พูดคุยก่อนอ่าน : ตอนรับมื้อเที่ยงกับ "เพื่อน...กูรักลูกสาวมึงว่ะ" ตอนที่ 2 นะครับ
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า นี่คือเรื่องที่ผมจะเขียนขึ้นบนดิน ดังนั้นใครที่คาดหวังว่าจะได้เจอกับฉากเลิฟซีนโลดโพนโจนทะยานแบบเกมรักอาจผิดหวังหน่อยนะ
แล้วก็ลืมได้เลยว่า พระเอกของเราอย่าง ทนายเจนรบจะเล่นแม่ควบลูกสาว ต้องขอโทษด้วย นี่มันเรื่องบนดินของผมนะ ผมอยากให้มันมีเหตุมีผล สมจริงมากขึ้น อย่าลืมว่าชื่อเรื่องก็บอกอยู่ละ เพื่อน...กูรักลูกสาวมึงว่ะ แม่ไม่เกี่ยว 555555+
ก็ตามเดิม ฉากเลิฟซีนของลุงจอมและน้องปลาจะเริ่มในตอนที่ 4-5 และฉากพิเศษ สำหรับตอน 1-2-3 เป็นการปูพื้นเรื่องราว โดยในตอนนี้ เรื่องที่เกี่ยวกับกฏหมายเนี่ย บางอย่างเป็นเรื่องจริงจากประสบการณ์โดยตรงของผม ก็เลยอยากนำมาถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องราว ผมอยากให้นิยายเรื่องนี้เป็นมากกว่าเรื่องเสียวที่อ่านแล้วทำให้เกิดอารมณ์กำหนัดเพียงอย่างเดียว แต่ผมอยากสอดแทรกสาระและเนื้อหาเพื่อยกระดับในนิยายเรื่องนี้มีคุณค่าในตัวของมันและคุ้มค่าที่ทุกคนจะจ่ายเงินเพื่อซื้อมันไปอ่านนั่นเอง
ปล.เรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องที่มีฉาก NC ที่ซอฟต์ที่สุด หวานละมุนที่สุดที่ผมเคยเขียนมานะ บอกไว้ก่อน
ปล2.ทิ้งท้ายด้วยทีเซอร์ตัวอย่างในตอนที่ 3 นะครับ ผมขอซ่อนเนื้อหาบางส่วนนิดหน่อย แต่ยังรักษาใจความสำคัญไว้อยู่ให้ได้ลุ้นกัน 5555+.......................................
ทนายเจนรบ นอกจากจะเป็นทนายขวัญใจคนยากจนแล้ว เขายังรับจ๊อบเสริมเป็นวิทยากรพิเศษไปบรรยายในหัวข้อกฎหมายน่ารู้ให้นิสิตนักศึกษาตามสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ อีกด้วย
“สวัสดีค่ะลุงจอม เจอกันจนได้นะคะ” น้องปลาพนมมือไหว้ลุงจอม เพื่อนของภาคภูมิผู้เป็นพ่อ ที่วันนี้มารับบทเป็นวิทยากรพิเศษบรรยายในหัวข้อกฎหมายน่ารู้สำหรับนิสิตนักศึกษาชั้นปีที่หนึ่ง
“เจอกันจนได้นะคนเก่ง” เจนรบพนมมือไหว้รับเด็กสาว “เป็นไงบ้าง ชีวิตนิสิตนักศึกษา มีเพื่อนเยอะหรือยังเราน่ะ”
“ก็เรื่อย ๆ ค่ะลุงจอม” น้องปลายิ้มหวาน จนเห็นแผงฟันขาว
ให้ตายเถอะ น้องปลาทำไมน่าฟัดแบบนี้ เจนรบคิดในใจ ปลาตัวน้อยตัวนี้ช่างแสนหวาน เธอไว้ผมหยักศกเป็นลอนคลื่นทำไฮไลท์สีน้ำตาล ด้านหน้าก็ทำเป็นหน้าม้าปิดเหม่ง แก้มของเธอแดงระเรือ ผิวขาวอมชมพู ริมฝีปากแดงอวบอิ่ม กลิ่นกายของเธอหอมละมุนจนทำให้สุภาพบุรุษอย่างเจนรบแทบตบะแตกเสียให้ได้
แสดงรูปภาพเฉพาะสมาชิกเท่านั้น
“โอเค เดี๋ยวเข้าไปในห้องได้เลยนะจ๊ะน้องปลา เดี๋ยวลุงจะเข้าไปบรรยายแล้ว”
“ค่ะ” น้องปลาพนมมือไหว้ลุงจอมอีกครั้ง ก่อนเดินเข้าไปในคลาสพร้อมกับนิสิตนักศึกษาคนอื่น ๆ ส่วนเจนรบก็เดินถือแฟ้มเอกสารตามกลุ่มนักศึกษาเข้าไป
……………….
“มีครั้งหนึ่ง ที่ผมเคยเป็นทนายความให้ครอบครัวหนึ่ง คือคุณพ่อเขาเสียชีวิตใช่ป่ะ แล้วทีนี้เค้ามีลูกนอกสมรสที่เกิดกับหญิงอื่นที่ไม่ใช่ภรรยาที่จดทะเบียนสมรสของตัวเอง แล้วลูกชายของเขาก็โทรมาปรึกษาผมว่าเขาจะขอเป็นผู้จัดการมรดกแต่เพียงผู้เดียว เพื่อป้องกันไม่ให้แม่เลี้ยงของเขาโกงมรดกเขาได้ รู้ไหมทีนี้ผมแนะนำเขายังไง?”
ทนายความเจนรบเล่าประสบการณ์การทำงานเป็นทนายความให้นิสิตนักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ของมหาวิทยาลัยชื่อดังแถวสามย่าน เหล่านิสิตนักศึกษาทั้งชายหญิงต่างตั้งอกตั้งใจฟังทนายเจนรบอย่างตั้งอกตั้งใจ
“จริง ๆ ก็ทำได้ไม่ใช้เหรอครับคุณเจนรบ?” นิสิตหนุ่มคนหนึ่งยกมือถาม “เพราะตามกฎหมาย ทายาทที่เป็นลูกนอกสมรสที่ได้รับการรับรองโดยบิดาและมารดามีสิทธิชอบธรรมในการเป็นผู้จัดการมรดก”
“ถูกต้อง พ่อหนุ่มเข้าใจถูกแล้ว” เจนรบตอบ “แต่ผมจะอธิบายยังงี้นะ คือครอบครัวนี้ออกจากแปลก ๆ หน่อย คือลูกเลี้ยงกับแม่เลี้ยงไม่ถูกกัน นึกออกใช่ไหม เพราะแม่เลี้ยงไม่มีลูกให้สามีผู้ตาย สามีก็เลยไปมีลูกกับภรรยาอื่น”
“แล้วคุณเจนรบแนะนำไปยังไงละครับ?” นิสิตหนุ่มคนเดิมยกมือถามเพิ่มเติม “คือถ้าออกมาในรูปนี้ ผมคิดว่าถ้าต่างฝ่ายต่างตั้งแง่กัน ก็คงตกลงกันไม่ได้ จริงไหมครับ?”
“ถูกต้อง” เจนรบพยักหน้า “ไอ้หนุ่มเข้าใจถูกต้องแล้ว คือผมแนะนำลูกชายนอกสมรสคนนี้ว่าอย่าทำแบบนั้นเด็ดขาด เพราไม่เช่นนั้นมันจะเป็นปัญหาในอนาคต เพราะสิทธิและสถานะของลูกนอกสมรสไม่เท่ากับภรรยาที่จดทะเบียน ถึงแม้จะได้ชื่อว่าเป็นผู้สืบสันดานในลำดับชั้นเดียวกันก็ตาม ผมแนะนำเขาว่าให้นิ่งไว้ แล้วรอให้แม่เลี้ยงของเขาเสนอตัวเป็นผู้จัดการมรดก แล้วค่อยเสนอเสนอเป็นผู้จัดการร่วมจะดีกว่า”
แสดงรูปภาพเฉพาะสมาชิกเท่านั้น
เหล่านิสิตนักศึกษาต่างพยักหน้าเห็นด้วยกับแนวทางนี้ ขณะเดียวกัน น้องปลา นิสิตสาวตั้งอกตั้งใจฟังคุณลุงเจนรบเล่าประสบการณ์ทำงานในเคสคดีความต่าง ๆ ที่คุณลุงเคยทำมา
“สุดท้ายไอ้หนุ่มคนนั้นก็ทำตามที่ผมว่า แล้วรู้ไหมทีนี้เกิดอะไรขึ้น” ทนายเจนรบถามนิสิตนักศึกษารอบห้อง “คือพอถึงเวลาแบ่งมรดก ฝ่ายแม่เลี้ยงกลับเบี้ยว ไม่ยอมแบ่งตามสัญญา ทั้งที่กล่าวว่าจะยกมรดกส่วนกลางให้โดยเสน่หา ทีนี้ก็บันเทิง เพราะลูกชายนอกสมรสไม่ยอม ก็เลยอัดคลิปเสียงไว้ ซึ่งความจริงแล้วมันผิด แต่ในกรณีนี้เป็นข้อยกเว้น เพราะฝ่ายลูกเลี้ยงอ้างว่าที่กระทำลงไปเพื่อรักษาสิทธิ์และปกป้องผลประโยชน์โดยรวม สุดท้ายฝ่ายแม่เลี้ยงต้องยอม เพราะลูกเลี้ยงขู่ว่าถ้าไม่มาทำหน้าที่ผู้จัดการมรดก จะทำเรื่องฟ้องร้องขอเปลี่ยนผู้จัดการมรดกทันที”
ทันใดนั้นเสียงกริ่งหมดเวลาก็ดังขึ้น เหล่านิสิตนักศึกษาต่างทำหน้าผิดหวังเพราะกำลังสนุกกับเรื่องเล่าของทนายความเจนรบ
“โอเค หมดเวลาซะแล้วทุกคน กำลังสนุกเลยใช่ไหมละ?” ทนายเจนรบเหลือบมองนาฬิกาข้อมือของตัวเอง “ผมจะฝากอีกนิดหนึ่ง คือพวกคุณในฐานะนิสิตนักศึกษา ผมอยากจะบอกว่ากฎหมายไม่ใช่เรื่องไกลตัว มันเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่พวกคุณคิด ก็อยากให้คุณลองอ่านและศึกษาดู นอกเหนือจากเอาไปสอบตอนกลางภาคและปลายภาค เพราะมันจะช่วยคุณได้มากในอนาคต ว่าแต่ที่นี้ข้อสอบเป็นแบบไหน? ช้อยหรือว่าข้อเขียน?”
“ข้อเขียนครับ/ค่ะ” กลุ่มนิสิตนักศึกษาชายหญิงตอบ
“โอเค งั้นเขียนให้สนุกแล้วกัน” ทนายความกล่าวติดตลกทิ้งท้าย “ขอบคุณมาก นิสิตนักศึกษาทั้งชายและหญิงที่น่ารักทุกคน ถ้าใครสนใจเรื่องกฎหมายเพิ่มเติมยังไง อย่าลืมไปกดไลค์กดแชร์เฟสของผมได้นะ ตามที่ผมได้โชว์ในสไลด์ ถามได้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับข้อกฎหมาย ยกเว้นเรื่องการเมืองกีฬาสีกับขอยืมเงิน ผมไม่คุยทุกกรณี เคลียร์นะ?”
เหล่านิสิตนักศึกษาชายหญิงต่างหัวเราะร่วนในมุกตลกของทนายเจนรบ เช่นเดียวกับน้องปลา ปวีณา ที่ยิ้มหวานเพราะประทับใจในความรู้ความสามารถของคุณลุงเจนรบ
………….
“ฮัลโหล คือผมบอกแล้วไงว่า คุณจะมาใช้เส้นทางคนอื่นโดยพละการไม่ได้” ทนายเจนรบนั่งคุยโทรศัพท์กับลูกความที่โรงอาหารของมหาวิทยาลัย “คือฝ่ายจำเลยจะอ้างว่าที่ดินของตัวเองไม่มีทางออกไม่ได้ ผมดูในโฉนดแล้วคือจะอ้างยังไงก็ฟังไม่ขึ้น เรื่องนี้วางใจเถอะครับ คุณไม่แพ้แน่นอน ผมรับประกัน”
พอกดวางสมาร์ทโฟน เจนรบก็หยิบกาแฟขึ้นมาดื่มในช่วงเที่ยงของวันระหว่างรอบรรยายในช่วงคาบบ่าย
“อากาศอบอ้าวแบบนี้ แดดไม่ออกแบบนี้ สงสัยเดี๋ยวฝนต้องตกแน่” หนุ่มใหญ่เหลือบมองท้องฟ้าด้านนอก “จะว่าไปเด็กสาวสมัยนี้น่ารักจริง ๆ เลยนะ” เจนรบละเลียดเอสเปรสโซ่รสเข้มพลางชายตามองเด็กสาวมหาวิทยาลัยในชุดนักศึกษารัดติ้วด้วยตามภาษาผู้ชายที่ชอบสาวสวย “ชักอยากจะมีเมียเด็กซะแล้วซิเรา…” ประโยคหลังนี่เจนรบคิดในใจนะ ฮ่า…
แสดงรูปภาพเฉพาะสมาชิกเท่านั้น
ทนายเจนรบละเลียดกาแฟสลับกับการเหล่มองนักศึกษาสาวเป็นของหวานตัดกับความเข้มของรสกาแฟตามภาษาชายโสดที่ไม่มีภาระใด ๆ ซึ่งก็นับว่าน่าแปลกใจไม่น้อย ที่เจนรบไม่ยอมเปิดใจคบหากับผู้หญิงคนใดเพียงเพราะยังรักฝังใจ ไม่ซิ ต้องบอกว่ายังเจ็บปวดกับความรักครั้งเก่ากับปิยะวรรณ
เพราะความผิดหวังในรัก เจนรบเลยไม่สนใจกับเรื่องนี้อีก หนุ่มใหญ่เอาเวลาทั้งหมดมาทุ่มเทเพื่องานและช่วยเหลือผู้คนที่ยากลำบากให้ได้มากที่สุด จนทำให้เขาไม่มีเวลาเปิดใจรับสาวคนใดเข้ามาเป็นเจ้าของหัวใจ ทั้งที่โปรไฟล์ของเขาก็จัดว่าโดดเด่นและมีความมั่นคงที่ผู้หญิงสักคนฝากฝังอนาคตไว้ได้
ขณะกำลังเพลิดเพลินไปกับการเหล่หญิงสาวรุ่นลูก ทันใดนั้นสายตาของเจนรบก็เหลือบไปเห็นน้องปลาเดินสะพายกระเป๋าสีดำเดินลงมากับกลุ่มเพื่อนเพื่อหาข้าวเที่ยงกิน
เจนรบยิ้มให้น้องปลา ส่วนน้องปลาก็ยิ้มตอบ พวกเพื่อน ๆ ของเธอทั้งชายหญิงที่ยังประทับใจกับการบรรยายของทนายเจนรบเลยเดินตรงเข้ามาถือวิสาสะขอนั่งกินข้าวร่วมโต๊ะเดียวกัน
“ขอพวกเรานั่งด้วยคนนะครับ/คะ คุณเจนรบ”
“เชิญ ๆ เอาเลยจ๊ะทุกคน” ทนายเจนรบผายมือต้อนรับนิสิตทุกคน โดยเฉพาะน้องปลา ที่มีโมเมนต์หันกลับมายิ้มหวานให้
เอาแล้วไง เจนรบคิด หันมายิ้มหวานแบบนั้นลุงก็ใจสั่นแย่ซิ ทีนี้ กลุ่มนิสิตนักศึกษาก๊วนของน้องปลาก็แยกย้ายไปซื้อข้าวเที่ยงมานั่งกินกัน โดยมีทนายเจนรบนั่งละเลียดกาแฟแก้เซ็งระหว่างรอเข้าบรรยายในคลาสเรียนคาบบ่าย
“ไม่กินข้าวด้วยกันละครับคุณเจนรบ?”
“ผมกินมาแล้ว” หนุ่มใหญ่ยิ้ม พลางเหลือบมองน้องปลา ที่กำลังกินก๊วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาอย่างเอร็ดอร่อย
เห็นแล้วเจนรบก็นึกอยากกินปลา เพราะเนื้อปลาบางชนิดมีโอเมก้า ทรี (Omega 3) กรดไขมันที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด โดยเฉพาะน้องปลา ปวีณา คนนี้ ที่เจนรบอยากจะละเลียดกลืนกินทั้งตัว ไม่อยากเหลือไว้ให้ใครได้กลิ่น น้องปลาไม่ได้พูดคุยอะไรมาก ไม่แน่ใจว่าเธอไม่ต้องการให้เพื่อน ๆ รู้ว่าแท้จริงแล้วเจนรบกับเธอรู้จักกัน หรือว่าเพราะกำลังเหนียมอายกันแน่ ส่วนเจนรบก็ไม่ถือวิสาสะทักน้องปลาเป็นการส่วนตัว เพราะถือว่าตนเองเป็นผู้อาวุโสกว่า ต้องวางตัวให้เด็กเคารพนับถือ
“โอ้!! เดี๋ยวผมต้องไปก่อนละ กินข้าวให้อร่อยนะทุกคน” ทนายเจนรบเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ ที่ตอนนี้เตือนเวลาว่าใกล้ถึงคาบบ่ายที่ต้องเข้าบรรยายแล้ว เจนรบในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาว สวมขุดสูทสีดำและกางเกงสแล็คสีดำพร้อมรองเท้าคัตชูหนังสีดำขลับหวี่ผมเรียบแปล้ลุกขึ้นจากม้านั่งในโรงอาหารมุ่งตรงไปตึกเรียนเพื่อทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป
“คุณเจนรบเค้าเก่งเนอะ แบบว่าเล่าเรื่องยาก ๆ ให้เข้าใจได้ง่ายแถมสนุกอีกต่างหาก เห็นด้วยไหม ยัยปลา?”
“หือ? อะไรนะ?” ปวีณาที่กำลังเคี้ยวเส้นก๋วยเตี๋ยวแก้มตุ่ยหันไปมองเพื่อน “อือ!!! ใช่ เห็นด้วย”
ปวีณาเหลือบมองแผ่นหลังของคุณลุงเจนรบที่เดินไกลออกไปด้วยความรู้สึกอาลัยอาวรณ์อยู่บ้าง อาจเป็นไปได้ว่าเพราะเธอไม่ได้พูดคุยกับคุณลุงเจนรบเป็นการส่วนตัวให้มากกว่านี้ เพราะกลัวว่าเพื่อนร่วมก๊วนจะแซวเอา
……………….
“เอาแล้วไง? ว่าแล้วฝนต้องตก” เจนรบเหลือบมองสายฝนที่เทลงมา ก่อนรีบเอากระเป๋าสะพายปิดศีรษะแล้วเดินฝ่าสายฝนไปที่โรงจอดรถ เพื่อขับรถกลับบ้านย่านลาดพร้าว
“อูยยยย…ตกหนักแบบนี้ น้ำท่วมรถติดชัวร์” ทนายเจนรบเปิดโหมดปัดน้ำฝน ก่อนเหยียบคันเร่งแล้วเลี้ยวขวาเพื่อเตรียมออกถนนใหญ่ ระหว่างที่ขับรถไปตามทาง ทนายความขวัญใจคนยากไร้ก็เหลือบไปเห็นแผนหลังของเด็กสาวที่คุ้นเคย “นั่นน้องปลานิ”
แสดงรูปภาพเฉพาะสมาชิกเท่านั้น
“ปรี๊ด!!” เจนรบบีบแตรเรียกเด็กสาวที่เดินอยูริมทางเดินที่มีหลังคา พอเด็กสาวหันมา หนุ่มใหญ่ก็เปิดกระจกข้างเพื่อสนทนากับลูกสาวคนสวยของเพื่อนทันที
“น้องปลา จะกลับหอเหรอ?”
“ค่ะ” น้องปลาตอบกลับมา
“หอหนูอยู่แถวไหนจ๊ะ?” ลุงจอมถามเด็กสาว “ติดรถลุงไปด้วยกันไหม?”
“หอหนูอยู่แถวอารีย์ค่ะลุง” ปวีณาตอบ “นั่งบีทีเอสไปแป๊ปเดียวก็ถึงแล้ว”
“โอ้ งั้นไปคนละทางเลย” เจนรบตอบ “เอางี้ติดรถลุงไปลงบีทีเอสสยามไหม? ปลาจะได้ไม่ต้องตากฝน”
“ค่ะ ขอบคุณค่ะลุงจอม” สาวน้อยยิ้มหวาน ก่อนรีบเดินตัดหน้ารถของลุงจอมเปิดประตูเข้าไปนั่งเบาะหน้า “ขอบคุณอีกครั้งนะคะลุงจอม”
“จ๊ะ ไม่เป็นไรหรอก” ลุงจอมเคาะพวงมาลัยรถระหว่างรอแลกบัตรกับตู้ยาม “ฝนตกหนักแหะวันนี้”
อย่างที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้ทำนายไว้ ว่าช่วงนี้ประเทศไทยกำลังถูกพายุพัดเข้ามา จนทำให้เกิดฝนตกทั่วภาคกลางและภาคตะวันออก โดยเฉพาะกรุงเทพที่มีพื้นที่ฝนตกถึง 80 เปอร์เซ็นต์
“รถติดอีกต่างหาก เห้อ!!!” เจนรบถอนหายใจยาว เพราะการสัญจรแถวสามย่านก่อนถึงสี่แยกมาบุญครองนั้นแออัดไปด้วยรถยนต์นานาชนิด รวมถึงห่าฝนที่เทลงมาจนทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นแย่ลง แต่จะเรียกว่าโชคดีก็ได้ เพราะรถติดแบบนี้ เลยทำให้ลุงจอมได้ใกล้ชิดกับนางฟ้าตัวน้อยอย่างปวีณามากขึ้นอีกหน่อย
“เป็นไงบ้างชีวิตที่กรุงเทพ?” เจนรบเริ่มเปิดประเด็นชวนเด็กสาวคุย ขณะกำลังนั่งจุ้มปุ้กในรถบนท้องถนนที่แออัดของกรุงเทพมหานคร “ชอบชีวิตที่นี่ไหมจ๊ะ?”
“ก็สนุกดีค่ะลุงจอม” ปวีณาตอบ “ห้างเยอะดี เวลาเบื่อ ๆ ปลาก็ไปเดินตากแอร์เล่นในห้าง ของกินก็เยอะ แต่ปลาไม่ชอบอยู่สองอย่างคือรถติดกับอากาศเป็นพิษ สู้ที่เชียงใหม่ก็ไม่ได้ อากาศจะสดชื่นกว่า”
“ก็แน่ล่ะ ที่นี้คือกรุงเทพ” เจนรบยิ้ม
“แล้วลุงจอมเป็นคนที่นี่เหรอคะ?” สาวน้อยถามคุณลุงใจดีบ้าง
“ใช่แล้ว คนกรุงเทพตั้งแต่เกิดจ๊ะ” เจนรบตอบ “โตที่นี่ เรียนที่นี่ตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงปริญญาโท ตอนเรียนปริญญาตรีลุงเป็นเพื่อนกับพ่อหนูด้วยล่ะ คิดว่าไอ้ภาคคงเล่าเรื่องของลุงให้หนูฟังบ้างแล้วซินะ”
“ก็…ไม่ค่อยเล่าอะไรมากนะคะ” ปวีณาสารภาพตามตรง “พ่อหนูบอกแค่ว่าคุณลุงเป็นเพื่อนกับคุณพ่อและคุณแม่ แค่นั้นเอง”
“เหรอจ๊ะ….” เจนรบพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม ในใจก็คิดว่า ไอ้ภาค มึงนะมึง ปิดบังความจริงกับลูกสาวแบบนี้ไม่ดีนะ ทำไมไม่บอกลูกไปวะถ้ามึงไม่แย่งเปิ้ลไปจากกู
“มีอะไรหรือเปล่าคะลุงจอม?” ปวีณาแหงนมองลุงจอมที่เหมือนกำลังใจลอยอยู่ด้วยความสงสัย
“เปล่าจ๊ะ…” เจนรบยิ้ม “สมัยเรียนลุงกับไอ้ภาคน่ะสนิทกัน ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด แล้วก็แข่งกันจีบหญิง” ทนายความหัวเราะร่วนเมื่อนึกถึงความหลัง “ไอ้ภาคน่ะโชคดีมากเลยนะ เพราะเปิ้ลเป็นผู้หญิงที่ดีพร้อมทุกอย่าง”
“ค่ะ” ปวีณายิ้มรับ “สำหรับปลาแล้วคุณพ่อกับคุณแม่ดีที่สุด”
“ดีใจแทนไอ้ภาคและเปิ้ลจริง ๆ ที่มีลูกสาวน่ารักแบบหนูเนี่ย”
“ว่าแต่…ลุงจอมคะ”
“จ๊ะ?”
“คือไม่รู้ว่ามันจะละลาบละล้วงไปไหมคะ ถ้าหนูจะถามแบบนี้ว่า…” ปวีณารู้สึกประหม่าอย่างเห็นได้ชัด “แล้วลุงจอมไม่อยากมีครอบครัวบ้างเหรอคะ?
“อ้อ!!! เรื่องนั้นเหรอ?” หนุ่มใหญ่หัวเราะร่วน ขณะกำลังเหยียบคันเร่งรถให้ออกตัวขึ้นไปอย่างช้า ๆ “ลุงทำแต่งานตั้งแต่หนุ่มจนแก่ เลยไม่มีเวลานะจ๊ะ”
“แล้วลุงไม่เหงาบ้างเหรอคะ?” น้องปลาถามเพิ่มเติม “หนูว่าคุณลุงยังหนุ่มยังแน่นนะ เทียบกับพ่อหนูแล้ว พ่อหนูเทียบลุงไม่ติดเลย”
“สงสัยผู้ชายมีเมียก็แบบนี้ละม้าง ปล่อยตัวไม่เอาอะไรแล้วกับชีวิต” เจนรบแซวภาคภูมิเพื่อนรักตัวแสบ “ลุงเองก็อยากจะมีนะ นี่สารภาพตามตรงเลย แต่แบบอย่างที่ลุงบอก ลุงไม่มีเวลาจริง ๆ ทำแต่งาน”
“หนูว่าอย่างลุงหาแฟนได้สบายอยู่แล้ว” ปวีณาตอบ
“จ๊ะ สมพรปากนะจ๊ะ” เจนรบยิ้ม
แล้วทั้งคู่ก็พูดคุยด้วยเรื่องจิปาถะไปตามทางระหว่างรถติด กว่ารถจะขยับได้แต่ละเมตรนั้นกินเวลานาน แต่สุดท้าย เจนรบก็พาน้องปลามาส่งหน้าบีทีเอสสยามได้โดยสวัสดิภาพ
“ขอบคุณนะคะลุงจอม” น้องปลาพนมมือไหว้ก่อนรีบเดินขึ้นบันไดสถานีรถไฟฟ้า ส่วนเจนรบก็ได้แต่ยิ้มขำท่าวิ่งขึ้นบรรไดของน้องปลา
“ยังเด็กอยู่เลยนะน้องปลาเนี่ย” เจนรบส่ายหน้า ก่อนเหยียบคันเร่งขับรถกลับบ้านที่ลาดพร้าวเป็นเป้าหมายต่อไป
……………….
หลังจากนั้น ทนายเจนรบก็ได้รับเชิญไปบรรยายในคลาสกฎหมายของนิสิตชั้นปีที่หนึ่งเรื่อย ๆ ด้วยเหตุนี้เอง เลยทำให้เจนรบได้พบเจอกับปวีณาบ่อยขึ้น จนทำให้ทั้งคู่ได้พูดคุยกันเป็นส่วนตัวมากขึ้น
“ปลา ถามจริงเถอะ” เพื่อนของลูกปลาถาม “แกรู้จักกับทนายเจนรบเหรอ?”
“อือ…ใช่” ปลาตอบไปตามตรง “ลุงจอมเป็นเพื่อนพ่อเราเอง”
“อ่าว…แล้วทำไมไม่บอกตั้งแต่แรก ไอ้เราก็สงสัยตั้งนาน นึกว่าทนายเจนรบกำลังจีบปลาซะอีก”
“บ้า…นั้นลุงชั้นนะเว้ย” ปวีณาทำตาโตด้วยความตกใจ “ไม่ทางหรอก พวกแกก็คิดเรื่องอกุศลเยอะไปนะ บางที”
น้องปลาปฏิเสธเสียงแข็งว่าเธอกับลุงจอมไม่ได้เป็นอะไรไปมากกว่าคำว่าลุงกับหลาน แต่ความจริงแล้วน้องปลาเองก็แอบยิ้มเขินนิด ๆ เพราะลึก ๆ แล้วสาวน้อยก็มีใจให้ลุงจอมไม่น้อย
ครั้งหนึ่ง ระหว่างที่เธอกำลังอัพรูปลงเฟส อยู่ดี ๆ ก็มีสัญญาณเตือนว่ามีคนมากดไลค์
“ใครเนี่ย…” น้องปลาที่ตอนนั้นยังเรียนอยู่ ม.ปลาย อดสงสัยไม่ได้ ก็เลยกดเข้าไปดู ปรากฏว่านั่นเป็นโปรไฟล์ของลุงจอม เพื่อของคุณพ่อเธอนั่นเอง “อ่าว ลุงจอมนิ”
สาวปลาเลยเข้าไปส่องความเป็นไปบนหน้าเฟสของลุงจอม ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องเกร็ดความรู้ด้านกฎหมายเสียเป็นส่วนใหญ่ น้องปลาสังเกตว่าภาพในเฟสของลุงจอมมีแต่ภาพโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยกองเอกสาร หรือไม่ก็ภาพที่ลุงจอมไปยังสถานที่ต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพ เพื่อว่าความให้กับคนยากจนที่ถูกพวกนายทุนข่มเหงและรังแก
แสดงรูปภาพเฉพาะสมาชิกเท่านั้น
มันเป็นความประทับใจของเด็กสาวที่มีต่อหนุ่มใหญ่ มันพอกพูนเพิ่มเติมขึ้นมามากขึ้น พอรู้สึกตัวอีกที ลูกปลาก็เริ่มรู้สึกดีกับลุงเจนรบ สุภาพบุรุษทนายความขวัญใจคนยากจนที่ลุกขึ้นมาต่อสู้กับความอยุติธรรมในสังคม
ความจริงแล้ว ภาคภูมิและปิยะวรรณผู้เป็นแม่ ได้เล่าความจริงเกี่ยวกับลุงเจนรบให้สาวน้อยฟังไว้ทุกอย่างแล้ว
“รู้ไหมว่าลุงจอมน่ะ เป็นคนดีมากเลยนะ” ภาคภูมิเอ่ยปากชมเพื่อนรักต่อหน้าลูกสาว
“ยังไงเหรอคะพ่อ?” สาวน้อยทำหน้างุนงงสงสัย
“ความจริงแล้ว แม่ของลูกน่ะเคยเป็นแฟนกับลุงจอม” ภาคภูมิสารภาพความจริงกับลูกสาว “แต่ลุงจอมแกยอมเสียสละ ให้พ่อกับแม่ได้รักกัน พ่อกับแม่เลยมีลูกด้วยกันนี่แหละจ๊ะ”
“เหรอคะ?” ลูกปลาทำตาโต “โห เสียดายอ่ะ หนูน่าจะได้เกิดเป็นลูกลุงจอมมากกว่านะ”
“น้อย ๆ หน่อยเถอะยัยตัวดี!!” ภาคภูมิหัวเราะร่วน ในวัยหลักห้าเช่นเดียวกับเจนรบ ภาคภูมิที่เคยหล่อเหลากลับปล่อยตัวให้อ้วนฉุ ผมที่เคยดกดำก็บางลงจนไม่เหลือเค้าโคลงความหล่อเหมือนเคย ในขณะที่เจนรบยังคงดูแลรักษาตัวเองเป็นอย่างดี จนทำให้ยังดูไม่แก่มากนัก
สามพ่อแม่ลูกหัวเราะอย่างมีความสุข โดยที่ภาคภูมิและปิยะวรรณไม่มีทางรู้เลยว่า ในใจของลูกสาวเริ่มรู้สึกหวั่นไหวกับคุณลุงเจนรบเสียแล้ว ยิ่งภาคภูมิเล่าให้ฟังเพิ่มเติมว่า เจนรบเลือกที่จะครองตนเป็นโสด และอุทิศชีวิตเพื่อช่วยเหลือคนจนและคนด้อยโอกาส จนทำให้เขาได้รับโอกาสให้ไปเป็นแขกรับเชิญในรายการโทรทัศน์ช่องต่าง ๆ เพื่อไขข้อข้องใจเกี่ยกับข้อกฎหมาย นอกเหนือจากไปบรรยายตามสถาบันการศึกษาต่าง ๆ
ใช่แล้วล่ะ น้องปลาเองก็ประทับใจในความเป็นสุภาพบุรุษและความเด็ดเดี่ยวของลุงจอม เพียงแต่สาวน้อยไม่อาจแสดงความรู้สึกนี้ออกมาได้ ด้วยเงื่อนไขมากมาย ทั้งวัยวุฒิ สถานะภาพทางสังคม และคำติฉินนินทาจากคนรอบข้าง
สุดท้ายน้องปลาก็เลยทำได้เพียงแค่เก็บความรู้สึกดีต่อลุงจอมเอาไว้ในใจตลอดไป และจะไม่มีวันเปิดเผยมันออกมาโดยเด็ดขาด
……………….
“ปลา ไปดูหนังกับเราที่มาบุญครองป่ะเสาร์นี้?”
“วันเสาร์นี้เหรอ? เอ่อ….” ปวีณาแสดงท่าทางลังเลอย่างเห็นได้ชัด “เราไม่ว่างอ่ะอั๋น ขอโทษที”
เจ้าหนุ่มอั๋น อนุวัฒน์ คือเพื่อนร่วมคณะของน้องปลา ที่แสดงท่าทีอย่างเห็นได้ชัดว่าเขาชอบฝ่ายหญิง และเดินหน้าจีบอย่างจริงจัง ความจริงแล้วหนุ่มอั๋นเองก็หน้าตาดี ฐานะทางบ้านรวย ขับรถหรูอย่าง Benz e220d มาเรียน เพียงแต่สาวปลากลับไม่รู้สึกชอบเลยแม้แต่น้อย
แน่นอนว่าหนุ่มอั๋นไม่ยอมแพ้ พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชนะใจฝ่ายหญิง ทั้งเซอร์ไพรส์ในโอกาสพิเศษต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นวันวาเลนไทน์ หรือวันเกิดของฝ่ายหญิง บางครั้งหนุ่มอั๋นก็ส่งจดหมายรักและดอกไม้มาให้ จนกระทั่ง
“อั๋น..คือเรามีเรื่องอยากจะคุยกับอั๋นแบบตรงไปตรงมาอ่ะ” ปวีณาเอ่ยปากกับชายหนุ่มตรงม้านั่งใต้ต้นไม้
“ว่ามาซิปลา” อนุวัฒน์ยิ้ม ในใจของเด็กหนุ่มฝันไกลไปว่าบางทีฝ่ายหญิงคงเริ่มใจอ่อนบ้างแล้วซินะ
“คือเราอยากขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่อั๋นทำให้เรานะ” ปวีณาสารภาพ “แต่เราจำเป็นต้องบอกว่า ไม่ว่ายังไง เราก็คิดกับอั๋นในฐานะเพื่อนคนหนึ่งเท่านั้น ขอโทษจริง ๆ นะอั๋น เราคิดกับอั๋นแค่เพื่อนเท่านั้น”
“ทำไมละปลา? อั๋นไม่ดียังไง? บอกมาซิปลา? อั๋นจะได้ปรับปรุงตัวไง!!!” หนุ่มอั๋นที่รู้คำตอบอันน่าเจ็บปวดได้แต่ฟูมฟามตัดพ้อฝ่ายหญิง เพราะความจริงแล้ว หนุ่มอั๋นมีปมด้อยเรื่องครอบครัวที่แตกแยก ถึงแม้ว่าจะร่ำรวยเพียงใด แต่กลับหาความสุขสบายใจในบ้านไม่เจอ หนุ่มอั๋นผู้น่าสงสารเลยวาดฝันว่าเขาจะได้รับความรักจากปวีณาเพื่อเติมเต็มช่องว่างที่ขาดหายไป
“อั๋น ฟังปลานะ อั๋นน่ะดีพร้อมทุกอย่าง แต่บางครั้ง ความรักก็ไม่ใช่ผลตอบแทนของความดีนะ เรื่องแบบนี้มันบังคับใจกันไม่ได้ ขอโทษนะอั๋น”
“ไม่ซิปลา!!! ทำไมอ่ะ!!! ทำไมถึงรักเราไม่ได้!!” หนุ่มอั๋นเริ่มงี่เง่ามากขึ้น จนสาวปลาต้องรีบถอยห่าง หลังจากวันนั้น ปวีณาพยายามอยู่ห่างจากหนุ่มอั๋นที่เริ่มสติแตกมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะผิดหวังที่โดนฝ่ายหญิงหักอก
“ไอ้อั๋นโดดเรียนว่ะคาบนี้ สงสัยเฮิร์ตหนักมาก”
“ปลาไม่น่าไปหักอกไอ้อั๋นเลย…สงสารมัน”
“ก็คนมันไม่ได้รักอ่ะ…จะให้ทำไง” ปวีณาตัดพ้อ
“เอาล่ะทุกคน ขอโทษด้วย วันนี้ผมเลทไปหน่อย” เจนรบเดินเข้ามาในคลาสเรียนพร้อมแฟ้มเอกสารเพื่อเตรียมบรรยาย
ทุกอย่างดำเนินไปตามปกติ จนกระทั่งหมดเวลา ในขณะที่ปวีณากำลังเดินออกมาจากห้องเรียน หนุ่มอั๋นในสภาพเมาปลิ้นเดินตรงเข้ามาหาปวีณา ที่กำลังตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า
“ปลา!!! ทำไมปลาทำกับเราแบบนี้!!!”
“อะไรเนี่ย!!!” ปวีณาตกใจ “ปล่อยนะอั๋น เราบอกให้ปล่อย!!”
“ไม่ เรารักปลา!!” อนุวัฒน์ชี้หน้าด่ากราดนิสิตนักศึกษาทุกคนที่ยืนมุ่งดูอยู่ “อย่าเข้ามานะโว้ย นี่มันเรื่องของคนเป็นแฟนกัน!!”
“จะบ้าเหรอ!!! ปล่อย!!!” ปวีณาถึงกับตกใจ เมื่ออยู่ดี ๆ หนุ่มอั๋นก็มาเคลมสถานะว่าเป็นแฟนกันโดยไม่ถามไถ่สักคำ “เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย!! ปล่อยมือเรานะ นี่อั๋นกินเหล้ามาเหรอ? กลิ่นหึงเชียว!!! ปล่อย!!!”
ทีนี้พอสถานการณ์วุ่นวายมากขึ้น ทนายเจนรบที่อยู่ในห้องรีบวิ่งออกไปดูเหตุการณ์ พอเห็นน้องปลากำลังเดือดร้อน หนุ่มใหญ่เลยแหวกฝูงชนเข้าไปเพื่อเจรจากับหนุ่มอั๋นที่เมาแอ๋เพราะพิษรัก
“ไอ้หนุ่ม!!! จะทำอะไรน่ะ!!! ปล่อยมือปลาเค้าเดี๋ยวนี้!!!!” ทนายเจนรบชี้หน้าหนุ่มอั๋นที่เมามายไม่ได้สติ
“ลุงจอม!!! ช่วยหนูด้วยคะ!!!” ปวีณาเรียกชื่อทนายความ จนทำให้นิสิตหนุ่มสาวหันมามองหน้าด้วยความงุนงง
“สองคนนี้รู้จักกันเหรอเนี่ย?”
“ไม่ยักกะรู้มาก่อน…”
“นี่ไม่ใช่ว่าทนายเจนรบกับยัยปลาจะเป็น….”
“อย่ามายุ่งเรื่องของพวกเรา!! คุณไม่เกี่ยว อย่ามายุ่ง!!!” หนุ่มอั๋นหน้าคล้ำ นัยน์ตาแดงก่ำเพราะพิษสุราและพิษรักที่ไม่สมหวัง “ผมกับปลาเรารักกัน ใครก็อย่าเข้ามายุ่ง!!!”
ว่าแล้วหนุ่มอั๋นก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าสะพาย นิสิตทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างร้องตกใจ เพราะสิ่งที่หนุ่มอั๋นเอาขึ้นมาก็คือปืนพกขนาด 9 ม.ม. รุ่น Beretta M92FS ทีแอบหยิบมาจากบ้าน
“ตายแล้วไอ้หนุ่ม!!! นี่ทำอะไรไม่รู้จักคิดเลย!!!” ทนายความเจนรบพยายามเกลี้ยกล่อมเด็กหนุ่ม “ใจเย็น ๆ ก่อนนะพ่อหนุ่ม ค่อย ๆ พูด ค่อย ๆ จา กันนะ”
“ไม่!!! ผมไม่คุยกับใครทั้งนั้น!!!” อนุวัฒน์เล็งปืนชี้ไปที่ฝูงชนที่กำลังแตกตื่น “อย่ามายุ่งเรื่องของผมกับปลา ไปให้พ้น!!”
“ช่วยด้วยค่ะลุงจอม!!! ช่วยปลาด้วย!!!” น้องปลาในอ้อมกอดซาตานเริ่มหน้าเสีย สาวน้อยเรียกร้องขอความช่วยเหลือจากเทพบุตรสูงวัยอย่างเจนรบ
จะช่วยน้องปลายังไงดีเนี่ยเจนรบ? คิดซิคิด!!!??
โปรดติดตามตอนต่อไป
ตัวอย่างทีเซอร์เรียกน้ำย่อยในตอนที่ 3 ของ "เพื่อน...กูรักลูกสาวมึงวะ"
“ลุงจอม…ถ้าลุงต้องการ” ปวีณาเอ่ยปากด้วยท่าทางเนียมอาย “ปลายอมก็ได้นะคะ…”
“หนูปลา…” สุภาพบุรุษหนุ่มใหญ่อยากเจนรบถึงกับนิ่งเงียบ ภาพของเด็กสาวในชุดนักศึกษากำลังนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นภายในบ้านของตัวเอง หนุ่มใหญ่สังเกตว่าใบหน้าของสาวน้อยแดงก่ำจนถึงใบหู
มันเป็นเรื่องยากเหลือเกิน ที่จะต่อสู้กับความรู้สึกที่ขัดแย้งอยู่ภายในใจ ไม่ใช่เจนรบไม่รู้สึกกับหนูปลาหรอกนะ ความรู้สึกนักแน่นอยู่ในอก เพียงแต่เจนรบจำเป็นต้องแยกแยะให้ได้ว่าอะไรคือความรักและความหลง
“ลุงจอม…” ปวีณามองหน้าหนุ่มใหญ่ด้วยท่าทีเหนียมอาย “รักปลาไหมคะ?”
“รักซิจ๊ะ…” เจนรบสารภาพ “น้าจะบอกความจริงให้หนูรู้นะ ว่าหลังจากที่ลุงผิดหวังจากเปิ้ล แม่ของน้องปลา ลุงเสียใจมาก ก็เลยสัญญากับตัวเองว่าจะไม่รักผู้หญิงคนไหนอีก ทุกทำแต่งาน ทำทุกอย่างเพื่อให้ลืมความผิดหวังครั้งนั้น จนกระทั่งลุงได้เจอกับหนูปลา ทุกอย่างก็เปลี่ยน”
“หนูไม่อยากให้ลุงคิดว่าหนูเป็นตัวแทนของแม่…” สาวน้อยสารภาพ “หนูอยากให้ลุงรักหนูในฐานะน้องปลา ปวีณา ไม่ใช่แม่ของหนู เปิ้ล ปิยะวรรณ จะได้ไหมคะ?”
หนุ่มใหญ่รู้สึกแน่นในอกเหลือเกิน มันช่างเป็นช่วงโมงที่แสนหวานแต่กลับแฝงไปด้วยความเจ็บปวด หากหญิงสาวตรงหน้าเป็นคนอื่นคนไกล คนอย่างเจนรบคงไม่ลังเล เพียงแต่หญิงสาวตรงหน้าก็คือปวีณา ลูกสาวของภาคภูมิและปิยะวรรณที่ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนของตน
 
“ในสายตาลุง หนูอาจจะยังเด็กไป” ปวีณาจ้องหน้าเจนรบ “แต่สำหรับหนู หนูคิดว่าหนูโตพอที่จะรักใครสักคนแล้ว ลุงจอมรู้ไหมคะ ว่าหนูน่ะแอบชอบลุงมาตั้งนานแล้ว หนูรู้นะ ว่าลุงน่ะเคยมากดไลค์รูปในเฟสของหนู”
“ตายแล้ว…ความลับของลุงแตกซะแล้วซิ” ลุงจอมยิ้มเขินด้วยความอาย ที่สาวน้อยรับรู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นก่อนหน้า
“นะคะลุง…” ปวีณาออดอ้อนหนุ่มใหญ่ สาวน้อยโน้มศีรษะซบลงที่ซอกคอของทนายเจนรบ “หนูรักลุง หนูมั่นใจแล้วว่าหนูคิดกับลุงแบบนี้จริง ๆ ลุงคงไม่รังเกียจหนูใช้ไหมคะ?”
“ไม่เลยจ๊ะ….” เจนรบตอบ
กลิ่นกายสาวน้อยช่างหอมหวาน บรรยากาศในช่วงหัวค่ำก็แสนเป็นใจ แถมบ้างหลังนี้ก็ไม่มีใครอยู่นอกจากเจนรบ เส้นด้ายศีลธรรมที่ค้ำคอทนายความผู้รักความยุติธรรมใกล้จะขาดผึ่งลงทุกที
สุดท้าย เจนรบนึกไอเดียบางอย่างออก ในเมื่อเขาและสาวน้อยไม่อาจต่อสู้กับไฟเสน่หาที่ลุกโชนครั้งนี้ได้ แต่อย่างน้อยที่สุด สุภาพบุรุษลูกผู้ชายอย่างเจนรบ จะพยายามทำทุกอย่างให้เจ้าหญิงตัวน้อยอย่างน้องปลาแปดเปื้อนมลทินน้อยที่สุด
เจนรบอุ้มเด็กสาวขึ้นชั้นสอง ปวีณาหลับตาพริ้ม หัวใจของเธอเต้นแรง ใบหน้าของเธอแดงก่ำ เมื่อรู้ว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่อึดใจ
จะไม่มีการสอดใส่ใด ๆ เกิดขึ้น เจนรบคิด เขาตั้งใจว่าจะสวมถุงยางแล้วทำแค่เพียงถูไถกับเกล็ดปลาตัวน้อยตัวนี้จากภายนอกเท่านั้น จะไม่ล่วงเกินเข้าไปภายในโดยเด็ดขาด จนกว่าจะถึงเวลาอันเหมาะสม หรือไม่ก็ เพื่อให้คนที่คู่ควรที่จะได้พรากสมบัติที่แสนหวงของน้องปลาในอนาคต
เนื้อหาถูกซ่อนเอาไว้ คุณต้องตอบกระทู้นี้ก่อน