ผมเพิ่งเข้าเรียนปีหนึ่งที่มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งย่านรังสิต ก็ตามประสาเด็กต่างจังหวัด โลกใบใหม่ภายในมหาวิทยาลัยทุกสิ่งอย่างล้วนน่าตื่นตาตื่นใจ สาวเยอะมากๆคนโน้นก็น่ารักคนนี้ก็น่ามองพวกผู้ชายก็หล่อเท่ดูดีเดินสวนกันละลานตา
ตอนแรกเบื่อหน่ายพวกกับกิจกรรมโซตัสรับน้องซ้อมเชียร์ติงต๊องช่วงเลิกเรียนอะไรแบบนี้มาก เคยจะงัดซัดกับพี่ว๊ากมาแล้วทีนึงแต่ฉุกคิดได้ว่าไม่เห็นประโยชน์ ก็เลยยอมทำตัวเป็นรุ่นน้องหัวอ่อนว่าง่าย ส่องสาวรุ่นพี่เพลินกว่าโดนตีนเป็นไหนๆ
แล้วโชคก็เข้าข้างไม่ทำให้ประเพณีรุ่นน้องรุ่นพี่น่าเบื่อจนเกินไป ผมได้พี่รหัสน่ารักมากชื่อ พี่อ๋อม สาวหมวยดัดฟันคุยเก่งอารมณ์ดีหุ่นกระทัดรัดคือนิยามที่ผมตั้งให้เธอในใจ พี่อ๋อมคงพยาทำตัวเป็นพี่รหัสที่ดีซึ่งผมก็ไม่เคยปฏิเสธโอกาสที่จะได้ใกล้ชิดกับเธอ
ในฐานะที่เราเป็นเด็กต่างจังหวัดห่างบ้านเหมือนกันก็เลยคุยถูกคอสนิทสนม เท่าที่รู้พี่อ๋อมมีแฟนแล้วอยู่ที่จังหวัดบ้านเกิด ผู้ชายคนนั้นอายุมากกว่าทำงานแล้ว คิดว่าเธอกับแฟนน่าจะมีอะไรกันแล้วน่ารักขนาดนี้เป็นผมก็คงไม่ปล่อยเอาไว้ทำฟืนหรอก
ผมชอบแซวเรื่องลามกพูดจาทะลึ่งยั่วให้พี่อ๋อมด่าเล่น บอกเธอว่าผู้ใหญ่ด่าก็เหมือนผู้ใหญ่อวยพร อีกเรื่องที่โดนด่าประจำคือเรื่องที่ชอบแอบมองหน้าอกของเธอ บางครั้งห้าวจัดแกล้งมองตรงๆเลยก็มีเพราะรู้ว่าโทษหนักสุดก็แค่โดนหยิกบิดแรงๆจนหูแดงเนื้อแดง ถึงจะทะลึ่งตึงตังสักแค่ไหนพี่อ๋อมไม่เคยโกรธผมจริงๆเลยสักที
คืนหนึ่งที่พวกกลุ่มพี่ปีสองรวมตัวกันทำรายงานี่ห้องในคอนโดหรูของพี่อ๋อมผมก็ขอติดสอยห้อยตามไปเที่ยวด้วย ความสามารถหนึ่งที่ใครจะคิดว่าสามารถดึงดูดให้สาวๆรุ่นพี่นางฟ้าในชุดลำลองเสื้อยืดกางเกงขาสั้นจุ๊ดมานั่งเบียดกระแซะล้อมรอบแบบนี้ได้ ทักษะพิมพ์ดีดสัมผัสสิบนิ้ว ไม่เสียแรงที่แม่ไล่ให้ไปเรียนที่โรงเรียนสอนพิมพ์ดีดแถวบ้านทั้งที่ปัจจุบันไม่มีใครใช้เครื่องพิมพ์ดีดกันแล้ว
ผมร่ายเวทย์มนต์พรมลงไปบนแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค ปลายนิ้วทั้งสิบสอดประสานพริ้วไหวคล้ายกำลังบรรเลงเปียโน ตัวอักษรปรากฏขึ้นบนหน้าจอตามคำบอกของพวกรุ่นพี่สาว แกล้งทำเป็นไม่ได้ยินบ้างได้ยินไม่ชัดบ้างจนพวกรุ่นพี่สาวเขยิบกระชับพื้นที่เบียดใกล้จนได้กลิ่นสบู่หอมๆหลังอาบน้ำใหม่ๆ
“จะตีสองแล้วพวกเจ๊นอนนี่ใช่ป่ะ พิมพ์เสร็จหมดแล้วงั้นผมกลับแล้วนะ” ผมเปรยขึ้น บิดเนื้อบิดตัวมองกวาดไปทั่วห้องสลัวที่ปิดไฟเพดานแล้ว เจ้าของรายงานบางคนโผล่แค่มือขึ้นมาโบกบ๊ายบาย ผมเหลือบไปมองพี่ต้อมกับแฟนนอนกอดกันนิ่งภายใต้ฟูกหนาอุ่น สองคนนี้คบเป็นแฟนกันอย่างเปิดเผยไม่แคร์สื่อ
“เฮ้ย.. เดี๋ยวดิอย่าเพิ่งกลับ รออีกแป๊ปนึง” รุ่นพี่สาวแก่นเซี๊ยวในกลุ่มตื่นขึ้นมาบอก ยักคิ้วหลิ่วตารับประกันความคุ้มค่าถ้าผมจะเสียเวลารออีกแป๊ปนึง
เข็มนาฬิกาเลยเวลาตีสองไปได้สักพักก็มีเสียงกุกกักดังจากห้องข้างๆ ทุกคนหัวเราะคิกคักกระดี๊กระด๊ากันใหญ่ต่างหลบจัดที่ทางมุดเข้ามุมตัวเอง พี่อ๋อมเจ้าของห้องนอนอยู่บนเตียงก็กำลังสนุกไปกับเพื่อนๆด้วย เหลือเพียงผมนั่งอยู่ที่โต้ะคอมพ์
“ซื้ด.. โอ้ยยย.. อื้มมมม”
เสียงผู้หญิงครางเปี่ยมไปด้วยความสุขค่อยดังขึ้นคล้ายห้องข้างๆกำลังเปิดหนังโป๊ แต่ผมรู้ว่ามันกำลังเกิดขึ้นจริงๆเพราะสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของพื้นห้องเป็นจังหวะ นึกไปว่าเสียงร้องครางดังลั่นขนาดนี้น่าจะได้ยินกันทั้งคอนโดหรูแห่งนี้
“ทุกคืน.. ไม่เว้นวันหยุดราชการและวันนักขัตฤกษ์” รุ่นพี่สาวเอ่ย ทุกคนหัวเราะเบาๆตาม
“อะไรจะขี้เอาขนาดนั้นวะ”
“ร้องซะอยากเห็นเลยว่ะ”
“นี่สงสัยมันรู้ว่าคืนนี้เราอยู่กันหลายคนเลยจัดหนักโชว์ ถ้าปกติจะเสียงไม่ดังอลังการแบบนี้” พี่อ๋อมยิ้มบอกผม
“โหย..นี่มันพวกโรคจิตนี่หว่า” ผมอแมสซี่งกับสถานการณ์มากๆ ฟังเสียงซาวด์แทร็คไปก็พยามบังคับสลับผ่อนคลายไม่ให้น้องชายตื่นตัวตาม
“เสี่ยเช่าไว้ให้นักร้องอยู่ กูไปสืบมาแล้ว” รุ่นพี่สาวกระซิบดังมาจากมุมห้อง
ผมยืนอยู่หน้าประตูห้องกระชับกระเป๋าเป้ เสียงสังวาสเงียบลงไปแล้ว สิ่งที่พี่อ๋อมเจออยู่แทบทุกคืนทำเอาเรื่องตลกลามกของผมกลายเป็นโจ๊กไม่ใส่ผัก(โจ๊กเด็ก)ไปเลย
มองย้อนกลับมาในห้องทุกคนห่มผ้านอนนิ่งกันหมด ผมคุกเข่ารูดซิบกางเกงงัดเจ้าหนอนน้อยที่ตอนนี้แข็งตัวเป็นลำเขื่องออกมาสาวถี่ๆ เมือกน้ำสีขาวขุ่นข้นกระฉูดใส่รองเท้าคัตชูของพี่เจี๊ยบ นี่แหนะ.. โทษฐานที่เมื่อกี๊เอานมมาสีแขนผมตอนเธอที่บอกบทให้ผมช่วยพิมพ์(หวังว่ามันจะแห้งทันพรุ่งนี้เช้านะ)
………………..
ติดตามเป็นทาสรับใช้อยู่ในกลุ่มจนสนิทสนมดีกับพี่ๆทุกคนโดยเฉพาะพี่อ๋อม ถึงตอนนี้ผมรุกหนักถึงขั้นย้ายหอมาเช่าอยู่ใกล้ๆ มีโมเมนต์แบบเดินกลับหอด้วยกัน กินข้าวมื้อค่ำด้วยกัน เปลี่ยนบุคลิกจากคนทะลึ่งผีทะเลมาเป็นน้องรหัสผู้ภักดี ถือของให้เดินไปส่ง ส่งข้อความฝันดีก่อนนอน ไม่ถึงกับโทรไปคุยแต่ทั้งหมดนี้พี่อ๋อมก็น่าจะรู้สึกได้
ผมบอกรักเธอในค่ำวันหนึ่งที่ร้านอาหารตามสั่งใกล้ๆหอ พี่อ๋อมตอบปฏิเสธทันทีพร้อมตัดพ้อว่าผมน่าจะรู้ว่าเธอมีแฟนแล้ว ผมก็ตอบว่ารู้ดี แต่แค่อยากจะขอโอกาส ขอเป็นตัวเลือกก็ได้ เป็นอะไรก็ได้ที่มันมากกว่าเป็นแค่น้องรหัส นั่นคือครั้งแรกที่ผมรู้สึกว่าเธอโกรธผมจริงๆ พี่อ๋อมหลบหน้าหลบตาหายไปจากวงโคจรชีวิตของผมร่วมเดือน จนถึงวันสอบปลายภาควันสุดท้าย
“เจ๊.. ” ผมทักพี่อ๋อมที่หน้าห้องสอบของพวกปีสอง หลังจากทำเหมือนเป็นคนอื่นมาตั้งนาน “สอบเสร็จแล้วเหรอ”
“เออ..” พี่อ๋อมตอบห้วน
“เจ๊เป็นอะไรรึเปล่า โทรไปก็ไม่รับ” ผมกลั้นใจถาม
“เปล่า..”
“แล้วทำไมโทรไปไม่รับอ่ะ บางวันก็ไม่กลับหอ”
“ก็มันใกล้จะสอบแล้ว”
“แล้วเกี่ยวอะไรกับสอบอ่ะ”
“ก็ขืนแกมัวแต่คิดอะไรไม่เข้าท่าเนี่ย หนังสือหนังหาจะได้อ่านมั้ย ฮึ.. ก็แค่รู้สึกว่าควรจะออกจากชีวิตแกไปซักพักนึง” พี่อ๋อมสบตาผม
“ไม่ใช่โกรธผมเหรอ..” ผมรู้สึกตื้นตันแปลกๆในอก
“โกรธอะไร โกรธคือโง่.. โมโหคือบ้า” พี่อ๋อมทำตาใสซื่อ
“เรื่องที่ผมบอกรักพี่อ๋อม..” ผมรู้สึกอายแปลกๆ
“เรื่องนั้นน่ะเหรอ พี่ก็คิดซะว่ามีคนรักดีกว่ามีคนเกลียดก็แล้วกัน”
“พี่อ๋อม.. ” ผมยิ้มทำตาหวาน นอกจากเธอจะไม่โกรธแล้วยังพูดเหมือนจะรับได้อีกต่างหาก
“เหมือนไปเดินตลาดแล้วมีลูกหมามาคลอเคลียอ่ะ จะเตะไล่ไปก็สงสารยืนให้มันเลียๆไปงั้นแหละ” เธอลูบหัวผมเบาๆ ผมแกล้งยกสองมือแลบลิ้นหอบหายใจเลียนแบบไปด้วนหมาประจำคณะ
………………..
พี่อ๋อมชวนผมไปที่ห้องนัยว่าจะให้ผมช่วยพิมพ์รายงานให้ วุ่นวายใจเดินวนอยู่ในร้านสะดวกซื้อสักพักในที่สุดผมก็รวบรวมความกล้าเดินไปจ่ายเงินค่าถุงยางอนามัย ถ้าพี่อ๋อมรู้ว่าผมพกถุงยางติดไปด้วยเธอจะโกรธไหม แต่ถึงยังไงติดตัวไว้หน้าสิ่วหน้าขวานขึ้นมามีก็คงดีกว่าไม่มีล่ะน่า
เป็นอย่างที่คาดเรื่องพิมพ์รายงานเป็นข้ออ้างของพี่อ๋อมจริงๆ พี่อ๋อมชวนผมมาเพื่อบอกเล่าเรื่องที่ผมควรต้องรู้ถ้าเราจะคบกันลึกซึ้งเกินกว่าแค่รุ่นพี่รุ่นน้อง เธอเกริ่นขึ้นมาก่อนว่าถ้าผมรู้เรื่องของเธอแล้วอาจเป็นฝ่ายปลีกตัวไปเองก็ได้
แฟนของพี่อ๋อมคือครูที่โรงเรียนเก่า ผมได้ยินแล้วนิ่งอึ้งสตั้นท์ไปสิบวิอย่างที่เธอว่าจริงๆ ฐานะทางครอบครัวของพี่อ๋อมยากจนมาก เขาเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนที่เอื้อมมือเข้ามาเป็นแสงสว่างให้เด็กด้อยโอกาสอย่างเธอ รวมถึงอนาคตในการศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยเอกชนค่าเล่าเรียนหลักหลายหมื่นบาทต่อเทอมแห่งนี้ แถมยังห้องในคอนโดหรูนั่นก็ด้วย ทั้งหมดทุกสิ่งอย่างล้วนมีค่าตอบแทนยามที่ท่านผอ.มีธุระหรือเข้ามาอบรมสัมนาในกรุงเทพ เขาจะมาหาเธอ
แน่นอนว่าภริยาของเขาไม่รู้ สถานะของเธอคือเมียเก็บต่ำชั้นกว่าเมียน้อยด้วยซ้ำ ต่ำจนไม่คิดว่าจะรับฝากความรักของใครได้ ตรงกันข้ามกับสิ่งที่พี่อ๋อมปรามาศผม นอกจากจะไม่คิดรังเกียจแล้วผมยังสงสารเธอจับใจ หายสงสัยว่าทำไมพี่อ๋อมถึงไม่ตกปากรับตอนแรกที่ผมขอเป็นแฟน
“ขอแค่ดูนมได้มั้ย..” ผมทำตาใสซื่อเอ่ยขอกันดื้อๆ
“อะไรนะ!!” ฝ่ามืออรหันต์เงื้อขึ้น
“ขอแค่ดูนมได้มั้ย”
ไม่รู้ว่าจะต้องเขียนว่าเสียงมันดังผัวะหรือดังเผียะแต่ที่รู้คือหน้าผมหันสะบัดไปตามแรงมือ รู้สึกแสบๆที่แก้มขึ้นมาทันที
“ไม่ใช่ ..ฟังก่อนดิ อูย.. ตบซะเต็มแรงเลย” ผมลูบแก้มไปด้วย
“ใครบอกตบ!! กูต่อยต่างหาก!!” พี่อ๋อมเงื้อหมัดจะซ้ำสอง
ผมอธิบายว่าคนสองคนคบเป็นแฟนกันโอกาสใกล้ชิดกันก็มีมาก ทั้งที่ไม่อยากให้เธอต้องรู้สึกผิดแต่ผมก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูน ผมรักเธอ อยากจะใกล้ชิดเธอ อยากกอดอยากจูบ ทั้งที่รู้สถานะของตัวเองดีแต่ก็ยังมิวายที่จะหลงไหลในเรือนร่างของเธอไม่ได้ สิทธิในความเป็นแฟนของผมจึงขอตีเส้นขอบเขตไว้ที่เพียงแค่ชื่นชมเรือนร่างท่อนบนของเธอเท่านั้น คือสิ่งที่ผมเสนอ
สัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวของพี่อ๋อมที่ปลายจมูก เธอหลับตาเคลื่อนตัวเข้ามาประกบปากช้าๆรสจูบแรกของคนที่เรารักซึ่งผมตั้งใจจะจดจำมันไปตลอดชีวิต เสียงผู้หญิงร้องครางดังแว่วมาจากข้างห้อง เราสองคนมองนาฬิกาหัวเราะคิกคักอยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน
“สงสัยคืนนี้จะมีรายการร้องประสานเสียง” ผมเปรยยิ้มๆ
“ประสานเสียงอะไรวะ”
“ก็เสียงเจ๊ไง..”
คราวนี้ผมคว้าแขนของเธอไว้ทันไม่โดนทุบ ประกบริมฝีปากอีกครั้งรับรู้ได้ถึงความร้อนแรงที่เพิ่มระดับจากจูบแรก ซุกไซร้สูดกลิ่นหอมไปตามต้นคอของพี่รหัสสาวหมวยคนสวย
“อืม.. ห้ามต่ำกว่าเอวนะ ..” พี่อ๋อมเสียงสั่นหลับตาพริ้มสูดหายใจช้าเชยคางรับพลระดมจูบที่รุกเลื้อยไปตามต้นคอขาว
พี่อ๋อมขอตัวลุกขึ้นไปเปลี่ยนเป็นกางเกงยีนส์สีดำขาเดฟรัดแบบกางเกงพวกชาวร็อค เธอจูงมือผมไปนั่งบนเตียง ถอดเสื้อยืดตัวโคร่งออก บราลายลูกไม้สีดำที่ผมชอบแอบมองลอดระหว่างกระดุมเสื้อนักศึกษาห่อหุ้มสองเต้าขนาดพอดีมือ ผมกดหน้าลงซุกส่ายไปมาสองมือโอบไปข้างหลังจัดการกับตะขอบรา
สองจุกแข็งสีน้ำตาลไหม้ชูชันบอกผมว่าพี่รหัสสาวก็เริ่มมีอารมณ์ จ้องสองเต้าขาวอยู่อย่างนั้นจนเธออายคว้าคอกดหัวผมไปจูบอีกรอบ ทดลองตวัดดุนลิ้นพี่อ๋อมตอบสนองอย่างมีสัญญาณเผ็ดร้อน
“พอยัง..”
“พออะไร ..” ผมทำหน้าซื่อ
“ก็ไหนว่าจะแค่ขอดูไง ก็เห็นแล้วเนี่ย” เธอนั่งเท้าสะเอวเปิดเผยให้ผมทัศนาเป็นรอบสุดท้ายก่อนปิดวิก
ผมก้มลงดูดที่หัวนมแบบไม่ทันให้ตั้งรับสองแขนโอบกระชับกันไม่ให้ถอยหนี พี่อ๋อมเอนตัวลงนอนบนเตียงผมคลานตามพรมจูบไม่ให้ขาดตอน สองมือบดเคล้นเนื้อนมเขี่ยยอดปทุมถันจนพี่อ๋อมสูดหายใจแอ่นรับ
“ซื้ด.. อื้มมม.. อื้มม!! นนท์ ไม่เอา!!”
“ถอดกางเกงเหอะ นะ พี่อ๋อม” ผมอ้อน
“ถอดทำไม ไหนสัญญาว่าจะแค่ข้างบนไง”
“ก็อยากเห็นข้างล่างอ่ะ นะ” ผมคว้าบีบเคล้นไปที่หว่างขาของพี่รหัสคนสวย พยามส่งแรงผ่านกางเกงยีนส์หนาแน่นตัวนี้ไปให้ได้
“ไม่รู้สึกหรอก..” พี่อ๋อมเปรย
“ก็นั่นอ่ะดิ เจ๊จะไปเปลี่ยนใส่ตัวนี้ทำไมเนี่ยกางเกงขาสั้นตัวเมื่อกี๊ก็ดีอยู่แล้ว” ผมบ่นไปหาทางปลดกระดุมกางเกงไป
“เดี๋ยวหยุดไม่ได้นะนนท์..” พี่อ๋อมเปรยถามตอนที่สองเรียวขาขาวหลุดพ้นจากพันธนาการของกางเกงยีนส์ขาร็อคไปแล้ว
“หยุดได้สิ ยังเหลือกางเกงในนี่ไง”
ผมจ้องอุปสรรค์ด่านสุดท้ายผ้าฝ้ายสีชมพูอ่อนละมุนมือ ลากนิ้วไปตามคราบรอยเฉอะแฉะจนพี่อ๋อมกระตุกเกร็งสองสามที ค่อยๆพรมจูบลงบนหน้าท้องเลื้อยเรื่อยลงจนถึงพื้นที่ชุ่มน้ำสัมผัสได้ถึงผืนหญ้ากรุบกรับภายใต้กางเกงชั้นใน
“นนท์!! พี่ไหว้ล่ะ พี่มีแฟนแล้วจริงๆ นะนนท์..นะ”
“ผมมีถุงยาง” ผมเสนอออฟชั่นเสริม
“นนท์ พี่มีแฟนแล้วนะ”
ผมเงยหน้าขึ้นไปมองพี่อ๋อมกำลังไหว้อยู่จริงๆ ตัดใจตัดอารมณ์ยังไงโอกาสหน้าต้องมีแน่ ความจริงผมควรจะเป็นผู้ปลอบประโลมเธอไม่ใช่กระหน่ำซ้ำเติมให้เห็นด้านมืดของผู้ชายหนักหนาเข้าไปอีก
 
………………..
เนื้อหาถูกซ่อนเอาไว้ คุณต้องตอบกระทู้นี้ก่อน