ณ ลานกว้างหน้าอาคารเรียนในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง
ใกล้ถึงเวลาเริ่มเรียนแล้ว กลุ่มนักศึกษาชายหญิงเดินไปเดินมาขวักไขว่ บ้างก็เดินดุ่ม ๆ เร่งรีบเพื่อไปให้ถึงห้องเรียนเป้าหมายให้เร็วที่สุด บ้างก็เดินเป็นกลุ่มพูดคุยกันไปอย่างออกรสออกชาติ บ้างก็หยุดโบกมือทักทายคนรู้จักที่บังเอิญผ่านมาให้เห็น ท่ามกลางบรรยากาศอันสับสนวุ่นวายนั้น บนม้านั่งหินยาวที่เรียงรายอยู่กลางสวน มีนักศึกษาหญิงสามคนในชุดเสื้อขาวกระโปรงจีบยาวนั่งพูดคุยกันกระหนุงกระหนิงอยู่ สาวตัวสูงผิวสีน้ำผึ้งที่นั่งอยู่คนซ้ายสุดนั้นดูสวยเฉี่ยว เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ สวมใส่เสื้อที่เห็นได้ชัดอยู่ว่าคับกว่าเพื่อนทั้งสองคนอยู่พอสมควร ขับเน้นให้เห็นถึงทรวดทรงที่ได้รูป ขณะที่เพื่อนอีกคนที่นั่งอยู่ทางขวานั้นตัวเตี้ยเล็กผอมบาง จนหลายคนขนานนามเป็นหมากระเป๋าประจำคณะ แต่ก็มีใบหน้าสวยจิ้มลิ้ม น่ารักน่าทะนุถนอมไปอีกแบบ แต่แม่สาวคนกลางนี่สิ ที่ทำให้ความคมเฉี่ยว และความจิ้มลิ้มของเพื่อนทั้งสองข้างจืดจางไปในฉับพลันด้วยใบหน้าอันงดงามเฉิดฉาย เปล่งปลั่งไปด้วยความสง่างาม ที่แม้แต่ใบหน้าที่บึ้งตึงก็ไม่อาจจะลบเลือนไปได้ นักศึกษาชายหลายคนที่เร่งรีบเดินผ่านถึงกับเหลียวหลังมามอง เมื่อได้เห็นสาวงามที่นั่งอยู่บนม้าหินนั้น
“จะเริ่มเรียนแล้วนะเจ๊” สาวหน้าคมก้มมองนาฬิกาสีแดงเรือนบางบนข้อมือ ก่อนหันไปบอกเพื่อนคนสวย “เข้าห้องเหอะ เดี๋ยวไปเข้าเรียนไม่ทัน”
“ไปก่อนเลยก็ได้เบล” สาวคนงามที่เพื่อนเรียกว่าเจ๊หันไปตอบสาวหน้าคม “เราต้องรอเจอพี่เก่งก่อน”
“แหมมมมมมมมม” สาวตัวเล็กลางเสียงยาว พลางเอาหน้าจิ้มไหล่เพื่อน “เจ๊นี่จ้องจะสวีทแต่เช้าเลยนะ”
สาวสวยหันไปจ้องหน้ายัยหมากระเป๋าด้วยหน้าที่บึ้งตึงจนสาวตัวเล็กเขยิบหนี “อะไรเนี่ยแตงโม เราบอกหลายครั้งแล้วนะ ว่าเราไม่ได้คบกับพี่เก่ง ที่คุยกันนี่ก็ไม่ใช่เรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ เลย”
“แล้วเรื่องอะไรล่ะ” เบลถาม “เราเป็นเพื่อนเจ๊นะ มีอะไรก็บอกกันบ้างเถอะ”
“ขอโทษนะเบล แต่เรื่องนี้เราบอกไม่ได้จริง ๆ” เจ๊ส่ายหน้า “แตงโมกับเบลขึ้นเรียนเถอะ เดี๋ยวเราตามไป”
“ก็ได้.... นั่น พี่เก่งมานั่นแล้ว” เบลเหวี่ยงกระเป๋าถือขึ้นบ่า แต่ก็ชะงักและชี้ไปในฝูงชนที่เดินกันขวักไขว่
“น้องข้าวหอม!” นักศึกษาหนุ่มร่างสูงผอมโบกมือพลางเรียกหาสาวสวย เธอลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามเขาไปทั้งคู่เดินหลบเข้าไปในซอกตึกที่ลับตาคน
“โมคิดว่าเจ๊กับพี่เก่งไปคุยกันเรื่องอะไรอ่ะ” เบลถาม
“ไม่รู้สิ” แตงโมยักไหล่ “ไปแอบฟังกันไหม”
แต่ทั้งสองยังไม่ทันได้ขยับไปไหน ข้าวหอมก็วิ่งเหยาะ ๆ ออกจากซอกตึกกลับมาด้วยใบหน้าที่เครียดยิ่งกว่าเดิม
“ป่ะ ขึ้นเรียน” เบลพูดทันทีที่ข้าวหอมกลับมาถึง และลากเพื่อนทั้งสองเข้าตึกเรียนไป
“เบล” ข้าวหอมพูดเบา ๆ ขณะที่ทั้งสามกำลังเดินขึ้นบันได “เย็นนี้เราไปงานวันเกิดเบลไม่ได้แล้วนะ”
“อ้าว ทำไมล่ะ!”
“เราต้องไปธุระกับพี่เก่ง อีกแล้ว”
“ธุระอะไร”
“เบลก็รู้อยู่ ถามไปเจ๊ก็ไม่ตอบ จะถามทำไม” แตงโมว่า
เบลทำหน้าย่นด้วยความไม่พอใจ “ปีที่แล้วเจ๊ก็ไม่ได้ไปงานวันเกิดเค้าทีแล้วนะ แล้วพอเจ๊ไม่ไป แตงโมก็พลอยไม่ไปด้วย”
“โทษที เบล” แตงโมว่า “แต่เรากลัวพี่บอยอ่ะ เราว่าเขาชอบมองเราแปลก ๆ ถ้าไม่มีเจ๊ไปด้วยเราไม่กล้าจริง ๆ”
เบลย่นจมูก “พี่บอยเขาเป็นคนดีจะตาย เป็นสุภาพบุรุษด้วย เขาจะไปทำอะไรแก”
ทั้งสามมาถึงห้องเรียนพอดี จึงไม่ได้พูดคุยอะไรกันอีก ต่างเข้าไปจับจองหาที่นั่ง ข้าวหอมหยิบเอาสมุดหนังสือออกมาเปิดแล้วอ่าน จด ตามที่อาจารย์สอนหน้าห้องอย่างตั้งใจ โดยไม่ได้เงยหันซ้ายหันขวาหรือมองใครแม้แต่สักครั้งเดียว ขณะที่แตงโมกับเบลก็จดบ้าง คุยกันบ้างไปตามประสา
เมื่อถึงเวลาพักเที่ยง เลิกเรียน สาวสวยทั้งสามยังคงรีรออยู่ในห้องเลคเชอร์อยู่พักหนึ่ง
“อ่ะ นี่ เบล” ข้าวหอมหยิบกล่องของขวัญสีชมพูน่ารักที่ห่ออย่างทะนุถนอมยื่นให้เบล “เราขอโทษจริง ๆ นะ ที่ไปไม่ได้ จริง ๆ เราตั้งใจจะไปให้เบลในงานแหละ”
“ขอบคุณเจ๊” เบลว่า “จริง ๆ เค้าก็เกือบชินแล้วแหละ ที่อยู่ ๆ เจ๊จะมาติดงานอะไรกะทันหัน ตอนม.6 เจ๊หายไปแบบนี้ตั้งหลายครั้ง ครูเค้าเคยต้องไปตามเลยด้วยซ้ำ อดได้เป็นนักเรียนดีเด่นเลย”
“อ่ะ เบล” แตงโมเอากล่องของขวัญของตนให้เบลบ้าง กล่องของแตงโมนั้นใหญ่กว่าของข้าวหอมเล็กน้อย แต่หีบห่อและโบว์ใหญ่ที่ผูกรอบนั้นไม่ประณีตเท่า “สุขสันต์วันเกิดนะเบล ขอโทษด้วยที่ไม่ไปงานนะ”
“อืม ไม่เป็นไรหรอก เค้าคงฉลองกับพี่บอยสองคนแบบปีที่แล้วน่ะแหละ”
“แหมมมมมม” แตงโมลากเสียง “ปีนี้พี่บอยเค้าอาจเจาะไข่แดงแกจริง ๆ ก็ได้นะ”
ข้าวหอมหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุก ขณะที่เบลตีแขนแตงโม “พูดอะไรบ้า ๆ แตงโมเนี่ย พี่เค้าไม่ทำอะไรเราหรอก”
“แต่เราว่าเขาดูไม่ค่อยน่าไว้ใจเลยนะเบล” ข้าวหอมพูดเบา ๆ “ตอนไปกินเลี้ยงด้วยกันที่วันเกิดแตงโมเราว่าเขาดูลับ ๆล่อ ๆ ยังไงพิกล”
“นั่นดิ” แตงโมพยักหน้า “ถึงจะเป็นแฟนกัน แต่เบลก็อย่าปล่อยให้พี่บอยทำอะไรเสีย ๆ หาย ๆ นะ เราเป็นลูกผู้หญิง ต้องรักนวลสงวนตัว เนอะเจ๊เนอะ”
“อืม” ข้าวหอมพยักหน้า
“อือ” เบลพยักหน้าอีกคน ก่อนที่ทั้งสามจะเก็บข้าวของ ลงไปที่โรงอาหาร