แสดงรูปภาพเฉพาะสมาชิกเท่านั้น
ขอชี้แจงและตอบคำถามเรื่องพิศวาสมังกรหยก
ก่อนอื่นผู้เขียนต้องขอขอบคุณผู้ที่ติดตามและชื่นชอบผลงานของผู้เขียนเป็นอย่างมากมา ณ.ที่นี้ด้วยใจจริงความจริงแล้วผู้เขียนตั้งใจจะวางมือและทุกสิ่งเพื่อมุ่งไปสู่ทางธรรมจึงขอยุติทุกสิ่งของตน แต่แล้วจากการที่ได้คุยกับผู้อื่น
รวมถึง คุณ areja( คุณแว่น )ที่เป็นแอดมินบอร์ดนี้ ซึ่งมีส่วนในการกระตุ้นให้มาเขียนตอนต่อไปคือ เดชคัมภีร์นางฟ้า ด้วยเหตุผล 2 ประการ
1.ผู้เชียนไม่มีความรับผิดชอบต่องานเขียนของตัวเองที่เริ่มไว้และไม่มีการมาเขียนต่ออีก เพราะมีผู้อ่านที่รอคอยอยู่
2.แม้ผู้เขียนได้เล่าพล็อตเรื่องทั้งหมดที่คิดไว้ให้ว่าสามารถนำไปเขียนต่อได้
ก็ว่าผู้เขียนน่าจะเป็นคนเขียนต่อเอง ถึงแม้อาจไม่จบยังดีปล่อยทิ้งไปเหมือนคัมภีร์ยุทธที่โยนทิ้งก้นหีบไปอย่างน่าเสียดาย( ว่าไปโน้น ผู้เขียนก็บ้ายอมั่ง )จากเหตุผลทั้ง 2 ประการ จึงขอตกลงว่า จะมาเขียนให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้
หากใครสนใจก็นำพล็อตเรื่องไปเขียนต่อหรือจะคิดขึ้นมาใหม่ก็อนุญาติให้ทำได้
ในงานเขียนของผู้เขียนขอยอมรับว่าเกิดจากความคึกคะนองและจินตนาการของตนเอง ซึ่งมีข้อบกพร่องผิดพลาดด้วยไม่ได้ค้นคว้าหาข้อมูลมาละเอียดรอบคอบก่อนมานำเสนอ ซึ่งผู้เขียนขอขอบคุณและน้อมรับคำชี้แนะแต่ยังนำเสนอมาผิดๆ ด้วยความขี้เกียจของผู้เขียนเอง ต้องขออภัยในส่วนนี้เป็นอย่างสูงที่ไม่ได้แก้ไข
ซึ่งในส่วนนี้ควรเป็นสิ่งที่ผู้เขียนควรทำให้มาก ดังเช่นผู้เขียนคนอื่นที่ผู้เขียนชื่นชอบในบอร์ดนี้ได้กระทำอยู่ ที่เขียนมาไม่ได้มีความน้อยใจแต่อย่างใด กลับรู้สึกขอบคุณที่ชี้แนะและตำหนิมา ที่กล่าวมาจึงเป็นที่มาของกระทู้นี้ ที่ต้องการตอบข้อสงสัยของผู้อ่านในงานเขียนที่ผิดพลาดทำให้เกิดข้อสงสัย
จึงขอเปิดโอกาสให้ผู้อ่านได้ซักถาม และสามารถวิจารณ์ชี้แนะงานเขียนของผู้เขียนได้ โดยข้อตั้งกฎเพียงข้อเดียวคือ
ขอให้ผู้อ่านท่านอื่นอย่าไปต่อว่าผู้อ่านที่ตำหนิวิจารณ์งานเขียนของผู้เขียน เพราะอาจทำให้เกิดการทะเลาะกันเอง
และทำให้ผู้ต้องการแสดงความเห็นใดๆไม่กล้าแสดงความคิดเห็นออกมา จึงทำให้ขาดมุมมองใหม่ขึ้นมา ตัวผู้เขียนย่อมมีวิจารณญาณที่สามารถรู้ได้ว่ากำลังถูกวิจารณ์ด้วยเหตุผลที่ดีและจริงใจหรือไม่ และสามารถรับฟังได้ทุกกรณีโดยไม่ต้องไปโต้ตอบ
แต่หากสามารถแก้ไขได้ก็จะนำไปพิจารณา เพราะไม่เช่นนั้นเราก็จะอยู่แต่ในโลกที่ต้องการรับฟัง แต่สิ่งที่อยากได้ยินเท่านั้น ( นี้คือทัศนะของผู้เขียน) เขียนมาซะยาวเลยไม่ได้ตอบคำถามที่มีผู้สงสัยถามเข้ามาเลย เอาเป็นว่าให้ผู้อ่านซักถามข้อสงสัยเข้ามา และหากมีข้อคิดเห็นใดหรือแม้แต่จะชี้แนะตำหนิก็ทำได้ ดั่งที่ตลงกันไว้แล้วด้วยความนับถือผู้อ่านทุกท่านเช่นกันCOBRA.........................................................................................
(แว่น คัดเอามาจากสำนวนต้นฉบับเลยจึงมีข้อความท่านครบถ้วนสมบูรณ์ เรื่องนี้ลงบอร์ดบ้านเมื่อ สิงหาคม 26,2016,10:01:48 PM ) ตอนนี้อาจเคยผ่านตาผู้อ่านมาบ้างแล้ว ไม่ต้องสงสัยครับอยู่ในเรื่องเดียวกัน กงจื้อมหาภัย “
บุรุษหน้าขาวนั้น เจ้าดูไม่ออกรึว่าเป็นสตรีปลอมมาแน่นอน. "
เจ้ากังปังกล่าวขึ้นกับสมุนคู่ใจเปียกน้ำเฮาะ
“ หน้าตาขาวเกลี้ยงจนถึงลำคอขาวผ่องอย่างนั้น ยังไงก็ต้องเป็นสตรี “ เจ้ากังปังกล่าวต่อ
“ ต่อให้เป็นบุรุษเราก็ขอเล่นฟันดาบกับมันสักที ”
" ท่านจะเล่นฟันดาบยังไงหรือ "
“ เจ้าตัวโง่งม เราก็จะเอาแท่งหยกของเราฟาดฟันกับแท่งหยกของมันนะซิ ” มันว่าพลางก็ชี้ไปตรงเป้ากางเกงของมันที่ตุงขึ้นมา พร้อมกับหัวเราะขึ้นมา จนบุรุษหน้าขาวนั้น ต้องหันมามองแว่บหนึ่ง ด้วยสายตารังเกียจ
บุรุษหน้าขาวนั้นที่แท้ก็คือ
แม่นางซูหยิงหยิง แห่งสำนักบุปผา อันเลื่องชือในยุคนี้เพราะไม่ เพียงแต่วิทยายุทธที่ทำให้สำนักบุปผามีชื่อเสียง ด้านความงามของสตรีในสำนักบุปผาก็เลื่องชื่อ ด้วยเจ้าสำนักบุปผาก็คือ
นางอี้หลินปอ ก็เป็นโฉมสคราญอันดับหนึ่งในบู๊ลิ้มยุคก่อน ส่วนลูกศิษย์ของ นางก็ติดอันดับสิบโฉมสคราญในบู๊ลิ้มยุคใหม่ถึงห้าคน
แถมศิษย์เอกของนางคือ
แม่นางอิมเอี้ยงยี้ ก็ถูกยกย่องเป็นโฉมสคราญอันดับหนึ่งในบู๊ลิ้มขณะนี้ ด้วยความงามของนางถูกเทียบราวกับ
องค์กวนอิม กลับชาติมาเกิดจนถูกขนานนามว่า
ธิดากวนอิม ฉายาดอกบัวงามแห่งบู๊ลิ้ม แม่นางซูหยิงหยิง
ฉายาโบตั๋น บังเอิญพลัดหลงกับเจ๊เจ๊นางอีก 4 คนได้แก่
อิมเอี้ยงยี้(
ดอกบัว )
กิมเง็กจู( เบญจมาศ )
ทิซิมลั้ง(
กุหลาบ )
เล็กหยงหยง(
กล้วยไม้ ) รวมห้าคน
ชาวบ๊ลิ้มต่างขนานนามเป็น ห้าสาวดอกไม้งามแห่งบู๊ลิ้ม ซึ่งทั้งเก่งทั้งสวยพิชิตยอดฝีมือมานัก ต่อนักในคราวประลองยุทธมาแล้ว ซูหยิงหยิงปลอมตัวเป็นชายเพื่อตามหาเจ๊เจ๊อีก4 นาง แต่เป็นคราวเคราะห์ของนางที่วันนี้ กลับมาเจอ
กังปังฉายากงจื้อขยี้ดอกไม้เข้า แค่ได้ยินเสียงหัวเราะมันก็ทำให้นางไม่สบอารมณ์หันหน้าไป ดูเห็นบุรุษนั้นแต่งตัวราวกับกงจื้อ ส่งสายตากรุ้มกริ่มท่าทางยียวนรูปร่างสูงชลูดแต่ผอมกระหร่องราว กับคนไม่มีแรง นั่งอยู่กับชายกลางคนหน้าตาขี้เหร่บอกท่าว่าเป็นคนร้าย นางลุกขึ้นสบัดหน้าเดินหนีไปอย่างเชิดหยิ่ง ส่งสายตาดูแคลน
เจ้ากังปังมองดูนางยักย้ายสะโพกเดินขึ้นบันไดโรงเตี้ยมไปอย่างคาดหมายในใจ
“ ดูกระบี่ที่นางถือดูมีราคาไม่น้อย ”
เปียกน้ำเฮาะพูดขึ้น
กังปังกับเปียกน้ำเฮาะสองทรชนในบู๊ลิ้ม เจ้ากังปังเป็นนักล่อลวงต้มตุ๋น ล้วงกระเป๋า แสร้งทำ เป็นกงจื้อ หลอกเอาเงินไปเที่ยวซ่องคณิกาไม่เว้นแต่ละวัน จนหนักเข้าเอานางคณิกาจนหมดแทบทุกซ่อง มันเลยก้าวหน้าหลอกสาวๆชาวบ้านไปเย็ดตั้งหลายสิบคน นับเป็นตัวแสบของบู๊ลิ้ม ต่างให้ฉายาว่ากงจื้อ ขยี้บุปผา ส่วนเจ้าเปียกน้ำเฮาะเป็นนักย่องเบา ขโมยทรัพย์สิน ต่อมาสองเลวมาเจอกันเลยเป็นเพื่อนกัน
“ ดูจากพู่กระบี่แล้วต้องเป็นของสำนักบุปผาแน่ หรือนางจะเป็นหนึ่งในห้าสาวดอกไม้งาม แห่งบู๊ลิ้มที่ผู้คนกล่าวถึงข้าว่าเราอย่าไปยุ่งดีกว่า ” เปียกน้ำเฮาะกล่าว
“ ผิดแล้ว อย่างนี้ซิข้ายิ่งชอบ ” เจ้ากังปังกล่าวอย่างหื่นกระหาย
พอคิดได้ว่านางต้องเป็นคนใดคนหนึ่งในห้าดอกไม้งาม ยิ่งกระตุ้นราคะในสันดานมันให้กำเริบขึ้น
“ ข้าว่ามันเสี่ยงไปนะท่าน ได้ข่าวว่าวิทยายุทธพวกนางไม่ใช่ย่อย ”
“ ฮึ...ข้าไม่จำเป็นต้องสู้ด้วยวิทยายุทธเสมอไป ”
“ เอ๊ะ ”
“ แล้วเจ้าดูไปเถอะ.....แล้วจะรู้ว่าฉายากงจื้อขยี้ดอกไม้ไม่ใช่ได้มาด้วยง่ายเช่นกัน บังเอิญพวกนางชื่อห้าสาวดอกไม้งาม กงจื้อคนนี้จะจับมาขยี้ให้หมด แล้วจะขยี้ให้แรงๆ ด้วย ”
เจ้ากังปังพูดพร้อมกับทำท่าขยี้ฝ่ามือเข้าหากันหนักๆ จนเกิดเสียงดังเพาะๆ
“ ตอนนี้เจ้าไปสืบดูว่านางพักห้องไหน แล้วมาบอกข้า ”
.....................
ยามราตรีแม่นางซูหยิงหยิงยังอยู่ในชุดชายจำแลงมา อยู่ในห้องพัก เจ้าเปียกเฮาะบัดนี้ปลอมตัวมาเป็นเสียวเอ้อ กำลังจัดที่นอนพร้อมกับยกกาน้ำชามาวางบนโต๊ะ พร้อมเชิญชวนให้นางดื่มน้ำชาพักผ่อน แต่นางไม่สนใจพร้อมโบกมือไล่มันออกไป
“ ข้าทำตามที่ท่านสั่งแล้วแต่แม่นางนั่นไม่สนใจแตะต้องน้ำชานั่นเลย ”
“ ไม่เป็นไรของเล่นข้าไม่มีเพียงเท่านี้ แล้วที่นอนเจ้าจัดการยังไง ”
“ ข้าเอาผ้าผืนนี้ปัดตรงที่หมอนแล้วตามที่ท่านสั่ง ”
“ ขอเพียงหัวถึงหมอนเท่านั้น ก็จะเสร็จเรา ”
ที่หลังคาโรงเตี้ยมปรากฎร่างชายสองคนขึ้นไป มันคือเจ้ากังปังกับเปียกเฮาะสองทรชนที่กำลัง ยกกระเบื้องออกดูภายในห้อง ถึงแม้มันสองคนจะมีวิทยายุทธพื้นๆ แต่เรื่องวิชาตัวเบามันสองกลับ ไม่เป็นรองผู้ใด แถมวิ่งหนีได้อย่างรวดเร็วยิ่ง
ในห้องแม่นางซูหยิงหยิงกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่โดยไม่รู้ว่าภัยจะมาเยือน พลางคำนึงว่า หากซือเจ๊พวกนางเห็นรหัสลับที่นางทิ้งไว้คงจะมาสมทบกับนาง นางอ่านหนังสืออยู่สักครู่ก็หยุดตรงหน้ากระจก ปลดมวยผมที่เกล้าไว้ออก ก็ปรากฎผมที่ สยายยาวออกมา เห็นวงหน้างามเพริศพริ้งตัวในกระจกอย่างพอใจ พร้อมกับปลดเสื้อคลุมและผ้าแถบ ที่พันรอบอกออก พลันก้อนเนื้อใต้ผ้าก็เด้งดึ๋งขึ้นมาราวกับมันลิงโลด ที่ได้รับอิสระจากพันธนาการเสียที ดีดผึงขึ้นมาเป็นลูกย่อม ชูหัวนมแหลมเปี้ยบ
นางเอามือช้อนใต้ฐานนมยกขึ้นดู ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ นางภูมิใจในรูปร่างหน้าตาของตนที่ถูกชาวบู๊ลิ้มยกย่อง เป็นโฉมสคราญแห่งยุคใหม่ ไม่เพียงแต่นางเท่านั้นที่พอใจ สองบุรุษบนหลังคาต่างก็พอใจเช่นกัน ต่างปรารถนาจะได้ยล โฉมนางมากกว่านี้ แต่ดูเหมือนนางจะทำลายความหวัง กลับสวมใส่ชุดนอน ขึ้นไปนอนเล่นบนเตียง
สักพักนางก็ต้องเคลิบเคลิ้มหาวขึ้นมา หลับใหลไปอย่างไม่รู้ตัว
“ อา...นางเป็นสตรี....สวยงามยิ่งอย่างที่ท่านบอก....แต่ไม่รู้นางคือใคร ” เจ้าเปียกเฮาะกล่าวเบาๆ
“ นางคือ โบตั๋น ซูหยิงหยิง หนึ่งในห้าดอกไม้งามบู๊ลิ้ม ”
“ ท่านรู้ได้อย่างไร ”
“ ข้าเคยเห็นนางในงานประลอง ภาพวาดของเหล่าโฉมสคราญข้ามีไว้หมดทุกคน ”
“ ท่านรู้ท่านยังจะกล้าอีกหรือ ”
“ ยิ่งกว่าอีก ข้าปรารถนามานานที่จะได้เย็ดกับโฉมสคราญเหล่านี้ เจ้าแอบดูข้าแล้วชักว่าว เอาแล้วกัน ”
กงจื้อกังปังสเดาะห์ประตูเข้าไปในห้องแม่นางซูหยิงหยิงได้ตั้งแต่เมื่อใด มันตรงเข้าไปเขย่าร่างนางพลางเอามือตบหน้าขาวเกลี้ยงเบาๆ แต่นางไม่มีท่าทีจะตื่น แต่อย่างใด มันยิ้มอย่างพอใจแฝงแววราคะในรอยยิ้ม พลางก้มลงจูบแก้มใสนางอย่างทนุถนอมก่อนก้มลงประทับ จูบบน ริมฝีปากแดงอวบอิ่มดังจ๊วบ
“ หอมหวานยิ่ง ซูหยิงหยิงแม่ดอกโบตั๋นคนสวย นี้ขนาดเจ้ายังงามเพียงนี้ อีกสี่นางจะ ขนาดไหน โดยเฉพาะ อิมเอี้ยงยี้ ที่ว่ากันว่าสวยที่สุดในแผ่นดิน กงจื้อมีวาสนาจะเย็ดให้หมด ......แต่ตอนนี้ขอเย็ดเจ้าเป็นคนแรกก่อน ”
คิดแล้วมันก็ลงมือปลดเปลื้องเสื้อผ้านางออก ทรวงอกอวบอิ่มที่เห็นสักครู่ก็เผยให้เห็นอีกครั้ง คราวนี้เด่นชัดกว่าเดิมเพราะอยู่ใกล้ ๆ ต่างตั้งตระหง่านดั่งดอกบัวคู่แข่งกันชูช่ออร่ามบนหน้าอก แถมดีดสะท้อนขึ้นลงตามลมหายใจ ที่นอกห้องเจ้าเปียกเฮาะกำลังก้มๆเงยแอบดูอยู่ตรงนอกประตูเพราะ บนหลังคามันเห็น ไม่ถนัด ภายในห้องมันเห็นเจ้ากังปังกำลังก้มลงดูดนมแม่นางซูหยิงหยิงอย่างเอร็ดอร่อยเสียงดัง
จ๊วบจ๊าบ เจ้าเปียกเฮาะดูไปพร้อมกับเอามือจับกระดอเขย่าไปมา
ฉับพลันมันก็รู้สึกเย็นวาบที่กลางหลังพอเหลียวไปดู เห็นกระบี่สั้นทิ่มอยู่ที่กลางหลังมัน
“
เจ้ากำลังทำอะไร ” เสียงสตรีหนึ่งดังเจื้ยอแจ้วเสนาะโสต
เจ้าเปียกเฮาะหันไปยังตะลึงกับรูปโฉมนาง งดงามราวกับ นางสวรรค์
นางคือกิมเง็กจู โฉมงามอันดับสองรองจากกวนอิมเท่านั้น
“
แม่นาง...ข้าเปล่า ”
“
อย่าโกหก....เจ้าลับๆล่อ ต้องมีอะไรในห้อง....นั่น..”
เสียงนางขาดห้วงไปเมื่อก้มไปดูเห็นเจ้าเปียกเฮาะ กำอะไรในมือ เห็นหัวพองร่าราวกับ กิ้งก่า บานโร่สีเขียวคล้ำ สิ่งนั้นที่เขาเรียกว่า
ควย นางถึงกับหน้าแดงซ่าน ยิ่งขับวงหน้าให้งามเฉิดฉันท์ เกิดนางพึ่งเคยเห็นควยเป็นครั้งแรกถึงกับใจหวิว นางเป็นสตรีพรหมจรรย์ย่อมเอียงอายตามประสาดรุณี แรกแย้มด้วยวัยเพียงสิบแปดเท่านั้น
เจ้าเปียกเฮาะพยายามจะหลบหนี กิมเง็กจูได้สติ สกัดนางถอยได้ทัน เจ้ากังปังได้ยินเสียงอึกทึกข้างนอกรีบลุกขึ้นตวัดม่านบังเตียงนอนไว้ พลันร่างของเจ้าเปียก น้ำเฮาะ ก็กระเด็นเข้ามานอนล้มตึงอยู่ตรงหน้ามัน ตามติดด้วยสตรีสวมอาภรณฟ้า หน้าตาสะสวยราวกับ นางสวรรค์ คิ้วตีโก่งราวกับคันศร ดวงตาหวานหยาดเยิ้ม จมูกโด่งเป็นสันต์ ริมฝีปากแดงสด วงหน้า รูปไข่ขาวเกลี้ยงเกลา สวยราวกับเทพธิดา
ซูหยิงหยิงว่าสวยแล้วยังสู้นางที่มาใหม่นี้ไม่ได้
“
ท่านช่วยด้วย ” เสียงเจ้าเปียกเฮาะร้องคราง นอนตะแคงนิ่งกับพื้นคงถูกสกัดไว้
“
โกวเนี้ย อะไรกันนี้ “
“
ม่วยม่วยเราอยู่ไหน..”
“
ข้าไม่รู้ ”
เพียะ เพียะ กิมเง็กจูตรงเข้ามา ตวัดฝ่ามือขึ้นตบหน้าสองฉาด เจ้ากังปังเห็นเงาฝ่ามือวูบแต่ไม่มีปัญญาหลบถูกตบหน้าสองทีซ้อน
“
เจ้านี่บังอาจนัก กล้ามาย่ำยี ห้าดอกไม้งามแห่งบู๊ลิ้มเชียวหรือ ”
“
เดี๋ยวโกวเนี้ย เจ้าคือใคร ”
“
ข้าคือ เบญจมาศ กิมเง็กจู แห่งสำนักบุปผา ”
“ อา....มิน่าท่านถึงงดงามยิ่งถึงเพียงนี้ เป็นวาสนาที่ข้ามาพบ ”
“
หุบปากเจ้าซะ แล้วอย่าคิดหนีไปไหน ”
ว่าพลางนางก็หันหลังไปที่เตียงแต่ปรากฎรอยยิ้มในมุมปาก ที่จริงนางก็รู้สึกยินดีไม่น้อยที่ถูกผู้คนกล่าวชม แต่ติดที่อันดับสองที่กล่าวถึง เพราะสวยแพ้เจ๊เจ๊นางอันเป็นธรรมชาติที่สตรีมักมีความริษยา นางตลบผ้าม่านขึ้นพลันเห็นร่างซูหยิงหยิงนอนหลับอยู่เสื้อผ้าสวมใส่อย่างหมิ่นเหม่ เพราะกงจื้อรีบใส่ให้อย่างลวก
“
ม่วยม่วย ตื่นเถอะนี้เจ๊เง็กจู ” นางเขย่าตัวน้องสาว พลางตบหน้าเบาๆ แต่ซูหยิงหยิงยังไม่ยอมตื่น
นางเลยคว้ากาน้ำชายกขึ้นมาใส่ปาก โดยที่หารู้ไม่ว่า เจ้ากงจื้อวางยาไว้ในนั้นแล้ว นางพ่นน้ำ ไปที่หน้าม่วยม่วยนางหวังจะทำให้ตื่นอยู่สองสามครั้งแต่เผลอดื่มเข้าไปอึกใหญ่ ซูหยิงหยิงยังหลับใหล ซ้ำร้ายนางรู้สึกมึนงงเล็กน้อย เจ้ากังปังเห็นกลับลิงโลดในใจ
กำลังคิดว่าจะหาหนทาง หนียังไงคิดไม่ถึงว่าสวรรค์ช่วย ให้แม่นางกิมเง็กจูกลับต้องมาตายน้ำตื้น
“
นี้เจ้าทำอะไรกับม่วยม่วย ”
“ นางหลับชั่วขณะ....เดี๋ยวก็ตื่นเอง ”
กิมเง็กจูฟังคล้ายเสียงเจ้ากังปังก้องสะท้อนไปมาด้วยฤทธิ์ยากล่อมประสาทในน้ำชาสำแดงผล
“ เจ้าทำให้นางตื่นเดี๋ยวนี้ ” างออกคำสั่งยกกระบี่ขึ้นชี้มาที่ลำคอมันแต่ปลายกระบี่เริ่มโงนเงนเหมือนคนไม่มีเรี่ยวแรง
“ งั้นข้า..จะเอายาแก้ให้ ท่านลดกระบี่ลงก่อน ”
กิมเง็กงูลดกระบี่ลงอย่างช้าๆ กังปังทดสอบเดินเข้าไปหานางพลางเอามือมันจับมือที่นางถือกระบี่อยู่
“ เจ้า...เจ้าจะทำอะไร ” นางคล้ายพยายามตั้งสติ จะยกกระบี่ขึ้นอีกครั้งแต่กลับไม่มีแรง
กระบี่นางกลับถูกปลดออก จากมืออย่างง่ายดาย ถึงตอนนี้เจ้ากงจื้อรู้แล้วว่ายามันเริ่มออกฤทธิ์ จึงขวัญกล้าขึ้น
“ แม่นางคนสวย ไม่ต้องกลัวข้า ”
“
ไอ้..อุ๊บ ”
นางร้องขึ้นเบาๆ บัดนี้ร่างนางกลับถูกโอบกอด นางที่จริงมีวรยุทธเป็นเลิศ อย่าว่าแต่เจ้ากงจื้อ เลวนี่จะกอดนางเลย ต่อให้สัมผัสตัวแม้ปลายเล็บยังไม่ได้ แต่ตอนนี้นางกลับไร้กำลังจะยกขึ้นต้านทาน
“ เจ้าคงคอแห้งดื่มน้ำอีกสักหน่อย ”
มันพูดพลางเอากาน้ำชาจ่อปากนางยกลงเทไปในปากนาง กิมซูเง็กไร้ปัญญาต้านทานต้องดื่มน้ำ ลงไปอีกสองสามอึก เจ้ากังปังต้องจัดการนางอย่างแน่นอน ด้วยกลัวว่านางจะโดนยาไม่พอ ลำพังฝีมือมัน ไม่สามารถต่อกรกับนางได้ เมื่อกี้ยังตบหน้ามันสองที ต่อไปมันต้องเอาคืนสองทีเช่นกัน เจ้ากังปังคิดเสร็จแล้วมันก็อุ้มนางไปที่เตียงวางลงเคียงข้างกับซูหยิงหยิงที่กำลังหลับใหลอยู่
เจ้าเปียกเฮาะมองอย่างตื่นตลึงอย่างไม่เชื่อสายตา ที่เห็นเหตุการณ์แปรเปลี่ยนเช่นนี้ มันถูกสกัดจุดอยู่ได้แต่นอนมองเจ้ากระหร่องกังปังแสดงบทรักต่อ
"
เจ้าบัดซบจะทำอะไรข้าอย่านะ..." แม่นางกิมเง็กจูร้องขึ้น เมื่อเห็นเจ้ากังปังลงมานอนเคียงข้าง
นางยกมือขึ้นหมายตบหน้าแต่กลับ กลายเป็นยกมือขึ้นลูบไล้ใบหน้ามันอย่างแผ่วเบา
“ เมื่อกี้เจ้าตบหน้าข้า..เจ็บตรงนี้แหละ ทีนี้ข้าขอหอมแก้มเจ้าบ้าง ” แม่นางกิมเง็กจูพยายามเบี่ยงหน้าหลบซ้ายขวา
แต่เสมือนกลับเป็นการเสนอแก้มนวลให้กงจื้อราคะ ประจงจูบสองแก้มอย่างเต็มฟอด
“
อา...หอมยิ่งนัก “ เสียงเจ้ากังปังคล้ายกังวานก้องไปทั่ว
กิมเง็กจูโดนยากล่อมประสาทเข้าไปอย่างมากจนไม่สามารถตั้งสติอยู่ เห็นใบหน้าเจ้ากังปัง คล้ายล่องลอยไปมามีหลายหน้าซ้อนๆกัน ใบหน้าที่ส่อแววหื่นกระหายอย่างน่ารังเกียจขยะแขยง กำลังโน้มเข้ามา กิมเง็กจูได้หลับตานิ่งได้ยินเสียงมันกล่าว
“ ดรุณีที่สวยงาม วันนี้ข้าโชคดียิ่ง ...”
กิมเง็กจูได้แต่ร่ำร้องในใจ ขอให้คนมาช่วย พลันในใจกลับนึกถึงใบหน้าชายหนุ่มรูปงาม ที่แรกเจอในตอนเดินทาง
คุณชายฮวยมัวเล้า แห่งสำนักปูซาน ตามวิสัยของหญิงสาวแรกแย้มย่อมปรารถนาจะเคียงคู่กับชายหนุ่มรูปหล่อเช่นกันกับที่บุรุษ ก็ปรารถนาหญิงาม นึกถึงตอนนี้ริมฝีปากอวบอิ่มนางก็รู้สึกได้สัมผัสกับปากอันร้อนแรง เป็นรสจูบแรกที่นางได้สัมผัส ทั้งร้อนแรงทั้งหนักหน่วงบดขยี้จูบปากนางแถมยังส่งลิ้นเข้ามา ดุนดัน เกี่ยวกระหวัดกับลิ้นของนางอย่างนัวเนีย
กิมเง็กจูตกใจลืมตาโพลงอยากจะขัดขืนกัดลิ้น แปลกปลอมนั้น แต่เหมือนถูกพิษจูบเล่นงานให้เสียวซ่านยิ่ง พอเจ้าของลิ้นถอนริมฝีปากออกไป กิมเง็กจูกับกลืนน้ำลายอย่างเสียดาย พลันมองเห็นหน้าชายผู้บังอาจจูบนางนั่นกลับเป็นใบหน้าของคุณชายฮวยผู้สง่างาม
เจ้ากงจื้อถ่อยกังปังหายไปที่ใด แล้วคุณชายฮวยมัวเล้าเข้ามาแต่เมื่อใด
“
คะ...คุณชายฮวย....โอ...ไฉนท่านจึงเข้ามาในนี้ได้...ช่วยข้าด้วย ”
เจ้ากังปังฟังแล้วสดุ้ง หันไปดูข้างหลังแต่ไม่พบผู้ใดนอกจากร่างเจ้าเปียกน้ำเฮาะที่นอนกับพื้น กิมเง็กจูพูดต่อ
“ คุณชายเมื่อกี้ท่านจูบข้า...อ้า..ท่าน..”
กิมเง็กจูหน้าแดงผุดผาดยิ่งขับวงหน้าที่สวยอยู่แล้วให้สวยยิ่งขึ้น ที่แท้กิมเง็กจูถูกยากล่อมประสาทที่ออกฤทธิ์เข้าอย่างจัง จนเห็นเจ้ากังปังเป็นคุณชายฮวย เจ้ากังปังตอนนี้เข้าใจในบัดดล เลยสวมรอยเป็นคุณชายฮวย
“ ดรุณีที่น่ารัก เจ้างดงามยิ่ง เป็นของข้าเถอะ ”
แสดงรูปภาพเฉพาะสมาชิกเท่านั้น
“
โอ๊ะ..อุ๊บ..”
กิมเง็กจูร่ำร้องได้เพียงเท่านั้น ก็ถูกกงจื้อราคะประกบปากจูบเข้าอีก คราวนี้เจ้ากังปังบดขยี้จูบอย่างเร่าร้อน มือซนของมันสอดเข้าไปในอกเสื้อนางจับหมับเอาก้อนเนื้ออูมเคล้าคลึงอย่างสนุกปากสนุกมือ กิมเง็กจูแทบหายใจไม่ทันโดนจูบซ้ำแล้วซ้ำเล่า กังปังแม้วิทยายุทธจะต้อยต่ำแต่กลับมีฝีมือแก้ผ้าว่องไวยิ่งนัก ชั่วพริบตามันกลับปลดเปลื้องอาภรณืทั้งของมันและของนางจนแทบจะหมด เหลือเพียงตัวเอี้ยมสีแดงสดปิดกายกิมเง็กจูเพียงผืนเดียวเท่านั้น
กิมเง็กจูแม้จะโดนยากล่อมประสาทเข้าไปเต็มที่แต่เมื่อพบเห็นตัวเองถูกแก้ผ้าจนเกือบเปลือยก็เกิดเอียงอายพยายามยกมือปิดเนินสงวนข้างล่างที่โผล่พ้นชายเอี้ยมวับๆแวมๆ เจ้ากังปังตาหื่นกระหายจ้องดูท่อนขาขาวอวบตัดกับเอี้ยมแดง
“
โอ....ขาวยิ่ง ขอข้าชมดูหน่อยเถอะ ”
ว่าแล้วเจ้ากงจื้อจอมทลึ่งก็ยกมือตวัดผ้าตลบขึ้นไปปิดศรีษะนาง กิมเง็กจูใบหน้าถูกผ้าเอี้ยมปิดไว้ แต่เบื้องล่างกลับเปิดเรือนร่างขาวสว่างโล่งโจ้งอวดให้เห็นกระจะตา กังปังกลืนน้ำลายที่แทบจะหยดออกจากริมฝีปาก เมื่อได้เห็นร่างกายขาวผ่องเป็นยองใยของนาง อกอูมตั้งตระหง่านดังภูเขาเนื้ออวบอิ่มลูกย่อมๆเอวโค้งเว้าได้สัดส่วนรับกับตะโพกผาย ตรงเนินโคกอร่ามแม้จะมีมือของนางปิดอยู่
แต่มันคะเนดูว่าคงใหญ่ไม่ใช่ย่อยเห็นเส้นขนโผล่แพรมลอดมือมาเป็นเส้นบางๆ ดูให้เกิดอารมณ์ยิ่ง มันอดใจไม่ไหวตรงเข้าเคล้นคลึงฟอนเฟ้นสองเต้าอวบอย่างกระหายจัด คลุกหน้าเข้ากับอกอวบ คว้าเต้านมมางับปากดูดดุนดังจ๊วบๆ ราวกับทารกดูดนมมารดาอย่างเอร็ดอร่อย ได้ยินเสียงกิมเง็กจูคราง
"
ฮือ ฮา " ใต้ผ้าเอี้ยมอย่างกระเส่า
กงจื้อดูดดุนเต้านมอร่ามจนหัวจุกบนยอดอกกิมเง็กจุกชูชันแหลมเปี้ยบสีแดง กงจื้อกังปังทั้งดูดทั้งเลียจนกิมเง็กจูต้องครางซี้ดซ้าดด้วยความเสียวอยู่ตลอด เจ้ากังปังยิ่งลากลิ้นเลียไล่ลงมาเรื่อยๆ พลางสูดดมเรือนร่างของสาวพรมจรรย์ช่างหอมหวลยิ่ง มันลากลิ้นเลียลงมาเรื่อยจนถึงเนินโคกสงวนของนาง กิมเง็กจูสุดแสนเสียวซ่านปล่อยให้มันจับมือน้อยของนางออกพ้นจากโคกสงวน
เท่านั้นเองเจ้ากังปังถึงตาลุกวาวเมื่อเห็นโคกหีอล่างฉ่างขาวอวบเต็มสองลูกตา ยาวรีมองเห็นเป็นเส้นตรงปิดสนิทเหนือโคกนูนประดับด้วยเส้นหมอยเล็กๆ หงิกงอเป็นกระจุกนุ่มมือราวกับเส้นไหม เจ้ากงจื้อลูบคลำเล่นอย่างพอใจ ก่อนเอานิ้วแบะแคมโคกดูเนื้อในแดงแจ๋ เห็นเม็ดแตดยื่นมาเล็กน้อย ในร่องเอ่อเยิ้มด้วยน้ำกระสันต์
มันก้มหน้าลงเอาจมูกฝังลงในโคกหียาวรี
“ สมแล้วที่ถูกจัดเป็นโฉมสคารญแห่งยุค สวยทั้งข้างนอกข้างใน อ้า...กลิ่นหีบริสุทธิ์..ช่างหอมนัก..เป็นวาสนาของข้าแท้ๆ .......
อา......ต้องชิมรสชาดหีพรมจรรย์..ดูสักหน่อย..”
เจ้ากงจื้อรำพึงเบาๆ พร้อมกับแลบลิ้นเลีย กิมเง็กจูต้องสดุงเฮือกเมื่อถูกเจ้ากงจื้อคนองสวาทเลียหีโดนเม็ดกระสันต์เข้าอย่างจัง ....
“
อ๊ายส์......ส...หย่า...ส.สะ...สๆๆ..เสียว..ซี้ดส์.....อี้ยส์สส์...”
กิมเง็กจูส่งเสียงร้องเสนาะโสต แอ่นกายบิดไปมา .....เอามือพยายามผลักศรีษะมันอออกไป..แต่มันกลับแหกหีนางทั้งทิ่มแทงลิ้นเข้าหีนาง......ทั้งเลียปุ่มกระสันต์ไม่ยอมหยุดจนทำให้นางเสียวกระสันต์เป็นทวี...เกิดมาเพิ่งเคยถูกเลียหีเป็นครั้งแรก...น้ำเสียวแตกพลักๆ..ออกมาเป็นเมือกลื่นมากมาย
“
โอ้..คะ...คะ..คุณชาย....อ๊ายหย่า ๆ ...ข้าเสียว....ส์...
พอๆเถอะ.....ข้าทนไม่ไหว...”
กิมเง็กจูดิ้นพล่าน....เมื่อเจอวิชาชิวหาพาเสียวของมัน...นิ้วเท้าเกร็งจิกกับที่นอน..มือป่ายไปมาเปะปะ..ดึงผ้าเอี้ยมออกจากศรีษะ เผยให้เห็นวงหน้าขาวผ่องของนางที่ทำปากบิ้วเบี้ยวแต่แม้กระนั้นก็ยังดูสวยซึ้งอยู่ตลอดเวลา
เจ้ากงจื้อเงยหน้าขึ้นเห็นกิมเง็กจูทำหน้าบิดเบี้ยวแยกปากราวกับจะขาดใจ แต่แม้กระนั้นมันกลับมองดูสวยซึ้งอยู่ตลอดเวลานี้แหละกลับเป็นใบหน้าของโฉมหญิงสาวแสนสวยที่มันอยากเห็นแบบนี้ภายใต้น้ำมือของมัน
“ อา..ที่รักเจ้าคงเสียวมาก..ข้าจะทำให้หายเสียว."
“ ช่วยข้าด้วยเถิด..คะ..คุณชาย ” เจ้ากังปังลุกขึ้นยืนแม้มันจะผอมกระหร่องดังผีตายซาก แต่กลับมีลำควยยาวใหญ่ยิ่ง
ขนาดเปียกน้ำเฮาะที่โดนสกัดจุดอยู่มองเห็นยังรำพึงในใจ
“
โอว..ทำไมของยาวนักวะ..แม่นางเง็กจูมีหวังโดนมันแทงไส้ไหลแน่ ”
แต่กิมเง็กจูกลับไม่หวาดหวั่นปรารถนาท่อนควยนั้นมาทิ่มแทงของนาง เจ้ากังปังยืนอวดท่อนควย หัวเขียวคล้ำบานโร่มิหนำซ้ำมันยังทำหัวผงกขึ้นลงราวกับคำนับแม่นางเง็กจู ก่อนเข้าจับขาขาวเนียนแยกออก กิมเง็กจูโอนอ่อนตามโดยง่าย หารู้ไม่ว่าชะตาหอยของนางกำลังจะขาดอยู่ในไม่กี่วินาทีข้างหน้า เจ้ากงจื้อจับขานางขึ้นพับงอเข่าจดท่อนกระดอของมันตรงกลางรอยแยกที่เอ่อล้นด้วยน้ำกระสันต์
ลากขึ้นลงตามรอยแยกกิมเง็กจูรู้สัมผัสถึงไออุ่นจากหัวควยอันเร่าร้อนของมันที่สร้างความเพลิดเพลินให้กับนาง เมื่อเจ้ากงจื้อเห็นว่าจัดท่าได้เหมาะเหม็งดีแล้ว มันจึงดันหัวควยใหญ่พรวดเข้าไปในรูหีนาง เป็นการเปิดฉากเย็ดทันที มันรู้สึกรูแน่นปึ๊กไม่อาจเข้าโดยง่ายจึงออกแรงดันหัวควยพรวดเข้าไปอีกได้แค่ครึ่งหัวควย
แต่แม่นางกิมเง็กจูถึงกับสดุ้งสุดตัว เหมือนถูกเข็มแหลมจิ้มเข้ามา
“
โอ๊ะ.....ไอ๋หย่าส์....ข้าจะ..เจ็บ..อูยส์.. ไอ๋หย่าส์....อย่าดันแรง....อย่าดันแรง ”
กิมเง็กจูเผลอร้องออกมาดังลั่น เนื่องจากนางเป็นสาวพรหมจรรย์ รูหีของนางยังบริสุทธิ์ผุดผ่องไม่เคยมีควยชายใดล่วงล้ำเข้าไปก่อน เพิ่งจะโดนเจ้ากงจื้อราคะเย็ดเป็นครั้งแรก....จึงต้องเจ็บเป็นธรรมดา นางพยายามดิ้นรนแต่ถูกเจ้ากงจื้อกดเข่าพับไว้แน่น เจ้ากงจื้อแม้จะเย็ดหญิงสาวมามากแต่เป็นเพียงนางคณิกาชั้นต่ำ ไหนเลยจะได้เย็ดสาวบริสุทธิ์เช่นนาง แถมรู้สึกรูหีนางตีบตันยิ่งนักเหมือนกำลังตอกประตูเข้าไปในเนื้อไม้ไม่ผิด
ก้มลงดูเห็นควยยังไม่เข้าไปสักที จับโย้ขาขึ้นสูง กิมเง็กจูเจ็บจนน้ำตาเล็ดความเสียวแทบหายไปร่ำร้องไม่หยุด
“
โอ๊ะ...คุณชายฮวย..ข้า..ข้าเจ็บ..โอ๊ยส์...เอ๊ะ....ว๊ายส์..อ๊ายส์...เจ้า..เจ้า..มะ..ไม่ใช่..คุณชายฮวย.. โอ๊ยส์..เจ้าตัวบัดซบ..เอาออกไปเดี๋ยวนี้ ”
กิมเง็กจูรู้สึกเจ็บจนทำให้ตัวยากล่อมประสาทคลายประสิทธิผลไปชั่วขณะ มองเห็นหน้าคุณชายฮวยที่นางแอบชื่นชมกลับเป็นใบหน้าเจ้ากังปังอีกครั้ง เจ้ากงจื้อกังปังเห็นช้าไม่ได้การ จับขานางโย้ขึ้นบนศรีษะในท่ายกล้อ มันกระโดดขึ้นบนทิ้งตัวลงมาอย่างหนัก กิมเง็กจูร้องลั่น เมื่อโดนควยกระแทกเข้ารูหีนางอย่างหนักรูหีที่ตีบตันแทบฉีก เมื่อหัวควยใหญ่ของมันทลวงเข้ารูหีนางอย่างจัง
เยื่อพรหมจารีย์ที่นางมีไว้ป้องกันความสาวไม่อาจทนทานแรงกระเด้าอย่างหนักได้ ต้องฉีกขาดกระจุยกระจายเป็นเสี่ยงๆไปต่อหน้าต่อตา เลือดสาวบริสุทธิ์สาดกระเด็นออกมาแดงฉานไหลเปรอะ
เจ้าเปียกน้ำเฮาะเห็นกงจื้อข่มขืนนางต่อหน้าต้องร่ำร้องในใจ
“
ไอ๋หย่า..กิมเง็กจูคนสวย งานนี้หีฉีกแน่ ”
“
ว๊ายส์...ฮือๆ...เจ้าชั่วข่มขืนข้า.....ฮือๆ....โอ๊ยส์...ฮือ ” กิมเง็กจูร้องไห้ออมาอย่างลืมตัว มองไปเห็นพรหมจรรย์ที่ต้องสูญไปต่อหน้า เจ็บรูหีสุดประมาณ
เจ้ากงจื้อกังปังก็มองเห็นเลือดพรหมจารีย์ไหลออกมาแดงฉานมันกลับตื่นเต้นเสียประมาณ
“
โอ้...นางเป็นสาวพรหมจรรย์โดยแท้...โดนของข้าทีเดียวถึงกับเลือดสาด ”
“
เจ้า....เจ้าคนชั่ว....ทำข้าเจ็บ...โอ๊ยส์..อูยส์..”
“ โอ้....คนสวย....ข้าไม่เจตนา...แต่รูหีเจ้าตีบตันนัก....ทนเจ็บอีกหน่อย...แล้วเจ้าจะอร่อยเอง..อย่าขัดขืนมาข้าจะช่วยดูดนมให้เจ้าจะได้หายเจ็บ..”
ว่าแล้วเจ้ากงจื้อก็จับสองขากิมเง็กจูขึ้นพาดบ่า ก้มลงดูดเลียนมขาวพลางกดควยเข้าหีพลาง เวลานี้มันไม่กลัวโฉมงามจะทำอะไรมันแล้วมีแต่ปรารถนาจะพาลำควยส่วนที่เหลือเข้ารูหีนางให้มิดเท่านั้น กิมเง็กจูไม่อาจช่วยอะไรตัวเองได้ จึงได้แต่ปล่อยให้เจ้ากงจื้อย่ำยีนางแต่ฝ่ายเดียว หลังจากที่เจ้ากงจื้อทำลายเยื่อพรหมจรรย์นางแล้วค่อยพาควยกระดืบเข้ารูหีนางได้สดวกหน่อย
ทั้งธรรมชาติในร่างกายก็ไม่ได้โหดร้ายนักพอควยเจ้ากงจื้อกระดืบเข้าไปเสียดสีกับเม็ดแตดภายในมิหนำซ้ำเจ้ากงจื้อยังช่วยดูดนมทั้งสองเต้าดังจ๊วบจ๊าบไม่หยุด จึงทำให้นางพอคลายเจ็บลงได้ น้ำกระสันต์คลายออกมาช่วยหล่อลื่นให้รูหีลดความฝืดคับลง จนในที่สุดเจ้ากงจื้อก็สามารถพาลำควยยาวใหญ่ของมันทลวงเข้ารูหีของโฉมงามจนหมดมิดด้าม หนอกรกหมอยชนกึกกับหนอกขาวสะอาดของกิมเง็กจู
เจ้ากังปังกดหนอกอัดขยี้หนอกไปมา เสียงกิมเง็กจูค่อยร้องแผ่วๆ เจ้ากงจื้อพอคะเนว่าโฉมสคราญคงทุเลาความเจ็บลงมันเลยทดลองขยับควยเข้าออกรูหีอย่างแผ่วเบาก่อน พอสักพักมันเห็นเริ่มชักควยเข้าออกรูนางได้คล่องขึ้น ทั้งกิมเง็กจูคนสวยก็เริ่มเปลี่ยนเสียงครางด้วยความเจ็บปวดมาออกเสียงดัง ซี้ดส์ซ้าดส์ ขึ้น รู้สึกคล้ายเม็ดแตดภายในกลับสั่นริกๆ กระดอนบนสันควย
เจ้ากงจื้อเลยเริ่มสาวควยออกมายาวๆ ค่อยกดกระเด้าลงไปเน้นๆตรงติ่งแตดนาง
“
ซี้ดส์....อูยส์ท่าน...ข้าเสียวยิ่ง ”
กิมเง็กจูเผลอร้องด้วยความเงี่ยนเข้ามาแทนที่ความเจ็บ เจ้ากังปังได้ยินเลยโหมกระเด้าควยลงไปอย่างหนักรูนางดูดกระชับรูดลำควยมันช่างเสียวดีแท้ เจ้ากังปังพอสาวควยเข้าๆออกๆรูหีนางจนเริ่มคล่องดีแล้ว ด้วยตอนนี้รูหีโฉมสคราญปรับเข้าสมดุลย์กับควยมันแล้ว
มันเลยเปลี่ยนจากสาวควยช้า มาเป็นซอยเย็ดถี่ๆ
“
โอ๊ยส์...อ๊ายส์ คะ..คุณชายฮวย...อูยส์...”
พอความเสียวเข้ามาแทนที่ความเจ็บ กิมเง็กจูคล้ายกับมาตกอยู่ในภวังค์ของยากล่อมประสาทอีกหน เห็นเจ้ากังปังเป็นคุณฮวยอีกครั้ง
“
อูยส์...ซี้ดส์...ไอ๋หย่า..ไอ๋หย่าคุณชาย ”
“ เจ้าเจ็บหรือ..งั้นข้าหยุดก่อน ”
“
ไม่ข้าไม่เจ็บ...แต่อูยส์....อาส์.บอกไม่ถูก…อู ”
“ เจ้าเสียวใช่ไหม...”
“
ใช่ข้าเสียว...อูยส์คุณชายท่านอา...อย่า..อย่าหยุดทำแบบเมื่อกี้ ”
“
เย็ดอย่างนี้ใช่ไหม ”
เจ้ากังปังแกล้งร้องถามทดสอบนาง พร้อมกับแอ่นกระดอเข้าหานางจนหน้าท้องกระทบกันดัง
ป้าบ “
อูยส์...ใช่แล้ว..อย่างนี้แหละ...”
ตอนนี้เจ้ากังปังก็เสียวควยเช่นกันเพราะรูหีแม่นางกิมเง็กจูดูดกระชับควยดีแท้ มันเลยขึ้นยงโย่ยงหยก กระเด้าเย็ดยิกๆ เสียงควยวิ่งเข้าออกรูหีดัง
ฉุบๆ ฉับๆ ไม่ขาดระยะ ผสานกับเสียงซูดส์ซี้ดส์ปากร้องของโฉมงามอยู่ตลอด
“
อา...หม้อโฉมสคราญเย็ดมันส์ดีแท้.....รูปก็สวย หีก็เยี่ยม..วาสนากระดอข้าจริงๆ ”
บังเอิญซูหยิงหยิงที่นอนด้านข้างกลับพลิกตัวเข้ามาหา เจ้ากังปังเหลียวไปเห็นวงหน้างามพริ้มเพราเข้าพอดี
“ โอ้...แม่นางคนสวยข้าไม่ลืมเจ้าหรอก ความจริงเจ้าสมควรโดนข้าเย็ดก่อน แต่เจ๊เจ๊เจ้าดันเข้ามา แทรก เดี๋ยวรอข้าเสร็จกับเจ๊เจ๊เจ้าก่อนเถอะ ”
เจ้ากังปังคำนึงขึ้นขณะรัวเย็ดแม่นางกิมเง็กจูอย่างไม่ยอมหยุด แม้กระนั้นมันยังสอดมือเข้าไปปลดเสื้อนอนที่ก่อนหน้ามันใส่ไว้อย่างหลวมๆ ล้วงมือเข้าไปจับตรงหว่างขาซูหยิงหยิง มือซนมัน ไต่เดี้ยะเข้าไปเจอหม้ออูมสัมผัสกับไรขนอ่อนอูมนิ่มมือ ทำนิ้วสกิดสเกาตรงปากรูอย่างทะลึ่ง ขนาดซู หยิงหยิงที่กำลังหลับยังคล้ายกระสันต์เสียวสุด้งตัวขึ้นกลับอมยิ้มแยกขาให้มันเกาหีเล่นอย่างเพลินมือ
นงคราญหนึ่งโดนเย็ดเอาๆ หนึ่งนงคราญโดนจับหีบี้แตด นับเป็นโชคสองชั้นของเจ้ากังปังโดยแท้ เจ้าเปียกน้ำเฮาะคิดรำพึงในใจขณะเฝ้ามองมันกำลังเสพสุขอยู่กับสองโฉมสคราญแห่งยุคทั้งสอง เวลานี้มันกลับเริ่มขยับนิ้วมือเท้าไปบ้างแล้ว จุดเส้นที่ถูกสกัดเริ่มคลี่คลายออก มัยรู้สึกตื่นเต้นเหลือประมาณ คิดแผนไว้ในใจ แม่นางกิมเง็กจูกำลังจะถึงจุดสุดยอดอยู่ร่อมร่อ ขนาดพึ่งโดนเย็ดเป็นครั้งแรกนางยังรู้จักแอ่นกระดองหีขึ้นรับควยยาวใหญ่ของเจ้ากงจื้อราคะอย่างลืมตัว
เจ้ากังปังตอนนี้คล้ายคนทำงานหนักกระหน่ำซอยเย็ดไม่หยุด แถมมือตอนนี้กลับวนบี้แตดตรงปากรูหีแม่นางซูหยิงไม่หยุด จนแม่นางซูหยิงหยิงคล้ายกระสับกระส่ายบิดตัวเอี้ยดน้ำใสไหลเอ่อปากรูหีนองไปทั่วเจ้ากังปังเลยจิ้มนิ้วสากเข้ารูหีพรวดเข้าไปทำหงิกงอแทงเข้าๆออกๆ รูหีเล่นเอาซูหยิงหยิงสดุ้งพล่าน ตื่นขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว ซูหยิงหยิงคล้ายกำลังฝันดีได้ท่องเที่ยวในวิมานพบเทพบุตรชักชวนให้เที่ยวสรวงสรรค์
พลันเทพบุตรกลับฝากรักนางยื่นดอกไม้โบตั๋นที่นางชื่นชอบให้มาคลอเคลียที่โคกสงวนนางแต่จู่ๆดันกลับทิ่มดอกไม้นั่นเข้ารูหีนางจนต้องสดุ้งตื่นขึ้นมา ขณะเดียวกันกับที่แม่นางกิมเง็กจูก็กำลังถึงจุดสุดยอดแอ่นหีร่าให้เจ้ากงจื้อกระหน่ำเย็ดอย่างไม่ลืมหูลืมตา
เจ้ากังปังกำลังถึงเส้นชัยเช่นกัน ซอยเย็ดเร็วจี๋ถี่ยิบๆ
“
คะ คะ คุณชาย ขะ...ขะ..ข้า อุ อุ อุ อุ เอาะ เอาะ ออก อกแล้ว..ออกแล้ว ”
“
ข้า ข้า...ออก เหมือนกัน ..ดอ๊ยส์ ....ไอ๋หย่า...ไอ๋หย่า....น้ำ..น้ำแตกแล้ว ไอ๋หย่า ”
“
ไอ๋หย่า...”
“
ไอ๋หย่า...ซี้ดส์ ”
“
ไอ๋หย่าส์ ”
เสียงร้องไอ๋หย่า ดังเกือบพร้อมกับ สองเสียงแรกเป็นเสียงร้องที่ต่างสุขสม ส่วนเสียงสุดท้ายกลับเป็นเสียงร้องจากปากซูหยิงหยิงที่ตื่นขึ้นมา พลันเห็นสภาพแวดล้อมที่เจ๊เจ๊กิมเง็กจูกำลังเย็ดกันอย่างดุเดือดอยู่ด้านข้าง ทีแรกซูหยิงหยิงคล้ายงัวเงีย
เห็นอีกทีรูหีของนางที่เฝ้าถนอมมาจนย่างเข้าปีที่สิบเจ็ด กลับมีนิ้วมือผู้อื่นมาชอนไชอยู่จึงร้องขึ้นอย่างตกใจ
“
อ๊ายส์..อะไรกันเนี่ย...เจ้าเป็นใครไฉน..มาอยู่ห้องข้า...แล้วเจ๊เจ๊เง็กจู...ไฉน..ว๊ายส์ ”
เจ้ากังปังรีบดึงควยออกจากรูหีแม่นางกิมเง็กจูออกมาเสียงดัง พล็อก อย่างเสียดายมองเห็นน้ำเย็ดผสมเลือดสาวสีชมพูจางๆออกมาคลั่ก
“
คะ..คะ..คุณชายอย่าเพิ่งไป..ข้าสุขยิ่ง ” เสียงกิมเง็กจูหลับตาร่ำร้องอย่างสุขสม
ขณะที่เจ้ากังปังเข้ามาคร่อมร่างอวบอัดน่าฟัดของ ซูหยิงหยิงแทน
 
สักพักเจ้ากังปังค่อยรู้ตัวตื่นขึ้น ต้องร้องอย่างตกใจอีกหนเมื่อเห็นเจ้าเปียกน้ำเฮาะกำลังขย่มเย็ดแม่นางซูหยิงหยิงอยู่ตั้งแต่เมื่อใด
“
เฮ้ย..นี่เจ้า ”
“ อุ..อุ...แม่นางซูหยิงหยิงคนสวยข้าอร่อยยิ่ง..จวนๆ เสร็จแล้ว ”
เจ้าเปียกน้ำเฮาะไม่โต้ตอบตั้งตาตั้งตาเย็ดเอาๆ อย่างเดียว ซูหยิงหยิงเพิ่งโดนเข้าหนแรกยังอ่อนเพลียไม่หายเลยปล่อยให้เจ้าเปียกน้ำเฮาะเย็ดเอาฝ่ายเดียว จนในที่สุดเจ้าเปียกน้ำเฮาะก็ระเบิดน้ำเงี่ยนออกมาอีกหนฉีดเข้าโยนีนางจนหมดก่อนชักออกมาแลเห็นรูหีนางขมิบคลายน้ำเมือกออกจากรูเป็นเมือกข้นเหนียวคลั่กออกมาเลอะปากรูหี
“
หมดกันไอ้เวรเปียกน้ำเฮาะ มาจากล้างชามต่อจากข้าอีกจนได้...แล้วจะให้ข้าล้างชามต่อจากมันอีกหรือ ”
เจ้ากังปังรีบปลุกสหายร่วมก่อกามลุกขึ้นเพราะกลัวใกล้ถึงเวลายาจะหมดฤทธิ์ รีบใส่เสื้อผ้าหนีออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อนไปมันเขียนหนังสือทิ้งไว้ว่า เรื่องที่เกิดในวันนี้รู้กันเฉพาะพวกมันกับนางอย่าได้แพร่งพรายไป แถมเจ้าเปียกน้ำเฮาะยังแสบขโมยเงินและของมีค่านางติดตัวไปอีกด้วย แต่ยังมีน้ำใจเหลือไว้เป็นค่าอาหารกับที่พักในพวกนางบ้างเล็กน้อย แล้วทั้งคู่ก็เผ่นจนป่าราบหายไปอย่างรวดเร็ว
................................................
หอคัมภีร์ ผลงานของ คุณ Cobraพิศวาสมังกรหยก1 :
แสดงลิ้งค์เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
2 :
แสดงลิ้งค์เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
3 :
แสดงลิ้งค์เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
4 :
แสดงลิ้งค์เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
5 :
แสดงลิ้งค์เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
6 :
แสดงลิ้งค์เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
7 :
แสดงลิ้งค์เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
8 :
แสดงลิ้งค์เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
9 :
แสดงลิ้งค์เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
9 :
แสดงลิ้งค์เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
เดชคัมภีร์นางฟ้า(
คัมภีร์มังกรหยก )
1 :
แสดงลิ้งค์เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
....................................................
( แว่นได้นำลงให้ คุณ cobra ตามคำอนุญาตโดยตรงที่จะแบ่งปันสมาชิกใน บอร์ด two-hitchhikers.ru.
แว่น เลยคัดสำเนาต้นฉบับมาลงต่อให้เลยนิ อิอิ
12/9/2559 )
เนื้อหาถูกซ่อนเอาไว้ คุณต้องตอบกระทู้นี้ก่อน