บนเที่ยวบินกรุงเทพ-มิวนิค ในส่วนของที่นั่งชั้น 1 อัปษรหรือที่ใครๆเรียกว่าษร ดาราสาวระดับซุปเปอร์สตาร์ที่สร้างชื่อเสียงจากการขายความเซ็กซี่บวกกับความสามารถในการแสดงทำให้ตัวเองเป็นนักแสดงระดับแถวหน้าของเมืองไทย เหลือบมองไปที่นั่งเดี่ยวแถวหน้าสุดที่มีชายหนุ่มหน้าตาดี แต่งตัวธรรมดา กำลังคุยกับหัวหน้าแอร์โฮสเตสที่หน้าตาสวยอยู่ จนทำให้ผู้จัดการส่วนตัวที่นั่งอยู่ด้านข้างถามมาว่า
“จ้องเขม็งเลยนะยะ”
“ก็แหมพี่ดีดี้ ก็คนหล่อนี่ แต่ไม่รู้ว่ากำลังจีบแอร์รุ่นพี่อยู่หรือเปล่านะ แต่ตั้งแต่ขึ้นเครื่องมาดูเค้าไม่สนใจอะไรเลย”
“สนละสิ”
“แหมพี่ก็”
“แต่แต่งตัวธรรมดามากๆเลยนะ”
“นั่งเครื่องชั้น 1 ไม่น่าจะธรรมดาแล้วละพี่”
“อะเดี๋ยวเจ๊หาข้อมูลให้นะลูก”
ทั้งคู่พูดกันเดียวน้ำเสียงเบาๆเพราะกลัวคนอื่นได้ยิน โดยผู้จัดการที่เป็นสาวในร่างผู้ชายรับคำดาราสาว ษรนั้นมีงานมาถ่ายแบบให้นิตยสารชื่อดังที่มาดริดและบาร์เซโลน่า ประวัติของเธอตั้งแต่เข้าวงการนั้นไม่ธรรมดามีผู้ชายมากหน้าหลายตามาพัวพันจนมีข่าวรักๆเลิกๆบ่อยครั้ง แต่ทั้งคู่นั้นต่างไม่รู้ว่าหัวหน้าพนักงานต้อนรับกับผู้โดยสารหนุ่มคนนั้นต่างรู้จักกันอย่างดี
“เป็นไงมาไงละพ่อ ถึงมาเครื่องบินธรรมดา”
หัวหน้าแอร์โฮสเตสเป็นคนทักชายหนุ่มที่กำลังก้มหน้าเล่นเกมส์หมากรุกจากไอแพ่ดส่วนตัว ทำเอาชายหนุ่มผู้นั้นถอนหายใจออกมาแล้วบอกว่า
“ก็แด้ดนะสิพี่ชมพู่ บอกให้มาด่วน มีงานเลี้ยงต้องให้ไปด้วย วิ่งหาตั๋ววุ่นเลยไอ้เที่ยวบินตรงไปบาร์เซโลน่าก็ไม่มีเต็มหมดเลยได้ไฟท์นี้ไอ้รินมันช่วยหาให้”
“มิน่ารินบ่นพึมพำอะไรของมันก่อนขึ้นเครื่อง พี่นึกว่าทะเลาะกับคุณอ็อดมา แต่ก็ไม่กล้าถาม”
“ไอ้อ็อดไปสิงคโปร์ พอดีครับ ที่รินมันบ่นคงด่าผมว่าเรื่องมาก ทำไมชั้น 1แกก็นั่งไปสิมีเงินจ่ายอยู่แล้ว ชั้นหาได้ก็บุญแล้ว ถ้าไม่เอาก็เกาะล้อเครื่องบินไป ดูมันพูด”
“งั้นพี่ให้รินย้ายจากชั้นธุรกิจมาชั้นนี้ไหม”
“ไม่ต้องละครับพี่ นึกว่าสงสารน้อง ไม่งั้นโดนมันเอา cart ทุ่มใส่อย่างเบาะๆก็ถาดเคาะหัวครับ”
ทำเอาเธอหัวเราะออกมาก่อนจะถามว่า
“แล้วทำไมไม่มาเครื่องส่วนตัวละยู”
“เครื่องเช็คพอดีครับเสร็จวันนี้เลยมารอรับที่มาดริด เพราะยังไงก็บินมาไทยไม่ทันแถมแด้ดเร่งยิ่งกว่าไฟรนก้น ได้ไฟท์นี้ก็ดีที่สุดแล้วครับ แต่ก็ต้องรอเปลี่ยนเครื่องที่มิวนิคไปมาดริดอยู่ดี พอไปถึงก็บินอีกตุ๊บไปบาร์เซโลน่าอีก ”
“มิน่าถึงแต่งตัวแบบนี้มาแล้วไม่กลัวหนาวหรือไงเข้าหน้าหนาวแล้วนะ”
เธอพูดยิ้มๆมองไปที่หนุ่มรุ่นน้องที่ใส่เสื้อเชิ้ตแขนสั้นปล่อยชายสวมกางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ”
“ก็ตามสบายไงครับ คว้าอะไรได้ก็เอามาเสื้อหนาวหาเอาข้างหน้า แม่ยังบ่นเลยว่าแต่งตัวไม่ดี เลิกงานแล้วรีบมาขึ้นเครื่อง ไปถึงนั่นเช้ากลางคืนไปงานกับแด้ด เช้าวันต่อมานั่งเครื่องกลับไทยแล้วเช้าวันจันทร์ทำงานต่อ สบายจริงๆ”
ชายหนุ่มพูดพร้อมผายมือออกทั้งสองข้างพร้อมๆกัน
“งานอะไรถึงเร่งขนาดนี้”
“เห็นว่ามีผู้ใหญ่รวมถึงนักการเมืองของยุโรปมากันเยอะนะครับ ตอนแรกนึกว่าไม่ต้องไป แต่แด้ดสั่งให้ไปด่วนเลยตาลีตาเหลือกนี่คงเกี่ยวกับธุรกิจของแด้ดด้วยครับ”
“งั้นจะนอนก็บอกนะ พี่จะได้ปรับที่นอนให้”
“ไม่ดีกว่าครับพี่พู่ ยูนั่งเล่นหมารุกไปก่อนดีกว่าไม่ง่วง”
“งั้นเอาอะไรเพิ่ม ดีพี่จะดูให้”
“งั้นยูรบกวนขอไวน์ขาวครับพี่”
“ได้คะคุณผู้โดยสาร”
เธอส่งยิ้มให้ก่อนเดินออกมาจากเก้าอี้ของหนุ่มรุ่นน้อง โดยชายหนุ่มก้มหน้าไปเล่นเกมส์ต่อโดยไม่สนใจ ก่อนที่เธอจะเดินเข้าไปในครัวและพบกับแอร์รุ่นน้องที่กำลังเตรียมของอยู่
“ อ้าวริน”
“คุยกับไอ้แสบหรือยังคะพี่”
“คุยแล้ว พอพี่แหย่ว่าจะให้รินไปดูชั้น 1 ยูบอกทันทีไม่เอา”
“ก็มันกวนมาก วานซืนเราก็กำลังเหนื่อยรบกับพีนัสอยู่ จู่ๆมันโทรบอกให้หาตั๋วไปสเปนให้มันหน่อย เอาแบบบินตรงไปบาร์เซโลน่า บอกมันว่าที่นี่ไม่มี มีแต่รอเปลี่ยนเครื่อง มันก็บ่นทำอย่างกับเด็กเอาแต่ใจจะเอาให้ได้ ก็บอกให้มันไปสายการบินที่อื่นที่แด้ดมันมีหุ้นอยู่มันบอกว่าเต็ม เครื่องส่วนตัวก็เข้าเช็คบินมารับไม่ทัน ในที่สุดก็มาจบเอาเที่ยวนี้เลยบอกมันไปว่ารินหาให้ได้เท่านี้ มันยังกวนบอกว่าไม่มีตังส์จะเอาชั้นประหยัดไม่เอาชั้น 1 รินเลยย้อนไปถ้าไม่พอใจก็เกาะล้อไปมันเลยเงียบ แถมยังมาบินกับมันอีก”
“มิน่า แต่ยูเค้าบอกพี่ว่า เครื่องส่วนตัวจะมารับที่แมดริดยูก็นั่งเครื่องส่วนตัวไปบาร์เซโลน่าเลย”
“ช่างหัวมันสิพี่ ต่อเครื่องแค่ช.ม.2ช.ม.ทำบ่น”
ทำเอาแอร์โฮสเตสรุ่นพี่หัวเราะ ทำไมเธอจะไม่รู้จักชายหนุ่มคนนี้ดี เพราะยูเคยเป็นลูกน้องของสามีเธอที่ทำงานกระทรวงการต่างประเทศแต่ตอนนี้ยูถูกย้ายไปทำอีกด้านหนึ่ง ยูเป็นคนที่มีอัธยาศัยดีรู้จักครอบครัวเธอเป็นอย่างดี รวมถึงเป็นเพื่อนกับแอร์โฮสเตสรุ่นน้องเธอที่ชื่อริน แต่เรื่องส่วนตัวของยูนั้นเธอไม่รู้อะไรมาก นอกจากรู้ว่ายูเป็นลูกคนเดียว แต่ตอนนี้อยู่กับแม่ ส่วนพ่อของยูเสียไป 2ปีกว่าแล้ว ฐานะของบ้านชายหนุ่มค่อนข้างดี เท่าที่เธอรู้พ่อของยูเคยเป็นถึงเลขานุการเอกของสถานทูตไทยก่อนลาออกมาทำธุรกิจนำเข้าส่งออกที่ประเทศไทย แต่ยูนั้นมีพ่อกับแม่ทูนหัวที่เป็นมหาเศรษฐีที่บาร์เซโลน่าซึ่งทั้งคู่ไม่มีทายาทสืบสกุล จนเธอเคยได้ยินข่าวมาว่า ทรัพย์สินของพ่อแม่ทูนหัวทั้งหมดจะตกเป็นของยู แต่เธอนั้นไม่กล้าถามเพราะถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัว
ส่วนรินนั้นสนิทกับยูเพราะสามีของเธอกับน้องสาวฝาแฝดนั้น สนิทกับยูตั้งแต่เด็กๆจนเป็นเพื่อนรักกันถึงทุกวันนี้ เหมือนกับพ่อของสามีเธอกับพ่อของยูที่สนิทสนมกันมาก พ่อของสามีเธอนั้นเคยเป็นทูตก่อนจะเกษียณในตำแหน่งรองปลัดกระทรวงฯ แต่สามีของรินนั้นไม่เจริญรอยตามผู้เป็นพ่อหันมาสนใจด้านทหารจนเป็นนักบินของกองทัพอากาศ ส่วนน้องสาวฝาแฝดนั้นทำงานในตำแหน่งระดับสูงที่บริษัทแห่งหนึ่ง ต่างกับยูที่ก้าวตามรอยของพ่อโดยเข้าทำงานในกระทรวงการต่างประเทศหลังจากที่จบปริญญาโท โดยเส้นสายของผู้เป็นพ่อและพ่อของสามีเธอนั้นสามารถที่จะส่งให้ยูไปทำงานในสถานทูตไทยในประเทศใหญ่ๆ เพื่อวางรากฐานในอนาคตกับตำแหน่งทูตแต่ยูนั้นไม่สนใจบอกว่าอยากทำงานในประเทศไทยมากกว่า แล้วชมพู่ก็บอกว่า
“งั้นพี่เอาไวน์ขาวไปให้คุณชายก่อนแล้วกัน เค้าขอมา”
“ตามสบายเลยคะพี่พู่ถ้า รินไปเสิร์ฟเองรับรองดีไม่ดีไวน์หกใส่หัวมันแน่คะ”
“อ้าวไม่กลัวโดนคอมเพลนหรือไง”
“ไม่กลัวคะ มันเคยแหย่รินตอนเจอกันบนไฟท์กลับจากภูเก็ตว่าจะร้องเรียนรินที่ทำหน้าบึ้งใส่มัน รินเลยบอกมันแล้วว่าถ้ารินตกงานเพราะถูกมันคอมเพลน มันต้องเอาพีนัสไปเลี้ยง มันเลยเงียบไม่กล้าพูด เพราะรู้ว่าพีนัสซนขนาดหนัก”
“งั้นพีนัสก็พอๆกับคนเล็กของพี่ตอนอายุเท่าๆกัน แต่เด็กผู้ชายนะก็ต้องซนเป็นธรรมดา”
ชมพู่บอกแอร์รุ่นน้องก่อนตนเองจะเอาไวน๋ไปให้ไปกับยู ชายหนุ่มบอกขอบคุณก่อนที่จะหันไปให้ความสนใจกับเกมส์หมากรุกที่ตนเองกำลังเล่นอยู่ เพราะเห็นว่าหนังบนเครื่องที่มีอยู่นั้นไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่นักโดยที่สายตาของแอร์ฯรุ่นพี่นั้นมองไปที่หนุ่มรุ่นน้องเหมือนพี่สาวมองน้องชายก่อนจะเดินออกไป แต่ถูกเรียกจาก ผจก.ส่วนตัวของดาราสาวชื่อดังที่เดินตามมาเบาๆ ทั้งคู่ยืนคุยกันครู่หนึ่งก่อนที่ ผจก.ส่วนตัวจะกลับมานั่งที่แล้วบอก ดาราสาวไปว่า
“ไม่ค่อยได้อะไรนะ เค้าแค่รู้จักกันเป็นการส่วนตัวเป็นรุ่นน้องของสามีเค้า พี่ก็เลยไม่กล้าถามอะไรมาก”
“งั้นไม่เป็นไรพี่ดีดี้ ษรจะหาโอกาสคุยเอง อีกนานกว่าจะถึงเยอรมัน”
จนเครื่องลงที่สนามบินมิวนิค ษรก็หาโอกาสที่จะไปทำความรู้จักกับชายหนุ่มไม่ได้ แต่พอจะเดาได้ว่าชายหนุ่มจะไปสเปนเหมือนกันเธอคิดไปว่าน่าจะรอหาโอกาสช่วงเปลี่ยนเครื่องบินทำความรู้จักแต่ไม่เป็นอย่างที่เธอคิด เพราะทันที่ประตูเปิดยูที่มีแค่เป้ติดตัวมาเพียง 1 ใบ ได้เดินออกจากเครื่องก่อนส่งยิ้มให้กับชมพู่ ซึ่งเธอแอบโบกมือให้หนุ่มรุ่นน้อง พร้อมมองไปที่เพื่อนที่ยืนอยู่ข้างๆก่อนทำปากโดยไม่มีเสียงออกมาว่า
“ป้า”
แล้วเดินจ้ำไปทันทีโดยที่เพื่อนได้แต่เม้มปากและคิดว่า
“ไอ้ยู ฝากไว้ก่อน”
ทันทีที่ยูเดินออกจากเครื่อง มีเจ้าหน้าที่ของสนามบิน2-3คนมารอรับอยู่พร้อมเดินพาไปขึ้นรถกอล์ฟแล้วขับไปยังบริเวณที่ให้ผู้โดยสารรอพักเปลี่ยนเครื่อง ยูบอกขอบคุณก่อนที่จะเดินไปเข้าเลาจน์ของสายการบินที่พ่อทูนหัวตัวเองถือหุ้นอยู่ เพียงแค่แสดงบัตรสมาชิก VIP ชายหนุ่มถูกพาเข้าในส่วนของสมาชิกระดับ VIP ที่มารอขึ้นเครื่องเช่นกัน พอชายหนุ่มนั่งที่เก้าอี้รับรองไม่เท่าไหร่โทรศัพท์ที่พึ่งเปิดได้ดังขึ้น โดยเบอร์ที่โทรเข้ามาเป็นหัวหน้างานของยู หลังจากที่ชายหนุ่มได้พูดคุยด้วยสีหน้าเบื่อๆพอวางสาย ยูหยิบเอาไอแพ่ดขึ้นมาดูเมล ที่มีรายละเอียดของงาน ก่อนพึมพำว่า
“ถือโอกาสใช้เลยนะ เฮีย”
แต่ไม่ทันไรพ่อทูนหัวของยูก็โทรเข้ามาเพื่อสอบถามเรื่องการเดินทาง ซึ่งใช้เวลาคุยไม่เท่าไหร่ก่อนที่ยูจะบอกปิดท้ายว่า
“ครับแด้ด แล้วเจอกันครับ”
ชายหนุ่มทิ้งตัวลงกับพนักพิงแบบเพลียๆ เพราะรู้ว่าตั้งแต่เครื่องลงและมีรถมารับคือบารมีและอิทธิพลของ พ่อทูนหัวตัวเอง แต่ไม่เท่าไหร่โทรศัพท์ก็ดังขึ้นและเป็นรินที่โทรมาหา ยูถอนหายใจก่อนจะหัวเราะเบาๆแล้วกดรับโทรศัพท์
“เออว่าไง”
“แกอยู่ไหนไอ้ยู”
“นั่งสมาธิอยู่มีอะไร”
“กวนนะไอ้นี่ แกยังต้องมีเรื่องเคลียร์กับชั้นที่แกเรียกชั้นว่าป้า แต่เอาไว้ก่อน พี่พู่เตือนมาว่าให้ระวัง แกอาจถูกคนดังเขมือบเอา”
“อะไรของแกวะชั้นงง”
“มีดาราชื่อดังคนที่ชื่ออัปษรนะ ไปปิ๊งแกบนเครื่อง และบินไปสเปนพร้อมกับแก ระวังตัวให้ดีชั้นรู้แกไม่ชอบแบบนี้ หรือถ้าอยากจะเป็น 1ในคอเลคชั่นของเธอก็ตามใจเท่านี้นะจะไปขึ้นรถก่อนเหนื่อยโว้ย”
ก่อนจะวางสายโดยที่ยูทำหน้า งงๆและพึมพำว่า
“อะไรของมันวะ”
แล้วนั่งอ่านรายละเอียดของงานที่หัวหน้ามอบหมายให้ทำที่สเปน ส่วนเรื่องที่รินโทรมาบอกเพื่อนเพราะหลังจากที่ผู้โดยสารลงจากเครื่องหมด เธอได้บ่นไล่หลังเพื่อนเธอไป แต่ชมพู่เดินเข้ามาบอกว่า
“ยูเสน่ห์แรงอีกแล้วนะ อัปษรมาปิ๊ง”
“ฮ้าจริงหรือพี่พู่”
“ใช่ เดี๋ยวรินโทรเตือนเพื่อนหน่อยแล้วกัน ยายคนนี้เรารู้ๆกันอยู่ใช้ผู้ชายเปลือง”
“โธ่พี่หยั่งกะเข้าถึงตัวไอ้ยูมันง่ายนักนะ ยิ่งไปถึงที่นั่นฝ่าด่านการ์ดมันให้ได้ก่อนเหอะ แล้วที่สำคัญมันรู้จักหรือเปล่า ไอ้นี่มันดูหนังดูละครไทยที่ไหน”
“นั่นแหละโทรบอกเค้าหน่อยจะได้เตรียมตัว เพราะให้ผู้จัดการมาถามพี่ก่อน พี่ก็บอกปัดๆว่าเป็นรุ่นน้องของแฟน แต่ก่อนลงเครื่องมาถามพี่เอง พี่ก็บอกไปอย่างเดิม”
“โอ๊ยพ่อคู้น ขนาดมันอยู่เงียบๆนะนี่ยังมีคนมาสนมันอีก ได้คะพี่พู่งั้นเดี๋ยวรินโทรรายงานคุณชายเอง”
ปากเธอก็พูดแบบนั้นแต่ใจนึกไปถึงเพื่อนด้วยความคิดที่ว่า
“ยูเมื่อไหร่แกจะเปิดใจซะทีมันผ่านมา 5 ปีได้แล้วนะ”
ฝ่ายคนที่ถูกกล่าวถึงนั้น หลังจากวางสายโทรศัพท์จากเพื่อนแล้วได้นั่งอ่านอีเมลที่เจ้านายส่งรายละเอียดของงานมาให้ ก่อนพึมพำมาว่า
“ฉิบหาย ไม่สำเร็จกูซวย สำเร็จคนอื่นได้หน้า แม่งโว้ย”
พร้อมคำบ่นเป็นภาษาสเปนที่ติดปากออกมาพอสมควรจากที่คิดจะขอหลับพักสายตาช่วงสั้นๆ เพราะอยู่บนเครื่องยูแทบไม่ได้นอนกลับต้องมานั่งเครียดเพราะงานที่เจอเฉพาะหน้าทำให้ชายหนุ่มเปิดไอแพ่ดเอีกครั้งเพื่อหาอะไรมาอ่านเพื่อคลายเครียด แล้วไปเจอข่าวในสังคมไฮโซที่ทุกสื่อในประเทศไทยพร้อมใจกันประโคมข่าวของไฮโซสาวใหญ่ชื่อดังว่า
“ไฮโซ แฮ็คหย่าขาดจากสามีพร้อมรับเป็นซิงเกิ้ลมัน”
ยูมองภาพที่ปรากฏบนหน้าจอแล้วก็ละความสนใจก่อนปิดหน้าจอไอแพ่ดพร้อมคิดถึงพี่แฮ็คหรือไฮโซสาวใหญ่ที่ตนเองพึ่งเห็นข่าว ทำไมยูจะไม่รู้จักดีย้อนไป6-7ปีหลังจากที่ยูจบปริญญาโทจากสหรัฐพึ่งเข้ามาทำงานที่กระทรวงการต่างประเทศได้ไม่นานเท่าไหร่นัก จากการที่ชายหนุ่มนั้นพูดได้หลายภาษาจนบางครั้งจะเข้าไปช่วยประสานงานกับหน่วยงานของประเทศต่างๆเวลามีบุคคลสำคัญของประเทศนั้นมาเยือนจนบางครั้งต้องไปร่วมงานเลี้ยงรับรอง ทำรู้จักกับแฮ็คที่ได้รับเชิญมาในงานด้วยจนทำให้ทั้งคู่รู้จักคุ้นเคย ด้วยอะไรหลายๆอย่างในตัวของยู ทำให้สาวรุ่นพี่ให้ความสนใจโดยตอนนั้นเธอยังไม่แต่งงาน จนกลายเป็นความสัมพันธ์อันลึกซึ้งและเร่าร้อนอย่างลับๆของทั้งคู่
ซึ่งเป็นความสัมพันธ์แบบไม่ยั่งยืนตามคำขอฝ่ายหญิงซึ่งยูนั้นไม่ติดขัดหลังจากนั้นปีเศษๆเธอได้แต่งงานกับนักธุรกิจชื่อดังที่อยู่ในแวดวงเดียวกัน ทำให้ทั้งคู่ห่างกันไปไม่มีการติดต่อกันต่างฝ่ายต่างไปตามทางของตนเอง จนฝ่ายหญิงมีลูก 2 คนและเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ฝ่ายหญิงได้โทรหายูและบอกสั้นๆว่า “เธอหย่ากับสามีเรียบร้อยแล้ว และอยากเจอกับยู” ชายหนุ่มไปหาเธอที่คอนโดส่วนตัวตามที่นัดไว้ ซึ่งที่ผ่านมาทั้งคู่ใช้คอนโดนี้เป็นรังรักอยู่บ่อยครั้งก่อนที่เธอจะแต่งงาน ทันทีที่ยูเคาะประตูห้อง ประตูได้เปิดแทบจะในทันที ไฮโซสาวอยู่ในชุดกางเกงขาสั้นและเสื้อคลุมสั้นเปิดออกมารับพร้อมด้วยรอยยิ้มที่เห็นยู ยืนอยู่ตรงหน้า
เธอจูงมือของยูเข้าไปในห้องทันทีพร้อมทั้งล็อคประตู ก่อนจะพาเดินไปที่โซฟาร์เธอให้ยูนั่งบนโซฟาร์ตัวยาวโดยที่เธอนั่งข้างๆก่อนจะบอกมาว่า
“ขอบคุณมากนะยูที่มาหาพี่”
ยูมองที่ใบหน้าของเธอแล้วพบว่าเธอนั้นไม่มีอาการโศกเศร้าหรือเสียใจอออกมาให้เห็นแต่ชายหนุ่มถามกลับไปว่า
“พี่สบายดีนะครับ”
“ทันทีที่หย่า ความรู้สึกที่กดดันมันหายไปหมดเลยจ๊ะยู แล้วยูเป็นยังไงบ้างพี่นึกว่ายูไปประจำที่เมืองนอกซะแล้ว”
“เรื่อยๆครับพี่ “
“งั้นพี่เสียใจด้วยนะเรื่องพ่อของยู แต่พี่ไม่สะดวกไปพี่อยู่ต่างประเทศพอดี”
“ครับพี่ผมจำได้ แต่พี่ก็ส่งหรีดมาให้นี่ครับ”
เธอยิ้มรับแทนคำตอบก่อนเอามือลูบไปตามใบหน้าของชายหนุ่มไปมา แล้วก่อนที่ยูจะพูดอะไรต่อ ไฮโซสาวเป็นฝ่ายโน้มคอของชายหนุ่มให้โน้มลงมาหาเธอ ปากของเธอรองรับการจูบของยูทันทีที่ปากของทั้งคู่ประกบ ยูรู้อยู่แล้วว่าที่ไฮโซสาวนัดตนเองมาเจอคอนโดที่เคยเป็นรังรักของทั้งคู่นั้นหมายถึงอะไร ชายหนุ่มจึงตอบสนองทันทีที่สาวรุ่นพี่เป็นฝ่ายเสนอ ทั้งคู่ต่างจูบกันอย่างดูดดื่ม ก่อนที่หญิงสาวจะใช้จมูกซุกไซร้ไปตามลำคอของชายหนุ่มพร้อมปลดกระดุมเสื้อของยูไปด้วย ก่อนที่เธอจะเอาปากไปดุนที่หัวนมของยูทำเอาชายหนุ่มครางออกมาไม่เป็นภาษา ส่วนมือของเธอนั้นไปลูบคลำตรงเป้ากางเกงที่เริ่มจะแข็งตัว มือของแฮ็คถอดเข็มขัดและรูดซิบกางกางของยูด้วยความชำนาญ เธอจัดการใช้มือดึงควยของยูที่กำลังเริ่มแข็งตัวออกมา เธอไม่รอช้าจัดการใช้ลิ้นเลียตวัดไปทั่วส่วนหัว ก่อนใช้ปากครอบ โดยที่ยูสูดปากออกมาด้วยความเสียว เพราะรู้ถึงพิษสงของริมฝีปากของไฮโซสาวเป็นอย่างดี
แฮ็คผงกหัวไปช้าสลับเร็วบางครั้งมีการใช้ลิ้นเลียไปทั่วควยของยูที่แข็งผงาด ก่อนจะกลับไปใช้ปากอมอีกครั้งแต่มือของชายหนุ่มล้วงเข้าไปในเสื้อคลุมพบว่าภายในมีแค่ยกทรงเท่านั้นที่ห่อหุ้มหน้าอกของเธอ ยูลูบคลำหรือไม่ก็ขยำไปตามอารมณ์โดยที่เจ้าของเต้านมนั้นใช้ปากกับยูอย่างไม่สนใจอะไร จนยูทนไม่ไหวร้องออกมาดังๆก่อนปล่อยน้ำกามออกมาเต็มปากเธอ ซึ่งไฮโซสาวกลืนกินไปเกือบทั้งหมด ก่อนจะใช้ลิ้นทำความสะอาดให้หนุ่มรุ่นน้องที่กำลังหายใจอย่างหอบเหนื่อย ก่อนที่จะก้มมามองหน้าเธอ
“พี่ยังเก่งเหมือนเดิมนะครับ ผมตั้งตัวไม่ทันแทบตาย”
“ชอบละสิ”
ไฮโซสาวรุ่นพี่ถามกลับ
“ใช่ครับ ใครจะไปลืมลาการใช้ปากของพี่ได้ลง”
เธอยิ้มรับคำตอบก่อนจะบอกกลับไปว่า
“ไปที่เตียงของเราดีกว่ายู”
ยูก้มลงไปจูบแก้มหญิงสาวอีกครั้งแล้วลุกขึ้นถอดกางเกงออกก่อนประคองกันไปที่ห้องนอน ทันทีที่ถึงเตียง ก่อนที่ร่างของหญิงสาวจะทอดกายลงไปนอนบนเตียง เสื้อคลุมของเธอถูกปลดออกจากร่าง พร้อมกางเกงขาสั้นทำให้ร่างของเธอมีเพียงชุดชั้นในปกปิดร่างกายอยู่เท่านั้น ก่อนที่ยูจะจัดการกับเสื้อแล้วประคองร่างที่ยังดูงดงามของสาวรุ่นพี่แม้จะผ่านการมีลูกแล้ว 2 คนให้นอนราบ พร้อมกับยกทรงของเธอหลุดออกจากร่างโดยยูเป็นคนปลดตะขอออกด้วยความเต็มใจของเธอ หัวนมที่เริ่มคล้ำ ดูท้าทายสายตาของยูยิ่งนัก ชายหนุ่มก้มลงไปฟอนเฟ้นทันที พร้อมดูดดื่มสลับไปมาพร้อมกับเสียงครางของเธอที่แอ่นกายรองรับ
“โอ้วววววว ยู กัดให้พี่ทีสิ อู้วววววว แบบนั้นและยูขาซี๊ดดดดดดดดดด”
พร้อมๆกับกางเกงในตัวน้อยปลิวหลุดจากร่างกาย เธอเม้มปากแน่นเมื่อใบหน้าของยูเลื่อนไปที่หน้าท้องที่แบนราบเพราะรู้ว่าเธอต้องเจออะไร เธอยิ่งแอ่นกายส่ายไปมาเมื่อหมอยของเธอโดนชายหนุ่มเล็ม
“ยูขา เลียเหอะ อย่าทรมานพี่ “
ยูจูบเบาๆไปที่โคกหีที่คล้ำก่อนจะใช้ลิ้นกวาดเข้าไปเพื่อสนองความอยากของไฮโซสาวรุ่นพี่ ทำเอาเธอผวาด้วยความเสียว แฮ็คปล่อยให้ยูเลียหีของเธออย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดเธอร้องออกมาว่า
“ยูเย็ดพี่เหอะ พี่ทนไม่ไหวแล้ว”
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมาแล้วบอกว่า
“จะให้ผมเย็ดตรงไหนละครับพี่”
“ตรงไหนก็ได้คะยูขา พี่เงี่ยน พี่ไม่ถูกเย็ดมานานแล้ว”
“งั้นผมเย็ดตูดพี่นะ”
“อะไรก็ได้คะยู พี่ทนไม่ไหวแล้ว”
ทันทีที่พูดจบเธอหันกายนอนคว่ำพร้อมยกก้นให้สูงขึ้น ยูลุกขึ้นคุกเข่าแล้วจัดท่าให้เข้าที่พร้อมเอามือลูบไล้ไปมาบนสะโพกที่ขาวงอนและเนื้อแน่นของไฮโซสาวที่เคยทำให้ตนเองนั้นหลงใหลมาก่อน ก่อนจะเอามือจับที่เอวของหญิงสาว แล้วค่อยๆดันควยของตนเองที่แข็งขึ้นมาอีกครั้งเข้าไปในรูก้นที่ตนเองเคยเย็ดมานับครั้งไม่ถ้วน และสร้างความประทับใจให้กับแฮ็คอย่างยิ่ง ยูค่อยๆดันเข้าไปเพราะช่องทางรักด้านหลังของไฮโซสาวรุ่นพี่นั้นยังฟิตอยู่เหมือนเคย โดยที่แฮ็คนั้นครวญครางออกมาอย่างเต็มที่เพราะเธอไม่ได้สัมผัสช่องทางรักทางประตูหลังตั้งแต่เธอแต่งงาน เธออดทนรับความเจ็บและความเสียวที่เข้ามาพร้อมๆกัน
“โอ่วๆ ยูขาเต็มที่เลยคะ พี่รอมานานแล้วอู๊ยยยยยย”
“มันฟิตมากเลยครับ อูยยยยยยยยย”
ฝ่ายชายกัดกรามแน่นพร้อมพยายามดันเข้าไปจนสุด ก่อนขยับเอวไปมาอย่างช้าๆ โดยที่ก้นของหญิงสาวยกสูงขึ้นรองรับการรุกล้ำของคู่ขารุ่นน้อง พร้อมเด้งรับในบางครั้ง ยิ่งพอยูใช้นิ้วแยงเข้ามาที่รูหีของเธอยิ่งเพิ่มความเสียวให้กับเธอเป็นอย่างมากเมื่อเจอเข้าไปพร้อมกันทั้งสองช่องทาง ยูนั้นทั้งกระเด้าพร้อมใช้นิ้วชักเข้าชักออกกับแฮ็คอย่างต่อเนื่อง เพราะรู้ว่าแบบนี้จะสนองความต้องการของเธอได้เป็นอย่างดี ใบหน้าของเธอซุกลงไปที่หมอนพร้อมเสียงครางที่ออกจากปากไม่หยุด จนในที่สุดยูได้ปล่อยน้ำกามในรูก้นของเธอ พร้อมๆกับอาการตอดรัดนิ้วของยูในรูหีของเธอ แฮ็คนอนราบกับเตียงทันทีโดยที่ชายหนุ่มนอนทับอยู่บนตัวเธอ พักใหญ่ก่อนที่จะลงมานอนข้างๆแล้วดึงเธอเข้ามากอด เธอนอนหนุนไหล่ของยูก่อนบอกว่า
“พี่ไม่มีความสุขแบบนี้มาหลายปีแล้ว ขอบคุณยูมากนะที่ช่วยให้พี่มีความสุข”
ยูหอมไปที่หน้าผากเธอเบาๆ ก่อนที่เธอจะเล่าให้ฟังถึงชีวิตสมรสที่ไม่ดีนักหลังจากมีลูกคนที่ 2 ต่างฝ่ายต่างห่างเหินกัน เธอพยามยามจะประคองชีวิตคู่ให้ดีที่สุด แต่สุดท้ายก็ไม่รอดเมื่อฝ่ายชายแอบมีคนใหม่ แล้วในที่สุดก็จบลงด้วยการหย่าโดยที่เธอจะเป็นคนเลี้ยงดูลูกทั้งสองเอง พอหย่าเรียบร้อยด้วยความโล่งใจและยินดีของเธอ แต่ด้วยความที่เหงาและเปล่าเปลี่ยวเรื่องบนเตียงมานานทำให้เธอนึกถึง ยู เธอจึงตัดสินใจโทรมาโดยไม่แน่ใจว่า ยูนั้นย้ายไปต่างประเทศหรือยัง แต่พอรู้ว่าอดีตคู่ขายังอยู่ที่ประเทศไทย ทำให้เธอนัดเจอกับยูทันที และยูนั้นไม่ทำให้เธอผิดหวังแถมรู้ว่าชายหนุ่มยังไม่มีครอบครัว ยิ่งทำให้โอกาสที่จะกลับมาเป็นคู่ขากันนั้นสะดวกขึ้น เพราะเธอรู้ดีว่าเธอนั้นไม่เหมาะสมกับยู ทำไมเธอจะไม่รู้ว่า ฐานะและสิ่งที่อยู่เบื้องหลังของชายหนุ่มนั้นมีบารมีและอิทธิพลในวงการค้าระดับโลกขนาดไหน แค่ได้ความสุขทางกายที่ต่างฝ่ายต่างมอบให้กันมันก็ทำให้เธอสุขใจแล้ว
คืนนั้นทั้งคู่ต่างมอบความสุขให้กันอย่างเต็มที่ก่อนที่ฝ่ายชายจะกลับไปตอนสายของอีกวัน ส่วนแฮ็คก็กลับไปทำหน้าที่แม่ที่ดีของลูกๆต่อไป ห้วงความคิดของชายหนุ่มสิ้นสุดลงเมื่อ พนักงานเดินมาบอกว่าจวนได้เวลาขึ้นเครื่อง ยูกล่าวขอบคุณก่อนเดินออกจากเลาจ์น โดยมีเจ้าหน้าที่ของสนามบินมายืนรออยู่ตรงหน้าประตูอยู่แล้วก่อนจะเดินนำชายหนุ่มไปที่เกท รอขึ้นเครื่องที่ไม่อยู่ห่างออกไปเท่าไหร่ พอไปถึงเป็นจังหวะที่เรียกขึ้นเครื่องพอดี ยูกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่สนามบินอีกครั้ง โดยไม่รู้ว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งมองหา จังหวะที่ยูเดินเข้ามา อัปษรจึงถือโอกาสเดินเข้ามาหาทันทีก่อนจะทักว่า
“ขอโทษนะคะ ไปสเปนด้วยหรือคะ”
ชายหนุ่มทำหน้างงๆ ก่อนตอบไปเพราะเห็นเป็นคนไทยเหมือนกันว่า
“อ้อใช่ครับ”
“ดีจังมีคนไทย ไปด้วยจะได้มีเพื่อนคุยเพิ่ม แนะนำตัวเองก่อนนะคะ ษรคะ”
“เอ่อ ผมยูครับ”
ก่อนที่เธอจะพูดอะไรต่อ เสียงโทรศัพท์ของชายหนุ่มดังขึ้นมาทันที และพอเห็นชื่อที่หน้าจอ ยูรีบรับทันที
“ครับแม่ ยูจะขึ้นเครื่องจากมิวนิคแล้วครับ”
ชายหนุ่มก้มศีรษะให้หญิงสาวเหมือนขอตัว ก่อนเดินไปขึ้นเครื่องบินพร้อมโทรศัพท์คุยกับมารดา โดยที่หญิงสาวนั้นขุ่นเคืองเล็กน้อย ก่อนจะหันไปชวน ผจก.ส่วนตัวขึ้นเครื่อง ส่วนทีมงานที่มาถ่ายแบบด้วยนั้นนั่งชั้นธุรกิจกับชั้นประหยัดโดยที่เธอคิดว่า ตอนอยู่บนเครื่องเธอจะหาโอกาสรู้จักกับชายหนุ่มที่หน้าตาดีคนนี้เพิ่มขึ้นให้ได้ แต่พอขึ้นเครื่อง ยูกับเธอนั่งคนละมุมและชายหนุ่มดูเหมือนจะยุ่งกับไอแพ่ดอยู่ตลอด จนเธอไม่กล้าไปคุยด้วย แต่เธอก็ได้ภาวนาพอเครื่องลงอย่างน้อยระหว่างช่วงรอกระเป๋าและช่วงรอผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองเธอคงจะหาโอกาสได้พูดคุยกับชายหนุ่มคนนี้ จนเครื่องลงที่สนามบินมาดริดบาราคัส ทันทีที่เครื่องจอดเทียบงวงช้าง ยูถอนหายใจเบาๆพร้อมคิดว่า
“ต้องสวมบทบาทจูเนียร์แล้วใช่ไหมนี่”
ก่อนสะพายเป้แล้วเดินไปที่ประตูเครื่องบิน