*** ทิ้งช่วงไว้นานกลัวจะลืม ถ้าใครลืมกลับไปอ่่าน 2 ตอนแรกก่อนนะครับ ***
//two-hitchhikers.ru/eroticasearch/index.php?topic=173402.msg360041#msg360041//two-hitchhikers.ru/eroticasearch/index.php?topic=174089.msg371633#msg371633เช้าวันรุ่งขึ้นพอลตื่นขึ้นมาแล้วมองไปเห็นภรรยากำลังนั่งแต่งหน้าโดยยังนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวอยู่ ชายหนุ่มเดินเข้าไปจัดการตัวเองในห้องน้ำก่อนจะเดินออกมาหาภรรยา ที่กำลังยืนอยู่หน้ากระจก พอลเข้าไปโอบกอดด้านหลังแล้วหอมแก้มทันที โอ๋เอียงแก้มให้สามีหอมก่อนบอกว่า
“ไม่นอนต่อละ วันหยุดนะ”
“เดี๋ยวไปส่ง”
“ไมต้องหรอก อย่าลืมสิตอนบ่ายตัวเองต้องไปหาพี่พลจะเลิกกี่โมงยังไม่รู้ ไม่งั้นต้องมานั่งพะวงเปล่าๆว่าจะมารับเค้าได้หรือเปล่า”
เธอตอบก่อนเอียงคอมารับการจูบของสามี แล้วบอกว่า
“พอก่อน เดี๋ยวเค้าไปทำงานสาย ตัวเองไปนอนต่อเหอะ”
พอลกลับไม่หยุดซุกไซร้ไปตามลำคออันขาวผ่องของภรรยามือที่โอบรอบเอวเลื่อนไปกุมตรงหน้าอก พอลนั้นยังเปลือยกายอยู่ ฝ่ายโอ๋ที่ใจเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ ปากก็ร้องห้ามและรู้ว่าตรงก้นของตัวเองเริ่มมีอะไรแข็งๆมาดุนอยู่
“พอลขาไว้ก่อน คืนนี้ไง เค้าจะใส่กระโปรงสั้น นะๆๆอูยยยย”
“คืนนี้ก็ส่วนคืนนี้สิ แต่ตอนนี้นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียว”
พูดจบ พอลถลกผ้าเช็ดตัวของโอ๋มาที่เอว ก่อนจะให้ภรรยาแยกขาออกและเอามือไปท้าวที่โต๊ะเครื่องแป้ง โอ่นั้นไม่สามารถห้ามอารมณ์ตัวเองได้ จึงคล้อยตามสามี ก่อนที่บทรักยามเช้าจะบรรเลงกันหน้ากระจก เธอเด้งรับจังหวะของสามีอย่างคุ้นเคย จนผ้าเช็ดตัวที่พันกายไว้หมิ่นๆหลุดออกจากร่าง พอลพาภรรยาไปถึงสวรรค์อีกครั้งก่อนจะอุ้มไปล้างตัวที่ห้องน้ำพร้อมกัน ภายใต้ฝักบัวโอ๋ทุบพอลเบาๆ
“บ้ากาม เค้าไปทำงานสายว่าไงนี่”
“ก็ลาเลยสิ”
“ไม่เอางานเยอะ”
พอลรวบร่างภรรยามาจูบอีกครั้งก่อนจะช่วยเช็ดตัวและประคองออกมาที่ห้องนอน พอลแต่งตัวตามสบายแล้วรอโอ๋แต่งตัวเสร็จจึงพากันลงมาทานอาหารเช้าโดยที่ พอลกระซิบบอกภรรยาระหว่างเดินลงมาชั้นล่างว่า
“กินข้าวอีกทำไม เมื่อกี้ก็กินอิ่มแล้ว”
โอ๋ก้มหน้าด้วยความเขินอายแล้วหยิกไปที่แขนสามีเบาๆ ทั้งคู่พากันเดินไปที่บ้านหลังใหญ่ที่พ่อกับแม่ของพอลนั่งรอทานอาหารเช้าอยู่ก่อนแล้ว จนทานเสร็จพอลเดินไปส่งภรรยาที่รถ ก่อนจะบอกว่า
“บอกให้เอารถพอลไปใช้ก็ไม่ยอมเอาไปสักที”
“บ้าสิเอาไปให้คนเขม่น เป็นพนักงานขับเฟอร์รารี่ไปทำงาน รถพอล พอลก็ขับเองสิ”
ชายหนุ่มหัวเราะแล้วเปิดประตูให้ภรรยา แต่พอทำท่าจะก้มไปหอมแก้มโอ๋เอามือดันหน้าไว้ก่อนแล้วบอกด้วยเสียงดุๆว่า
“พอก่อน เมื่อกี้ยังไม่พออีกหรือไง”
“งั้นคืนนี้เก็บตก”
โอ๋ย่นหน้าให้สามีที่ปิดประตูรถให้ก่อนที่เธอจะขับรถไปทำงานด้วยความเบิกบานใจ พอลเดินกลับขึ้นไปที่ห้องเพราะอยากจะนอกพักก่อนที่จะไปหาพี่ชาย แต่แล้วความวิตกก็เกิดขึ้นเพราะตนเองต้องไปเจอหน้าดวงโดยไม่รู้ว่าหญิงสาวจะมีอาการอะไรออกมาให้เห็นอีก แต่พอเข้าไปในห้องพอลหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ก็สะดุ้งเพราะ พริตตี้ชื่อทรายส่งข้อความเข้ามาว่า
“วันนี้คุณพอลจะมาที่บริษัทหรือเปล่าคะ ทรายไปถ่ายโฆษณาคะ”
ทำเอาเจ้าตัวทำหน้าไม่ถูกเพราะเริ่มจะมองเห็นเค้าลางความยุ่งยากที่จะเกิดขึ้น มาในอนาคตอันใกล้นี้ จนช่วงบ่ายพอลได้ขับรถไปที่บริษัทของพล และมองเห็นห้องตัวอย่างที่พึ่งสร้างเสร็จไม่นานนี้ตรงบริเวณลานว่างด้านหน้าตึกซึ่งมีคนพลุกพล่านอยู่พอสมควร พอลขับรถไปจอดที่ตนจอดประจำแล้วก้าวเดินเข้าไปในตึก เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ลุกขึ้นไหว้ พอลรับไหว้แล้วชี้ไปข้างบน เจ้าหน้าที่ส่งยิ้มที่คิดว่าสวยที่สุดมาให้ก่อนบอกว่า
“คุณพลยังไม่ลงมาคะ”
พอลยิ้มตอบแล้วพยักหน้าก่อนที่จะเลือกเดินขึ้นบันไดไปที่ชั้น 3 ที่ห้องทำงานของผู้บริหารส่วนใหญ่จะอยู่ที่ชั้นนั้น พร้อมยิ้มรับหรือรับไหว้พนักงานที่เดินสวน แต่พอไปถึงหน้าห้องกลับไม่เจอเลขาสาวสวยของพี่ชาย พอลผลักประตูกระจกฝ้าเข้าไป เพราะรู้ยังไงพี่ชายมองเห็นตัวเองอยู่แล้ว พี่น้องมองหน้ากันก่อนพลจะบอกกับตัวแสบว่า
“ข้างล่างยังไม่เสร็จ ไนท์โทรมาบอกอีกประมาณ 45 นาทีถึงจะเริ่มได้”
“งั้นพี่พลทำงานต่อไปเหอะ พอลไปนั่งรอที่ห้องป๊า”
“ตามใจ แล้วเจอดวงหรือเปล่า”
“ไม่เห็นนี่”
พูดจบตนเองก็เดินไปที่ห้องหัวมุมที่อยู่ ที่เป็นห้องทำงานเวลาพ่อของตนเองเข้ามาทำงานที่นี่ พอลเปิดแอร์แล้วเดินไปนั่งที่โซฟาร์รับแขก ห้องของผู้บริหารระดับสูงของที่นี่จะเหมือนกันทุกห้องคือเป็นกระจกฝ้า คนภายนอกมองเข้าไปไม่เห็น พอลนั่งเอาคอไปพิงพนักพิง แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อจะโทรหาภรรยา แต่แล้วมีเสียงเคาะประตูชายหนุ่มรีบนั่งตัวตรงแล้วมองไปตรงประตู ร่างอันงดงามที่คุ้นเคยเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่เคยทำให้พอลนั้นหลงใหลมาก่อน จนกลายเป็นความสัมพันธ์อันลึกซึ้งของทั้งคู่ ดวงเข้ามายืนใกล้ๆแล้วทักว่า
“ดวงลงลิฟท์ไปรับแต่น้องเค้าบอกว่าพอลเดินขึ้นมาแล้ว”
“ใช่ออกกำลังกายมั่งสิ”
“แต่วันนี้แต่งตัวหล่อจัง”
“โอ่จัดไว้ให้นะ”
แววตาของหญิงสาวส่อแววไม่พอใจแต่ไม่พูดอะไรก่อนจะบอกว่า
“งั้นพอลรอแป็บนึงนะ ดวงไปชงโอวัลตินเย็นมาให้”
แล้วเธอทำในสิ่งที่พอลไม่คาดคิดว่าหญิงสาวจะกล้าทำในบริษัทคือเธอก้มลงมาหอมแก้มชายหนุ่มแล้วกระซิบว่า
“คิดถึงนะคะ”
ก่อนที่จะเดินยิ้มออกไปจากห้อง ดวงนั้นอารมณ์ค่อนข้างดีหลังจากกลับจากเที่ยวญี่ปุ่น เพราะเธอได้สิ่งเธอต้องการจากพอลมาแล้วและอยากจะแสดงความรู้สึกของเธอที่มีต่อพอลให้รู้ หญิงสาวจึงกล้าที่จะหอมแก้มชายหนุ่มเพราะรู้ว่ามันเป็นที่ลับตาคน แต่ตรงกันข้ามกับคนที่นั่งอยู่ในห้อง เจ้าตัวเลยไม่อยากอยู่2ต่อ2อีกเลยตัดสินในเดินมานั่งที่ห้องพี่ชาย และบอกพี่ชายว่าอยู่คนเดียวมันเบื่อ พลก็ไม่ว่าอะไรปล่อยให้น้องชายกึ่งนั่งกึ่งนอนบนโซฟาร์ตัวยาว จนดวงเอาโอวัลตินเย็นมาให้เพราะหญิงสาวที่อยู่ในห้องชงกาแฟเห็นชายหนุ่มเดินมาหาพี่ชาย แต่พี่ชายก็แปลกใจที่เห็นน้องชายพูดกับเลขาว่า
“ดวง พอลรบกวนขอน้ำอุ่นอีกแก้วสิครับ”
หญิงสาวทำหน้าสงสัยเพราะปกติพอลไม่เคยขอแบบนี้มาก่อนและพี่ชายถามว่า
“อ้าวเป็นหวัดหรือ ของน้ำอุ่นนะ”
“เปล่ามันติดนะ เพราะในห้องนักบินมันหนาวจะตาย หลังๆเลยดื่มแต่น้ำอุ่นๆแทนน้ำเย็น”
“ไม่เคยเข้าไปนี่หว่า ใครจะไปรู้ เอ้าดวงจัดตามคำขอของคุณชายเค้าด้วย”
เลขาอมยิ้มรับคำสั่งเพราะตอนแรกเธอนึกว่าพอลนั้นเจ็บคอเลยขอน้ำอุ่น แต่พอฟังเหตุผลแล้วก็โล่งใจ พอลใช้หลอดดูดโอวัลตินเย็นก่อนอธิบายให้พี่ชายฟังว่า ในห้องนักบินมีอุปกรณ์ Avionic แผงวงจรต่างๆมากมาย และตัวนักบินเองก็บินอยู่เหนือเมฆดังนั้นแสงจากพระอาทิตย์ยังไม่ถูกเมฆกรองแสงมาให้ก่อนเลย พวกนักบินรับเต็มๆ พวกแผง Avionic หรือจอต่างๆจะปล่อย ปล่อยพลังงานความร้อนอย่างมหาศาล ดังนั้นอุณหภูมิในห้องนักบินจึงค่อนข้างเย็น เพื่อเป็นการลดความร้อนของอุปกรณ์เหล่านี้ไปด้วย การจิบน้ำอุ่นหรือชาร้อนๆจะดีที่สุด พลพยักหน้าก่อนบอกว่า
“เออความรู้ใหม่เลยนะนี่”
“ใช่ไงพี่พล มันเป็นแบบนี้แหละ สมัยก่อนยังไม่เท่าไหร่แต่ยุคนี้มันทันสมัยขึ้น ระบบมันก็ซับซ้อนขึ้นแต่มันช่วยเราได้เยอะ”
พอน้องชายเริ่มพูดจาแบบเป็นงานเป็นการ พี่ชายเลยอารมณ์ปลอดโปร่งขึ้นจากที่กำลังเคร่งเครียดกับงานเลยบอกว่า
“เมื่อเช้าพี่สาวเรานะ เดินโชว์กระเป๋ารอบบ้านก่อนออกไปทำงาน”
“บ้าเห่อไม่มีใครเกิน”
พอลพูดไปพร้อมหัวเราะไปเป็นจังหวะที่ดวงเอาน้ำอุ่นเข้ามาให้อีกรอบพอลบอกขอบคุณก่อนที่เธอจะเดินกลับออกไปพอลจึงพูดกับพี่ชายว่า
“พี่พลก็อย่าไปเครียดกับงานมากนักเราจ้างคนมาช่วยงานเยอะแยะแล้ว จ่ายค่าจ้างสูงๆ อันไหนปล่อยได้ก็ปล่อย อย่าไปลงลึกมากนัก ไม่งั้นมันก็เหมือนบริษัททำงานแบบเถ้าแก่ จัดการเองทุกอย่าง น่าจะหาเวลาผ่อนคลายพาพี่เค๊กไปเที่ยวต่างประเทศมั่งไม่ต้องมาพะวงเฝ้าออฟฟิตตลอด ทีมงานพี่นะเก่งๆเยอะ ปล่อยบ้างเหอะถ้าพี่ยังต้องตัดสินใจเองทุกเรื่อง พวกนี้ก็ไม่กล้าทำอะไรไม่กล้าตัดสินใจ อย่างน้อยก็หาเวลาไปผูกมิตรกับพวกที่เกี่ยวข้องบ้าง บารมีของป๊ากับลุงมันใช้ได้อีกไม่นานหรอกพี่ ผ่านไป2-3 ปี คนรุ่นใหม่ก็เข้ามาแทนที่รุ่นนี้อาจจะไม่ใช่ลูกน้องของป๊าหรือของแม่พอลจะให้ช่วยดูอะไรมันก็ลำบาก สู้พี่สร้างเพาเวอร์ของตัวเองขึ้นมาจะดีกว่านะ พอลว่า จะให้พอลมาช่วยในอนาคต พอลก็ยังตอบไม่ได้นะพี่ เพราะงานตรงนี้พอลก็รักเหมือนกัน”
น้องชายกล่าวทิ้งท้าย พลยิ้มอย่างพอใจ ทำไมตนเองจะไม่รู้ในเรื่องนี้แต่ไม่เคยมีใครมาบอก แต่พอน้องชายบอกพลคิดว่าต้องรับฟังเหมือนกัน นี่คือข้อดีอีกอย่างของพอลที่กล้าจะพูดกับตนเอง บ่อยๆครั้งที่อยู่กันสองคนพี่น้อง พอลจะพูดแบบเป็นงานเป็นการ ทำให้ตนเองต้องฟังความเห็นของน้องชายมาตลอด ไม่เหมือนอยู่ต่อหน้าคนอื่น พอลจะกลายเป็นตัวแสบให้พี่ๆปวดหัวตลอด มันเป็นอีกมุมของน้องชายที่เป็นคนมีความคิด ความเป็นผู้ใหญ่ ไม่ใช่ตัวแสบที่แหย่พี่สาวจนเต้นเหมือนเมื่อคืน จนฝ่ายการตลาดโทรบอกว่าเซ็ตฉากเรียบร้อยแล้ว พลจึงชวนน้องชายลงไปดู โดยที่เลขาไม่ได้ลงไปด้วย
พอทั้งสองพี่น้องเข้าไปในห้องตัวอย่างที่นางแบบทั้ง4 คนแต่งหน้าแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย ทรายที่ดูเหมือนจะรออยู่แล้วเพราะเห็นรถของพอลผ่านหน้าห้องตัวอย่างได้เดินเข้ามาโดยที่เธอสวมเสื้อคลุมอยู่เหมือนกับเพื่อนๆ ใบหน้าที่แต่งไว้เข้มพอสมควรได้ยิ้มและทักพอลทันที
“สวัสดีคะคุณพอล หยุดหรือไงคะถึงได้มาได้”
พอลยิ้มรับแล้วตอบไปว่า
“ใช่ครับ แต่โดนบังคับให้มาดู ทั้งๆที่พอลไม่รู้อะไรเลย แต่ยังไงพอลก็ยังห่วงเรื่องหุ้น 20 บาทอยู่นะครับ”
ทำเอาเธอหัวเราะออกมา แต่จ้องหน้าชายหนุ่มโดยตาไม่กระพริบโดยไม่สนสายตาของใครๆที่มองมา ทรายนั้นตั้งแต่วันที่เจอพอลที่บริษัทนี้ พอแยกจากกันและเข้ามาในรถของเพื่อนที่ชื่อปุ๊กปิ๊ก โดยเธอนั่งด้านหลังเยื้องกับคนขับโดยเพื่อนที่ชื่อโม่นั่งข้างๆและอุ้มนั้นนั่งหน้าคู่คนขับ สายตาของทุกคนมองไปที่รถเฟอร์รารี่สีดำที่จอดข้างๆรถเบนซ์สปอร์ต ทำให้พริตตี้ทื่ชื่ออุ้มร้องออกมาว่า
“ว้าว ขับเฟอร์รารี่ด้วย”
ทุกคนต่างรู้ดีว่าอุ้มหมายถึงใครแต่ปุ๊กปิ๊กที่เลี้ยวรถออกนอนถนนใหญ่ได้พูดขึ้นมาว่า
“แหมเธอหมายถึงใคร”
“อย่ามาไก๋ยายปิ๊ก เธอก็รู้หมายถึงใคร”
อุ้มตอบเพื่อนสาวด้วยน้ำเสียงที่รู้ทันก่อนบอกต่อไปว่า
“ตรงนั้นที่จอดรถของผู้บริหารนะจ๊ะ ตอนที่เรามาก็เห็นเบนซ์สปอร์ตรุ่นเดียวกับที่ยายทรายใช้แต่คนละสีจอดอยู่ ก็เดาว่าเป็นของคุณพล แล้วนี่ใครจะไปจอดตรงนี้ได้ถ้าไม่ใช่ผู้บริหารหรือญาติ ก็เท่ากับว่ารถคันนี้ต้องเป็นของพ่อนักบินรูปหล่อนั่นสิ”
“แต่ก็หล่อจริงๆนะ แถมคารมดีอีกต่างหาก”
คราวนี้โม่เป็นคนพูดขึ้นมา แล้วปุ๊กปิ๊กที่ขับรถอยู่ก็บอกมาว่า
“หล่อจริงๆจ๊ะ แต่มีเจ้าของแล้วชั้นแอบถามเจ๊อ้วนแล้ว เจ๊อ้วนบอกว่าคุณพอลพึ่งแต่งงานได้ไม่นานนี้เจ้าค่ะ”
ทำเอาอุ้มกับโม่ร้องออกมาพรอมกัน
“ว้าน่าเสียดาย”
“แต่ยายทรายจ้องตาเป๋งเลยนะจนชั้นต้องสะกิด ทำไมสะดุดรักอีกแล้วหรือไง”
ปุ๊กปิ๊กได้ถามเพื่อนที่ไม่พูดอะไรออกมา ทรายตอบไปว่า
“ชั้นจ้องเพราะชั้นเคยเจอเค้ามาแล้ว ตอนที่ชั้นไปถ่ายแบบที่โดฮา”
ทำเอาเพื่อนๆต่างสนใจทันทีก่อนที่ทรายจะเล่าต่อไปว่าก่อนที่จะรับงานนี้ ทรายบินไปถ่ายแบบที่โดฮาและคืนก่อนกลับได้เจอพอลกับเพื่อนๆที่คาดว่าเป็นนักบินได้ไปทานข้าวที่ร้านเดียวกับทีมงานของเธอ ทำให้เธอสะดุดตาทันทีกับบุคลิกของพอลและวันต่อมาที่สนามบินระหว่างรอขึ้นเครื่องกลับประเทศไทย เธอเห็นพอลที่อยู่ในชุดนักบินเดินมากับพวกนักบินและแอร์โอสเตส ทำให้เธอมองหน้าพอลในวันนี้เพราะเคยเห็นหน้า แต่พอลนั้นไม่เห็นเธอ
“แหมงั้นเธอก็รู้มาก่อนแล้วละซิ ว่าเป็นนักบินแต่ทำเนียนไม่รู้”
โม่หันมาแขวะเพื่อนที่นั่งข้างๆ ทรายได้ตอบไปว่า
“แล้วจะให้ชั้นทำยังไง ก็ต้องทำแบบนี้ไปก่อนสิ แต่ท่าทางเจ้าชู้ไม่เบานะ”
“แน่นอน ชั้นก็ดูออกไม่งั้นแม่เลขาไม่จ้องมาที่พวกเราอย่างไม่พอใจหรอก คงหวงเหมือนกัน”
อุ้มเป็นคนพูดขึ้นและทรายได้ถามเพื่อนทั้งๆที่เห็นเหมือนกันถึงแววตาของดวงที่ดูออกว่าไม่พอใจตอนที่เธอเข้าไปคุยกับพอล
“ทำไมจะดูไม่ออก ขนาดเป็นแค่น้องชายไม่เกี่ยวข้องกับบริษัท พี่ชายลากเข้ามาประชุมด้วย ยังเสิร์ฟโอวัลตินเย็นให้ทันที ชั้นได้ยินชัดตอนโทรไปสั่งแม่บ้านที่บอกว่าของคุณพอล คนอื่นนั่งอยู่เยอะแต่ไม่สนใจถามขนาดเจ้านายตัวเองยังไม่ถามเลย สั่งให้พิเศษโดยเฉพาะ จะเอามาให้ทีหลังตอนเลิกประชุมก็ได้นี่แถมแก้วก็เป็นแบบเก็บความเย็นอีก ดูออกว่าเอาใจกันเกินไปนะ ถ้าคุณพอลเป็นผู้บริหารในบริษัทชั้นก็ไม่สงสัยหรอกแต่นี่ถือว่าเป็นคนนอกนะ อาจจะแอบปลื้มอยู่ก็ได้”
“เรื่องงานนะเราไม่รู้หรอก ว่ามันมีที่มาที่ไปยังไง เพราะเป็นเรื่องของพวกเค้า แต่เรื่องเอาใจนี่พอดูออก สงสัยเสน่ห์แรงจริงๆ”
ทรายเป็นคนตอบเพื่อน แต่ปุ๊กปิ๊กที่ดูเหมือนจะรู้ทันเพื่อนได้บอกมาว่า
“นั่นสินะ ขนาดแม่เลขาที่ต้องรู้ดีว่าน้องชายของบอสนั้นแต่งงานแล้วยังแสดงออกขนาดนี้ สงสัยเสน่ห์แรงจริงๆตามที่เธอบอก”
ปุ๊กปิ๊กที่พอจะรู้ใจเพื่อนบอกมาโดยเจาะจงให้ทรายรู้ตัว แต่ทรายนั้นทำเฉยๆ ก่อนจะคิดว่า ทำไมเธอจะไม่หลงเสน่ห์ของชายหนุ่มคนนี้ตั้งแต่เจอครั้งแรก ในเรื่องรูปร่างหน้าตา จนวันนี้ที่เธอได้เห็นและฟังการพูดของพอลที่ดูเหมือนจะกวนๆแต่แสดงถึงความขี้เล่นและความเป็นกันเองอย่างมาก ทำให้เธอสนใจขึ้นมาทันที ส่วนเรื่องที่พอลแต่งงานแล้วนั้นเธอไม่สนใจและเวลาที่ผ่านมาเธอฉลาดพอที่จะไม่แสดงออกอะไร ไม่โทรหาทั้งๆที่มีเบอร์ ไม่ส่งอีเมลไปหาทั้งๆที่ได้จากเจ้าตัว จนถึงวันนี้ที่เธอเริ่มทำการรุกโดยส่งข้อความไปหาในตอนเช้า และรีบทักเป็นคนแรกเมื่อพอลก้าวเข้ามาในห้องตัวอย่าง และกระซิบถามเป็นเชิงตัดพ้อเมื่อเห็นพลไปคุยกับอ้วนและไนท์
“เมื่อเช้าได้รับข้อความของทรายหรือเปล่าคะแล้วทำไมไม่ตอบกลับ”
“ถ้าตอบกลับก็ไม่เซอร์ไพส์สิครับ โผล่มาเห็นเลยดีกว่า”
หญิงตอบรับด้วยอาการค้อนแต่สีหน้าแสดงความพอใจ ไม่เหมือนกับคนพูดที่รู้ว่าไม่ควรพูดประโยคนี้ออกไป
“ฉิบหายแล้วมั้ยละไอ้พอล เสือกพูดออกมาได้ เวรละทีนี้”
นี่ความคิดของพอลก่อนที่อ้วนจะเดินเข้ามาหาพร้อมนางแบบอีก 4 ที่ต่างทักทายพอลเป็นอย่างดี อ้วนได้พาพอลไปรู้จักทีมงานถ่ายแบบทั้งช่างแต่งหน้าตากล้องและผู้กำกับ ก่อนที่พอลจะเดินไปคุยกับไนท์ที่เป็น ผจก.ฝ่ายการตลาด ไนท์ยิ้มรับพอลและทักทายก่อนบอกว่า
“วันนี้เน้นถ่ายภาพนิ่งก่อนคะคุณพอล ถ้ามีเวลาเราจะถ่ายภาพเคลื่อนไหวด้วยถ้าไม่ทันก็พรุ่งนี้”
พอลพยักหน้ารับรู้และมองไปที่พี่ชายที่ยืนอยู่อีกด้านหนึ่ง จนเริ่มการถ่ายภาพ อ้วนที่เดินเข้าใกล้พอลที่ยืนดูหญิงสาวทั้ง 4คนที่เริ่มถอดเสื้อคลุมทำให้เห็นว่าชุดที่ใส่อยู่นั้นคือชุดนอนและดูเซ็กซี่มาก และเริ่มโพสท่าเพื่อถ่ายแบบอยู่นั้นอ้วนได้แหย่เพื่อนไปว่า
“เฮ้ยจ้องตาไม่กระพริบเลยหรือไง”
“เอ่ออ้วนชุดมันโป๊ไปหรือเปล่าวะ”
“ก็ทางนี้เป็นคนเลือกอย่าลืมสิวันนี้ถ่ายคอนเซ็ปแนวเซ็กซี่ แต่แกเปลี่ยนไปเยอะนะ หรือจะไปบวชแบบปลงได้แล้ว”
อ้วนแหย่เพื่อนในประโยคหลัง พอลตอบทันทีว่า
“งั้นแกหาวัดให้ทีสิ เอาวัดที่ฉันข้าวเย็นได้นะ พอลจะบวชวัดนั้น”
ไนท์ที่ยืนอยู่ใกล้ๆได้ยินคำตอบแบบนี้ทำเอาเธอสุดจะกลั้นหัวเราะออกมาทันทีแล้วบอกมาว่า
“คุณพอลนี่อะไร ไม่รู้ เดี๋ยวสมาธิไปหมด คุณพลให้มาช่วยไม่ใช่หรือคะ”
“ก็ไม่รู้ให้มาทำอะไร พอบอกไม่มา ป๊าก็ว้ากให้แถมกำชับอีก พอมาก็ยืนดูเฉยๆ”
“ดีและคะที่มา ไม่งั้นบรรยากาศเคร่งเครียด คุณพอลมาที่ไรแกผ่อนคลายได้เยอะ ยังมียิ้มออกมาบ้าง ไม่งั้นคิ้วขมวดตลอด”
ไนท์พูดไม่ทันจบ พอลพูดต่อ
“เหมือนนกฮูกแก่ๆ”
ทำเอาเธอหัวเราะจนตัวเขย่า ก่อนนึกไปว่าลูกพี่ลูกน้องสองคนนี้บุคลิกต่างกันจริงๆ คนพี่เคร่งขรึมเอาจริงกับงาน คนน้องขี้เล่น ปากหวาน มิน่าสาวๆถึงติดกันเพียบ เธอเกือบเป็น 1 นั้นตอนรู้จักกันใหม่ๆเพราะใบหน้าและแววตาที่มักจะแสดงออกว่าไม่โตเป็นเด็กต่อหน้าคนอื่นๆ แต่มักจะมีแนวคิดหรือไอเดียดีๆออกมาเสมอเวลาคุยกับพี่ชาย ที่เธอเคยได้เข้าไปนั่งฟังอยู่หลายๆครั้ง แต่ด้วยความที่ไนท์พอจะดูออกว่าพอลนั้นเจ้าชู้เธอเลยรีบถอนตัวออกมาก่อน เพราะเธอไม่ชอบผู้ชายเจ้าชู้อีกอย่างอายุของเธอนั้นไล่เลี่ยกับคุณผึ้ง แต่ก็ไม่วายอิจฉาโอ๋อยู่บ้างที่พอลเลือกเป็นคู่ชีวิต
“คงเป็นเพราะแบบนี้สินะที่ทำเอาพริตตี้ทั้ง 4 คน พูดถึงไม่หยุด”
เธอคิดระหว่างลอบมองไปที่ใบหน้าของพอลที่กำลังคุยกับเพื่อน จนหลังจากที่ถ่ายเสร็จไปชุดแรกระหว่างพัก พอลกลายเป็นจุดสนใจเพราะนางแบบสาวทั้ง 4 คนต่างมาคุยด้วยทำให้บรรยากาศเป็นด้วยดี เพราะความช่างพูด ความขี้เล่นของพอลทำให้สาวๆทั้ง 4 คนต่างเพิ่มความสนใจในตัวของพอลเพิ่มขึ้น แม้กระทั่งช่างแต่งหน้าที่เป็นหญิงในร่างของผู้ชายก็ยังมองพอลไม่วางตา จนพลนั้นส่งสัญญาณให้น้องชายก่อนการถ่ายทำจะเริ่มขึ้นอีกครั้ง ทั้งคู่ได้ขอตัวออกจากห้องตัวอย่างและเดินกลับไปที่ตึกพี่ชายได้ถามน้องชายว่า
“เป็นไง นางแบบรุมอยู่คนเดียวคุณพอลคะ คุณพอลขา”
“ไม่เป็นไงพี่ สวยด้วยศัลยกรรมทั้งนั้น หน้านี้บล็อกเดียวกัน หน้าอกก็เสริมทั้งนั้น”
“ไอ้บ้า”
“อ้าวก็มันจริงนะพี่พล แต่ก็เข้าใจพวกนี้เค้าต้องใช้หน้าตาและรูปร่างบวกกับความฉลาดในการทำงานและอีกอย่างอายุการทำงานแบบนี้มันก็ไม่นานด้วย และถ้าผู้ชายคนไหนได้ผู้หญิงที่ทำอาชีพพริตตี้มาเป็นแฟนละก้อ ต้องทำใจหน่อย ไหนจะคนเข้ามาจีบที่มีมากหน้าหลายตา ไหนจะต้องโชว์เรือนร่างบ้าง หาคนธรรมดามาเป็นแฟนดีกว่า”
“เออเว้ยเปลี่ยนไปเยอะเลยนะเรา แล้วจะขึ้นไปอีกหรือเปล่า”
ประโยคหลังพลชวนน้องชายขึ้นไปบนตึก แต่น้องชายส่ายหน้าก่อนตอบมาว่า
“ไม่ละ ไม่มีอะไรแล้วไม่ใช่หรือ พอลกลับไปนอนดีกว่า ร่างกายมันยังไม่ปรับตัวเท่าไหร่บินไปยุโรปแล้วกลับมาเมืองไทยเป็นแบบนี้ทุกที พรุ่งนี้ตอนค่ำก็ต้องบินอีกแล้วไปก่อนนะพี่พล บาย”
พอลพูดจบก็เดินไปที่รถ โดยพี่ชายมองตามก่อนเดินกลับเข้าไปในตึก โดยที่ไม่รู้ว่ามีสาวสองที่รู้สึกขุ่นเคืองใจที่พอลกลับก่อนคือดวงกับทราย โดยทั้งคู่อยากจะหาโอกาสคุยกับชายหนุ่มต่อ โดยเฉพาะทรายที่เห็นรถของพอลออกไปทำเอาเธอนั้นถึงกับหงุดหงิดทันที พอลกลับไปถึงบ้านก็พบว่าพ่อกับแม่ออกไปข้างนอกแต่จะกลับมาทานข้าวเย็นด้วย พอลจึงเดินไปที่บ้านของตัวเองแล้วนอนดูทีวีบนโซฟาร์จนเผลอหลับไปแต่ไม่นานนัก โอ๋กลับมาถึงบ้านเธอก็ได้รับรายงานจากแม่บ้านเช่นเดียวกับพอล แต่พอถามถึงสามีแม่บ้านแจ้งว่า พอลอยู่บ้านหลังเล็ก เธอพยักหน้ารับทราบก่อนเดินเข้าไปในบ้านและพบว่า ทีวีเปิดอยู่พร้อมกับสามีที่หลับสนิทบนโซฟาร์ตัวยาว โอ๋เดินไปนั่งบนโซฟาร์ตัวเดียวกับพอลแล้วก้มไปหอมแก้มทั้งสองข้างเบาๆแล้วกระซิบว่า
“พอลตื่นเถอะคะ เย็นแล้ว”
พอลลืมตาขึ้นมาทั้งสายตาทั้งสองประสานกัน โอ๋ก้มเอาจมูกไปสีกับจมูกของสามี พอลตวัดมือมากอดภรรยาโอ๋ไม่ได้ขัดขืน ปล่อยให้สามีกอด เป็นการกอดที่แสดงถึงความรักแก้มของทั้งสองแนบกันสนิท จนโอ๋บอกว่า
“พอแล้ว เดี๋ยวคุณพ่อคุณแม่มาแล้ว โอ๋ไปอาบน้ำก่อน พอลดูทีวีไปก่อนนะคะ”
“ขึ้นไปดูข้างบนดีกว่า”
เธอลุกขึ้นนั่งก่อนจับจมูกสามีสั่นไปมาเบาๆพร้อมพูดไปว่า
“ไม่ต้องเค้ารู้ทัน ดูข้างล่างนี่ก็พอคืนนี้เรายังอยู่กันทั้งคืน”
ก่อนที่เธอจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินขึ้นไปบนห้องนอนชั้นบน พอลมองตามภรรยา แต่แล้วโทรศัพท์ก็ส่งเสียงเตือนว่ามีไลน์เข้า พอลหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูและพบว่า ทรายเป็นคนส่งข้อความเข้ามา ในทำนองที่ตัดพ้อว่ากลับไปก่อนไม่อยู่รอคุยกับเธอพร้อมถามว่าพรุ่งนี้จะไปหรือเปล่า พอลตอบกลับไปสั้นๆว่า “พรุ่งนี้จะต้องไปทำงานแล้วครับ” โดยที่ไม่สนใจว่าทางพริตตี้สาวจะส่งข้อความหรือสติกเกอร์อะไรให้อีก จนโอ๋อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จซึ่งพอดีที่พ่อกับแม่ของพอลกลับมา ทั้งคู่จึงเดินไปที่บ้านหลังใหญ่เพื่อทานอาหารเย็น พ่อของพอลได้สอบถามเรื่องของงานวันนี้ พอลนั้นตอบไปตามที่เห็นและบอกว่าคงอีก 2-3 วันถึงเสร็จ แต่ทีมงานดูจะเตรียมการเป็นอย่างดีไม่น่าเป็นห่วง คงเสร็จทันวันเปิดตัวโครงการ จนทานข้าวเสร็จพอลนั่งคุยกับพ่อแม่ต่อ ส่วนโอ๋ขอไปจัดกระเป๋าให้สามีเพราะพรุ่งนี้พอลต้องไปทำงานแล้ว
จนพอลเดินกลับขึ้นมาบนห้องนอนพบว่าโอ่จัดกระเป๋าและเครื่องแบบให้เรียบร้อยแล้ว พอลเดินเข้าไปกอดภรรยาอย่างถนอมแต่โอ๋บอกว่า
“ไม่เอา ตัวเองไปอาบน้ำก่อน”
แก้มของเธอถูกหอมอย่างแรงๆซึ่งเจ้าของเอียงแก้มรับการหอมอย่างดีก่อนที่พอลจะเดินเข้าไปอาบน้ำ โอ๋มองไปภาพที่ฝาผนังที่ติดกรอบรูปขนาดใหญ่ที่มีภาพของเธอกับพอลถ่ายคู่กันก่อนแต่งงาน ที่ทั้งคู่ถ่ายกันตอนไปเที่ยวทะเลที่ภูเก็ต และพอลเป็นคนเลือกรูปนี้มาติดในห้องแทนตอนรูปที่ถ่ายตอนพรีเวดดิ้ง ที่สามีเธอไม่ชอบใจเท่าไหร่นักเพราะต้องแต่งหน้าซึ่งพอลเกลียดที่สุด และทำท่าจะไม่ยอมถ่ายแต่ติดที่พี่ผึ้งขอร้องแกมบังคับ พอลจึงยอมถ่าย พอนึกถึงตอนที่สามีงอแงทำเอาโอ๋ถึงกับส่ายหน้ากับความที่ไม่รู้จักโตในบางครั้ง แต่จู่ๆก็ถูกกอดจากเบื้องหลังพร้อมลำคอถูกซุกไซร้ไปมาตามลำคอ โอ๋ตะแคงหน้าไปรับการจูบจากสามี มือที่โอบกอดรอบเอวเธออยู่ข้างเลื่อนมาจับที่หน้าอกส่วนอีกข้างทำท่าจะเลื่อนไปตรงเป้ากางเกงสามส่วนที่เธอใส่อยู่ โอ๋รีบตะครุบมือของสามีไว้ทันทีพร้อมส่งเสียงปราม
“พอลอย่าพึ่งคะ โอ๋อาบน้ำก่อนจัดกระเป๋าให้พอลเหงื่อชุ่มไปหมดนะๆๆคะที่รัก”
ชายหนุ่มที่นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวยอมทำตามอย่างว่าง่ายแต่หอมแก้มภรรยาก่อนจะเดินไปแต่งตัวก่อนจะเดินไปนอนที่เตียงและหยิบรีโมทเปิดดูทีวี ส่วนโอ๋เดินไปอาบน้ำตามที่บอกสามีไว้ พอลนั้นมัวแต่ดูทีวี จนไม่รู้ว่าภรรยาตนเองนั้นอาบน้ำเสร็จตั้งแต่เมื่อไหร่ จนได้ยินเสียงเรียกอันหวานฉ่ำจากภรรยาที่มายืนข้างเตียง
“พอลขา”
พอหันไปมองพบว่าโอ่นั้นอยู่ในชุดกระโปรงยีนส์สั้นและเสื้อกล้ามสีขาวบางที่เห็นหัวนมทั้งสองข้างชัดเจน พร้อมรอยยิ้มที่ยั่วสวาท ทำเอาพอลคึกขึ้นมาทันที ยิ่งภรรยาสาวลงมานั่งบนเตียง พอลลุกขึ้นนั่งแล้วดึงโอ๋เข้าสู่อ้อมกอดพร้อมล้มตัวลงนอนโดยมีร่างของโอ๋ทาบอยู่ด้านบน ปากทั้งคู่ประกบกันสนิทลิ้นตวัดเกี่ยวกันไปมา โอ๋ดึงมือของสามีที่โอบกอดอยู่ให้เลื่อนลงต่ำแล้วล้วงผ่านชายกระโปรงเข้าไปทำให้พอลพบว่าโอ๋นั้นสวมกางเกงจีสติงไว้ ยิ่งปลุกอารมณ์ของพอลให้ลุกโชนขึ้น พอลขยำก้นของโอ๋อย่างเมามันแถมภรรยายังกระซิบที่ข้างหูว่า
“ชอบไหมคะที่รัก”
แล้วเอาปากไปงับหูของสามีเบาๆเพื่อปลุกอารมณ์ โอ๋ใช้ปากกับจมูกไซร้ไปตามใบหน้าและลำคอของสามี เกมส์รักเกมส์นี้เธอต้องการเป็นฝ่ายควบคุมซึ่งพอลดูเหมือนจะรู้ดี เมื่อเสื้อยืดที่ตนเองสวมอยู่โดนถอดออก ทันทีที่เสื้อพ้นจากร่าง ริมฝีปากของโอ๋ได้สัมผัสที่หัวนมของพอลพร้อมใช้ลิ้นดุน เธอดูดสลับไปมาทั้งสองข้าง ทำเอาพลอครางออกมาทันที
“โอ่ครับพอลเสียว ซี๊ดดดดดดดดดดด”
ยิ่งได้ฟังเสียงครางของสามี โอ๋จัดการถอดกางเกงขาสั้นของพอลทันที พอลยกก้นเพื่อให้กางเกงพ้นจากร่างกาย โอ๋โยนกางเกงของสามีไปปลายเตียง ความเป็นชายของพลอนั้นแข็งตัวแล้ว โอ๋เอามือประคองจับก่อนใช้ลิ้นเลียไปทั่ว ยิ่งพอลครางมันยิ่งกระตุ้นอารมณ์เธอ ก่อนที่เธอจะเอาปากครอบลงไปแล้วผงกหัวไปมา พอลกัดกรามแน่นกับสิ่งที่เจอ แถมโอ๋ยังใช้ลิ้นเลียไปที่ส่วนหัว แต่พอเห็นว่าสามีนั้นทำท่าจะไม่ไหวเธอหยุดทันที แล้วเลื่อนตัวมาด้านบน เอาหน้าอกไปจ่อที่ปากสามี พอลดูดทันทีโดยดูดผ่านเสื้อที่บาง สลับไปมาทั้งสองข้างจนบริเวณตรงนั้นเปียกชุ่มไปด้วยน้ำลายและหัวนมที่ชูชัน
โอ๋จัดการถอดเสื้อ คราวนี้พอลได้ดูดดื่มกับเนื้อแท้ทั้งสองข้างของภรรยา โอ๋ส่งเสียงครางออกมาแผ่วเบา และตอนนี้มือของพลอล้วงผ่านชายกระโปรงเธอไปอีกครั้งก่อนจะไล่ไปตามขอบของกางเกงจีสติง จนล้วงไปจุดสำคัญที่ฉุ่มฉ่ำแล้วพอลใช้นิ้วเขี่ยไปมา โอ๋ส่งเสียงครวญครางดังขึ้น
“คะๆๆๆดีคะ ที่รัก พอลโอ้วววววว”
แล้วเธอยกตัวให้สูงขึ้นก่อนใช้มือดึงจีสติงตัวน้อยออกจากตัวแล้วคลี่ให้สามีดูก่อนโยนไปให้พ้นเตียง พร้อมขยับตัวให้ตรงโดยยังสวมกระโปรงตัวจิ๋วอยู่ แล้วค่อยหย่อนกายไปไปยังความเป็นชายของพอลที่ชูชันโอ๋ใช้มือประคองให้ตรงร่องรักแล้วหย่อนกายลงไปทับจนสุด แล้วแอ่นกายให้สามีพอลรู้ดีว่าภรรยาหมายถึงอะไร พอลเอามือไปจับหน้าอกที่ชูชันของโอ๋ก่อนที่เธอจะเป็นฝ่ายขย่มตัวขึ้นลงบนตัวของสามี
“พอลขา เด้งเบาๆนะคะ พอลๆ ซี๊ด”
พอลมีเด้งรับเป็นบางครั้งส่วนมือลูบคลำหน้าของของภรรยาบางครั้งมีการบี้ไปที่หัวนมด้วย ยิ่งเพิ่มความเสียวกับผู้เป็นภรรยาที่กำลังขย่มตัวไม่หยุดจนเลื่อนมือมาประคองที่เองของผู้เป็นภรรยา เมื่อโอ๋ขย่มแรงขึ้น ใบหน้าของเธอเริ่มเกร็งพอๆกับที่พอลเด้งสวนขึ้นพร้อมปล่อยน้ำรักเข้าช่องทางรักภรรยาที่ภายในกำลังบีบรัดเช่นกัน แล้วโอ๋โผลงมานอนซบบนตัวสามีพร้อมกับการหายใจถี่ๆของทั้งคู่จากเกมส์รัก
“พอใจหรือยังคะ ภรรยาใส่กระโปรงสั้นให้แล้วนะ”
“นิดนึงยังไม่จุใจเหมือนตอนไปที่โดฮา”
“บ้าเท่านี้ก็พอแล้ว เค้าหมดแรงแล้ว”
พอลตวัดกอดร่างงามนั้นให้แน่นยิ่งขึ้นแล้วหอมที่ผมของภรรยาก่อนจะพลิกตัวให้มานอนข้างๆพร้อมช่วยกันถอดกระโปรงออกจากร่าง โอ๋เข้ามานอนซบที่อกของสามีแล้วบอกว่า
“คืนนี้พอก่อนนะ เค้าแสบไปหมดแล้วเดี๋ยวไปทำงานไม่ไหวนะคะคนดี”
เธอออดอ้อนสามี จนพอลพยักหน้าแล้วบรรจงจูบเธอเบาๆก่อนจะหลับไปด้วยความอ่อนเพลียของทั้งคู่