ้นอีกครั้งเมื่อผมเลียวนขึ้นมาเข้าใกล้หัวนมของกันขึ้นเรื่อยๆพอถึงที่หมายผมก็เลียเข้าไปที่หัวนมของกันอยู่หลายทีก่อนที่จะทั้งจูบทั้งดูดจนรู้สึกว่าหัวนมสีชมพูของกันจะแข็งสู้ลิ้นขึ้นเรื่อยๆส่วนมือขวาของผมก็ลูบไล้จากเนินอกลงไปผ่านหน้าท้องที่แบนราบไล้ซึ่งชั้นไขมันไปจนถึงกางเกงในลายลูกไม้สีดำของกันจากนั้นผมก็ค่อยๆเขี่ยถูไปถูมาจนเริ่มรู้สึกถึงความเปียกชื้นขึ้นมาทีละนิดส่วนมือซ้ายผมก็ยังทั้งบีบทั้งจับหน้าอกข้างขวาขอกันอยู่อย่างไม่หยุดหย่อน
“อุ้ย~~~วิวอย่าขบหัวนมกันแรงนักสิค่ะ...กะ..กันเสียวจัง..~”
“ก็นมกันนุ่มนิ่มดีเหลือเกินนี่ครับ...ผมเลยอดใจไม่ไหว...ขออีกหน่อยนะครับ”
ผมทั้งดูดทั้งเลียไปทั่วทั้งเต้านมทั้ง2ข้างและคอยเหลือบมองใบหน้ากันตลอดกันก็ยังหลับตาหรี่ๆตลอดแล้วพอผมหยุดเลียกันก็ก้มมามองหน้าผมแล้วก็เอามือมาลูบหัวผมเบาๆ
“อิ่มแล้วหรอค่ะวิว”
กันพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนก่อนที่จะลูบไล้มือลงมาที่แก้มผม...ผมจ้องมองดวงตาที่กลมโตของกันที่ขอบตาถูกเขียนแต่งแต้มด้วยสีดำคมกริบจนไปถึงหางตาก่อนที่ผมจะยื่นหน้าขึ้นไปจูบแรกลิ้นด้วยความดูดดื่มกับกันอีกที
“ขอกันทำให้บ้างนะค่ะ”
“ทำอะไรหรอครับ”
“ไม่รู้สิค่ะ...คิคิ...แต่วิวต้องเสียวแน่”
“หืมมม~~~”
พูดจบกันก็ซุกไซร้ใบหน้าเข้ามาเลียที่ต้นคอผมส่วนมือก็ถอดกระดุมเสื้อของผมออกทีละเม็ดจนหมดผมจึงช่วยกันถอดเสื้อตัวเองแล้วกันก็ค่อยๆเลียไล่ลงมาที่หัวนมของผม
“อูยยย~~กันครับ...อาาา”
“คิๆ..เสียวไหมค่ะวิว”
“สะ...เสียวครับ...อาาาา~”
กันยังคงดูดเลียเบาๆอยู่ที่หัวนมผมจนผมรู้สึกเสียวไปทั้งตัวหลังจากนั้นกันก็หยุดและคุกเข้าลงและจ้องหน้าตรงมาที่เป้ากางเกงของผมก่อนที่จะเลียริมฝีปากของตัวเองนิดหน่อยแล้วพูดกับผม
“คงจะอึดอัดน่าดูเลยนะค่ะ”
“มะ...มัน..อยากออกมาข้างนอกเต็มที่เลยครับ”
“งั้นกันจะช่วยเองค่ะ”
พูดจบกันก็ลูบคลำท่อนเนื้อผมจากนอกกางเกงก่อนจะปลดเข็มขัดออกช้าๆแล้วก็รูดซิบและดึงกางเกงและกางเกงในลงไปที่ปลายเท้าส่วนผมก็จัดแจงเขี่ยกางเกงออกไปให้ไกลตัว...ตอนนี้ท่อนเนื้อขนาด7นิ้วของผมได้เป็นอิสระอวดโฉมต่อสายสตรีเพศเรียบร้อยแล้วซึ่งพอกันเห็นก็มองมันแบบแทบจะไม่กระพริบตาพร้อมเอามือที่เรียวบางของเธอมาจับเบาๆที่ท่อนเนื้อของผมและรูดมันนิดหน่อยจากนั้นก็แลบลิ้นสีชมพูของเธอออกมาโลมเลียไปจนทั่วท่อนเนื้อของผม...ตอนนี้มันรู้สึกเสียวไป