สวัสดีครับผมชื่อโทนครับปัจจุบันอายุสี่สิบสามภรรยาอยุน้อยกว่าปีครึ่งเราแต่งงานมาเกินยี่สิบปีแล้วล่ะครับคือพอผมเรียนมหาวิทยาลัยจบได้ปีกว่าๆเราก็แต่งงานกันเลย ผมกับภรรยาเป็นเพื่อนกันตั้งแต่ชั้นมัธยมซึ่งตอนเรียนก็ไม่ได้เป็นแฟนกันนะครับแต่ก็สนิทสนมกันเป็นเพื่อนไปไหนมาไหนด้วยกันคุยปรึกษากันแบบเปิดออกได้ วันที่เราเรียนจบมัธยมปลายเธอบอกกับผมว่าเธอจะยอมทุกอย่างให้กับใครก็ได้ที่สามารถพาเธอออกไปจากบ้านหรือไปอยู่ที่อื่นคงเพราะเป็นเพื่อนสนิทกันมานานผมก็พอรู้ปัญหาทางบ้านของเธอบ้าง พ่อกับแม่ของเธอเลิกกันโดยแม่เป็นฝ่ายออกจากบ้านไปคนเดียวในเช้าวันหนึ่งไม่แม้แต่จะบอกลาเธอหลังจากนั้นพ่อก็มีภรรยาใหม่และมีลูกสาวกับครอบครัวใหม่ ทุกบาททุกสตางค์ต้องถูกจำกัดไว้ให้น้องภรรยาผมจึงไม่ได้รับการสนับสนุนให้เรียนต่อในชั้นมหาวิทยาลัยแต่จุดที่เธอน้อยใจพ่อจนแทบจะทนอยู่ต่อไปไม่ไหวคือพ่อขอให้เมื่อเรียนจบแล้วไปช่วยเป็นแรงงานในกิจการร้านอาหารของแม่เลี้ยงที่เปิดขายอาหารตามสั่งมาได้สักสองปี
ตอนนั้นผมรู้ว่าเธอหมายความถึงใครสักคนที่จะพาหนีหายไปในเช้าวันหนึ่งคล้ายกับที่แม่ทำกับเธอแต่ผมขอให้เธอรอจนผมเรียนจบให้พ่อกับแม่ของผมอีกสี่ปีแล้วผมจะเป็นคนพาเธอไปเองโดยจะไปอย่างให้พ่อของเธอรับรู้ด้วยเพราะไม่ชอบที่จะให้ปมแบบนี้ฝังลึกสืบต่อกันไปจึงขอคบเธอเป็นแฟนซึ่งจริงๆก็ไม่ได้มาจากความสงสารอย่างเดียวแต่เพราะภรรยาผมตอนนั้นน่ารักและน่าเอามากครับถึงแม้จะสนิทสนมเล่นหัวกันแค่ไหนแต่สายตาผมก็อดไม่ไหวจะคอยซุกซนสอดส่องดูนมดูก้นแอบมองเรือนร่างของเธอในอริยาบทต่างๆอยู่เสมอ ด้วยข้อตกลงนี้ภรรยาผมจึงต้องทนทำงานเป็นแรงงานในครัวร้านอาหารของแม่เลี้ยงถึงห้าปีกว่าๆผมจึงพาเธอออกมาได้โดยมีสินสอดทองหมั้นที่พ่อกับแม่ผมเตรียมไว้ให้ด้วยเพราะประทับใจในอุปนิสัยกิริยามารยาทและที่สำคัญคือฝีมือการทำอาหารของว่าที่ลูกสะใภ้คนงามมากถึงแม้ว่าอาจเร็วไปสักหน่อยเพราะผมเพิ่งเรียนจบทำงานได้ไม่ถึงปี ส่วนผมหลังจากวันนั้นที่ขอเธอเป็นแฟนอีกไม่เกินอาทิตย์เราก็ได้เป็นแฟนกันจริงๆทั้งตัวและหัวใจครับคงเพราะกลุ่มเพื่อนของเราก็ไม่ใช่จะเรียบร้อยอะไรนักหนาครับเรื่องทะลึ่งหรือเรื่องเพศสัมพันธ์นี่คุยกันล้อกันเล่นสารพัดพอได้มาเป็นแฟนกันมันก็เหมือนภูเขาไฟวัยรุ่นที่กรุ่นๆอยู่แล้วระเบิดตู้มขึ้นมาเลยครับทุกครั้งที่ผมว่างเว้นจากเรียนก็จะรีบกลับบ้านเพื่อหาโอกาสหาสถานที่แอบเหนี่ยวกันมาตลอดแบบกองฟางกลางทุ่งอะไรก็เคยนะตามแต่ฟ้าดินจะอำนวยเพราะก็ยังต้องแอบๆกันอยู่
ผมขยันเรียนมากครับเพราะสงสารภรรยาที่ต้องทนทำงานในครัวเพื่อรอวันที่ผมเรียนจบด้วยผลการเรียนที่จัดว่าดีถึงขั้นเกียรตินิยมซึ่งอยากจะบอกว่าแรงขับดันของผมก็ไม่ใช่อะไรครับคือเรื่องเซ็กซ์กับภรรยาล้วนๆเพราะเธอเคยบอกว่าเธอกลัวสาวๆกรุงเทพที่ผมเจอจะทำให้ผมเปลี่ยนใจคงอยากจะมัดผมไว้ให้แน่นหนาด้วยรสชาติของแรงกำหนัดซึ่งผมชอบมากๆครับยิ่งเราต่างอยู่ในช่วงวัยรุ่นยิ่งเสริมแรงบวกอีกทั้งเป็นเพื่อนรู้เช่นเห็นชาติกันมาหลายปีโดดเรียนสูบบุหรี่เรื่องแบบนี้เลยไม่ต้องมีใครห้ามใคร ด้วยผลการเรียนที่ดีผมจึงได้ทำงานที่ค่าตอบแทนจัดว่าสูงสำหรับนักศึกษาจบใหม่ หลังจากผ่านทดลองงานแล้วผมก็รับว่าที่ภรรยาในตอนนั้นขึ้นมาเที่ยวดูโน่นดูนี่ด้วยกันบ่อยๆที่สำคัญคือดูบ้านเล็กๆของเราสักหลัง เราเคยมีอะไรกันในบ้านตัวอย่างด้วยนะตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาเราทะเลาะกันน้อยครั้งมากครับอาจเพราะไม่มีลูกด้วยความรู้สึกแบบเพื่อนกันก็ยังคงอยู่บ่อยครั้งที่เพื่อนสมัยมัธยมมาค้างเมื่อเข้ากรุงเทพเราก็เฮฮากันกับเรื่องเก่าๆและเรื่องใหม่ๆของชีวิตแต่ละคน
เกริ่นมาเสียยาวก็เพราะอยากจะเล่าสักเรื่องตอบแทนคืนบอร์ดบ้างครับหลังจากที่ติดตามอ่านเรื่องราวต่างๆมาได้สักพักแล้ว ผมกับภรรยาเราอยู่ด้วยกันก็เรียกได้ว่ามีความสุขกันตามอัตภาพครับอาจด้วยหน้าที่การงานและค่าตอบแทนของผมจัดว่าพออยู่ได้สองคนสบายๆหลวมๆไม่ต้องคับที่คับทางมากนัก ส่วนทางบ้านของภรรยาก็พอทราบข่าวบ้างว่ามีโรงงานมาขอซื้อที่สวนและบ้านได้เงินมามากมายโขอยู่พากันย้ายเข้ามาอยู่ในตัวจังหวัดภรรยาผมหลังจากที่ออกมาแล้วก็เหมือนตัดขาดไม่ได้กลับไปยุ่งอะไรอีกอาจมีโทรคุยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกับพ่อเขาบ้างเท่านั้น แต่แม่เลี้ยงของภรรยาอยู่ใช้เงินได้ไม่นานก็ป่วยตายทิ้งลูกสาวเอาไว้ ผมจำเด็กสาวสองคนได้เพราะเจอในงานผูกข้อไม้ข้อมือผมกับภรรยาแต่ก็นานเต็มทีและไม่เคยเจอกันเลยจนกระทั่งกลับไปงานศพของเแม่เลี้ยงเด็กสาวสองคนนั้นกลายเป็นเด็กโตแล้วก็มีเจ้าตัวเล็กผมเปียหน้าตาน่ารักซึ่งคงทิ้งช่วงห่างจากพี่ๆสักห้าหกปีได้
หลังจากงานศพบ้านของเราก็เลยได้ต้อนรับจ้อกับแจงน้องสาวคนละแม่ของภรรยาผมมาอยู่ด้วยกันในช่วงที่พ่อของภรรยาผมฝากให้อยู่ด้วยในช่วงเข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยส่วนคนที่สุดท้องผมไม่เคยเจอชื่อจูนอยู่กับพ่อที่ต่างจังหวัดแต่ภรรยาผมก็มีแผนที่จะเอาเธอมาอยู่ด้วยกันหลังจากที่แจงเรียนจบในปีนี้ตามจ้อที่เรียนจบกลับไปอยู่บ้านกับพ่อก่อนหน้านี้แล้ว ภรรยาผมคุยกับจ้ออยู่บ่อยๆผมสังเกตุว่าเธอรักจ้อกับแจงอยู่พอสมควรอาจเพราะรูปร่างหน้าตาชวนมองเพราะพ่อของภรรยาผมในอดีตคงจะทั้งหล่อทั้งสูงและกิริยานิสัยใจคอของจ้อกับแจงก็เรียบร้อยน่ารักช่วยเหลืองานบ้านและผลการเรียนก็ดีด้วยจริงๆภรรยาผมถึงจะเรียนแค่ม.หกแต่ในชีวิตจริงผมสังเกตุว่าเธอก็เป็นคนเก่งและฉลาดคนหนึ่งทั้งเรื่องภายในบ้านวิธีที่เธอจัดการกับผมหรือวิธีเลี้ยงน้องสาวทั้งสองคนของเธอ
ช่วงวันหยุดยาวจำได้ว่าน่าจะสงกรานต์ภรรยาผมกับน้องแจงขับรถกลับไปบ้านส่วนผมขออยู่กรุงเทพเฝ้าบ้านเพราะขี้เกียจขับรถและถึงจะกลับไปด้วยพ่อแม่ผมก็ไปเที่ยวภาคเหนือไม่ได้เจอกันอยู่ดีซึ่งภรรยาผมก็ยืนยันว่าเธอขับไปกันเองกับน้องแจงได้ ผมนอนอยู่บ้านวันเดียวก็เบื่อแล้วครับช่วงเย็นของอีกวันนึกผมตั้งใจออกมาขี่มอร์เตอร์ไซค์บนถนนว่างโล่งของกรุงเทพหาอะไรนั่งกินดูคนสาดน้ำกันเล่นๆขี่วนๆมาใกล้คอนโดเก่าห้องที่เคยอยู่สมัยเข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยแถวซอยรางน้ำซึ่งหลังจากเรียนจบพ่อกับแม่ก็ขอซื้อต่อจากเจ้าของเดิมที่ปกติก็ให้ผมเช่าแบบทิ้งๆขว้างๆมาเก็บค่าเช่าบ้างไม่มาเก็บบ้างไว้เป็นที่พักเวลามากรุงเทพเพราะบ้านที่ผมอยู่ตอนนั้นจ้อกับแจงพี่สาวของจูนมาอยู่ด้วยกันแล้ว ก่อนหน้านั้นน้องๆของภรรยาก็คยมาพักที่ห้องนี้กันบ่อยๆเวลามาติวมาสอบทำธุระเที่ยวกรุงเทพตั้งแต่ก่อนที่จะเข้ามหาวิทยาลัยผมไม่เคยหวงห้องครับแต่ขอแค่ให้โทรมาบอกก่อนและมาเอากุญแจที่ผมเพราะบางช่วงเคยมีคนญี่ปุ่นเจ้าประจำมาขอเช่าครั้งละเดือนสองเดือนเดี๋ยวจะชนกันแต่ช่วงสงกรานต์แบบนี้ไม่มีใครพักเลยคิดว่าคืนนี้จะนอนเล่นที่นี่แก้เบื่อสักคืนจึงแวะซื้อพวกอุปกรณ์ทำความสะอาดกับเสบียงเครื่องดื่มสำหรับฉลองคนเดียวติดไม้ติดมือด้วยนิดหน่อย
ผมทำความสะอาดเปิดเพลงฟังดื่มเบียร์เคล้าแสงสุดท้ายของวันสาดส่องลอดระหว่างช่องของตึกคอนโดสองตึกที่เพิ่งสร้างขึ้นมาในภายหลัง เช็ดถูไปด้วยดื่มไปด้วยจนเบียร์หมดไปหนึ่งแพ็คสามขวดตอนนั้นน่าจะสองทุ่มกว่าๆได้หลังจากทำความสะอาดพื้นและเตียงนอนเก็บผ้าปูชุดเก่าออกแล้วเปิดตู้เก็บเสื้อผ้าเพื่อจะเอาผ้าปูที่นอนชุดใหม่ก็สะดุดตากับกระเป๋าเดินทางใบย่อมๆแบบที่มีสายสะพายปักตัวอักษรภาษาจีนและภาษาอังกฤษเข้าใจได้ว่าน่าจะเป็นของแจกจากพวกบริษัททัวร์เปิดดูข้างในมีเสื้อผ้าและอุปกรณ์ของใช้ของผู้หญิงทั้งที่ดูเหมือนผ่านการใช้งานแล้วและที่ยังพับอยู่เรียบร้อย พยายามนึกอยู่นานว่าเป็นของใครลืมไว้คนที่มาพักห้องนี้ล่าสุดก็น่าจะเมื่อสักเกือบเดือนมาแล้วหัวหน้าผมเค้าเคยขอกุญแจห้องให้ภรรยาลับๆซึ่งเท่าที่รู้ยังเป็นเด็กนักศึกษาในต่างจังหวัดมาพักอยู่สองสามคืนสงสัยอาจมีเหตุให้ต้องรีบไปจนลืมกระเป๋าใบนี้เอาไว้ในฐานะเจ้าของห้องผมก็ถือสิทธิ์ขอรื้อค้นดูว่ามีอะไรอยู่ในกระเป๋าบ้างเผื่อจะมีสิ่งผิดกฏหมายจะได้ไม่สายเกินการ ผมดื่มเบียร์ที่เพิ่งฉีกออกมาจากแพ็คใหม่ทีเดียวหมดแก้วแบบคนกระหายน้ำเพิ่งเดินผ่านทะเลทรายมา สิ่งแรกที่หวังว่าจะมีแล้วก็สมหวังครับนั่นคือชุดชั้นในซึ่งแอบเอาไว้ล่างสุดมีแบบที่ใช้แล้วแยกใส่ถุงตาข่ายไว้ต่างหาก ผมหยิบกางเกงในเสื้อชั้นในตัวน้อยออกมาพลิกดูสีสันเนื้อผ้าจินตนาการหุ่นทรงน้องนักศึกษาที่หัวหน้าผมรับผิดชอบค่าเทอมนึกหน้าตาว่าคงจะน่ารักและมั่นใจเรือนร่างของตัวเองพอสมควรสังเกตุจากกางเกงยีนส์ขาสั้นเสมอหูแบบเดียวกันมีถึงสามตัว รื้อไปค้นไปจนหมดเบียร์สองแพ็คที่ซื้อมารู้สึกปวดท้องนิดๆก็เลยเก็บขวดและพวกถุงต่างเดินออกไปทิ้งในปล่องทิ้งขยะกลับเข้ามาเก็บรวบๆของที่รื้อใส่ประเป๋าเข้าตู้ไว้อย่างเดิมแต่แยกถุงตาข่ายชุดชั้นในที่ใส่แล้วอดใจกะว่าจะเอาไปพิจารณาดูในห้องน้ำตอนขี้แล้วก็จะว่าวฉลองเมียไม่อยู่กับชุดชั้นในใช้แล้วของน้องเมียน้อยนักศึกษาในจินตนาการสักรอบ
ตอนนั้นน่าจะประมาณห้าทุ่มผมชักว่าวอาบน้ำทำธุระส่วนตัวเรียบร้อยใส่เสื้อผ้าเสร็จกำลังจะเปิดประตูห้องน้ำออกมาก็ต้องรีบยั้งมือตกใจแทบสิ้นสติเพราะได้ยินเสียงเปิดประตูเหล็กชั้นนอกและประตูไม้ตามลำลับจับเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาน่าจะสองคน ผมมือไม้สั่นไปหมดตกใจที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้การมาแอบอยู่ในห้องน้ำแบบนี้การเป็นเจ้าของห้องนั้นอาจพออ้างได้แต่ชุดชั้นในใข้แล้วสองชุดที่ผมติดมือมาชักว่าวคงทำให้ไม่สามารถแก้ตัวอะไรได้เลย
"เฮ้ย.. เราลืมเปิดแอร์ไว้เหรอวะ" เสียงผู้ชายวัยรุ่นผมยิ่งสงสัยหนักว่าข้างนอกคือใครหรือมีคนมาพักช่วงสงกรานต์แล้วผมจำไม่ได้แล้วกุญแจล่ะทำไมเข้าห้องได้คิดวนไปวนมานึกไปออกแต่ก็เตรียมใจไว้แล้วประมาณนึง
"กูเมาแล้วว่ะมึงกลับเหอะ" เสียงผู้หญิงคุ้นๆแต่ก็นึกไม่ออกเพราะฟังยานคางสำเนียงเหมือนจะเมามายพอสมควร
"กลับไรวะขอกูอยู่อีกคืนไม่ได้เหรอ"
"ไ่ม่อาาววว มึงกลับไปเลยไป เมื่อคืนมึงก็อยู่ทั้งคืนแล้ว"
"นะ.. อีกคืนนะ นี่กูก็เมากูกลับไม่ไหวหรอก"
"ไม่ไหวเหี้ยอะไร.. ก็เพื่อนมึงจอดรถรออยู่ข้างล่างทั้งฝูงเลยไม่ใช่เหรอ"
"ไม่ได้รอ..หรอก ไม่รู้มันดิ เนี่ย..ถุงก็ยังเหลืออีกอันนึง"
"อีเก๋มันบอกกูว่ามึงบอกเค้าทั่วเลยว่าเมื่อคืนมึงได้เย็ดกูแล้ว"
"ก็มันจริงนี่หว่า กูหวงอ่ะกูก็บอกดิไอ้เหี้ยบอสแม่งจะได้เลิกยุ่งกับมึกซักที"
"มันไม่ใช่เพราะไอ้บอสหรอกกูรู้ แล้วถุงมึงเหลืออันเดียวเพื่อนมึงหมดนั่นจะใช้พอเหรอวะ"
"เพื่อนกูอะไร มึงก็ไปเชื่ออีเก๋มัน.. แม่งเกลียดกูแม่งก็ใส่ไฟ"
"มึงเสียบอลมึงก็หาเงินไปใช้เค้าดิวะนี่มึงชวนกูมาถึงกรุงเทพเพื่อให้มันมาเอาแฟนมึงใช้หนี้..กูถามจริงต้อม..มึงไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอวะ"
"อารายย!! ใช้หนี้อะไร โว้ว!! มึงฟังใครมาเนี่ย"
"พี่โอ๊บบอกกูเอง พ่อมึงอ่ะ เค้าสั่งอะไรมึงก็ทำไม่ใช่เหรอ น่ะ..เค้าบอกกู เค้าให้กูระวังมึง ควย!!"
"ควย!! ไอ้พี่โอ๊บแม่งก็กะจะเอามึง มึงก็ไปเชื่อ"
"ให้กูเลือกเชื่อกูเลือกเชื่อพี่โอ๊บว่ะ ต้อม..มึงกับกูเลิกกันดีกว่าอย่าให้กูต้องเรียกตำรวจจับมึงเลยว่ะ"
"ตำรวจเกี่ยวอะไรว่ะ!! ควย เลิกเหี้ยอะไรของมึงเมื่อคืนกูยังเย็ดมึงอยู่เลย ควย!!"
"มึงไม่ต้องเสียงดัง ควย.. กูเมาเหี้ยๆเนี่ย"
"ก็มึงเมาไง ควย เลิกอะไร ไป นอนเหอะ เดี๋ยวกูอยู่ด้วย"
ผมฟังสองคนเถียงกันนึกเสียงคุ้นๆของผู้หญิงไม่ออกเพราะฟังไม่ค่อยได้ศัพท์ต้องคอยเดาช่วยแต่พอนึกถึงเรื่องที่ตัวเองต้องมาติดอยู่ในห้องน้ำแบบนี้ก็จัดว่าจนตรอกพอตัวอยู่แล้วตัดสินใจค่อยๆกดล็อคประตูห้องน้ำให้เสียงเบาที่สุดระหว่างที่สองคนยังยืนเถียงกันที่หน้าห้อง ยังไงก็ซื้อเวลาเอาไว้ก่อนตอนนี้คิดได้แค่นี้
"เอางี้!! ไอ้ต้อม ไอ้เหี้ย..พูดไม่รู้เรื่อง มึงไปบอกเพื่อนมึงว่าใครไม่มีถุงไม่ใส่ถุงกูไม่ให้เอา มึงด้วย!! เอามานี่เลยไหนที่เหลืออีกอันอ่ะ เอามา!! เออ มาให้หมดรถกระบะมอไซค์เลยเมื่อกี๊อ่ะไอ้สัสใครไม่ใส่ถุงกูไม่ให้เย็ด แล้วพรุ่งนี้นะกูจะไปแจ้งตำรวจใครเย็ดกูกูจะลากคอแม่งเข้าคุกให้หมดเลยเย็ดแม่มึงด้วยไอ้สัสต้อมเย็ดแม่ได้เอากูแค่ทีสองทีเรียกเพื่อนมาเอากูเลยเหรอ ถ้ามึงไม่อยากเข้าคุกมึงก็ต้องฆ่ากูแล้วมึงรู้ได้ไงเพื่อนมึงคนไหนจะไม่ฆ่ากู!! เอาดิ!! มาเลยเย็ดแม่เดี๋ยวกูนอนแหกหีรอเพื่อนมึงเลยไม่ล็อคประตูด้วย!!"
"เออ มึงเมาแล้ว ควย นอนเหอะ"
"มึงกลับไปเอาอีนั่นดิต้อม!! ที่มึงล้วงมันอยู่วันนี้อ่ะ"
"เมียใครวะ.. อ๋อ เมียไอ้ชิตอ่ะ"
"ควยเหี้ยอะไร ก็เต้นกันคนแม่งเยอะ"
"แล้วมันไม่ไปเต้นกับผัวมันอ่ะมาเต้นกับมึงทำเหี้ยอะไร ควย แทบจะเด้ากันกลางถนนอยู่แล้ว"
"แม่ง..ท่าเต้นเว่ย มึงหึงเหรอ"
"หึงเหี้ยอะไร!! ไม่หึงแล้ว มึงออกจากชีวิตกูไปเหอะแล้วต้อม!! พี่โอ๊บเค้าบอกกูเมียเค้าก็บอกกู"
"เออ เย็ดแม่ ไอ้สัส"
"แต่จริงๆที่พี้คสุดแม่งเมื่อกี๊เว่ยต้อม.. "
"อะไรอีกวะ!!"
"ก็ที่นั่งหลังกระบะกลับมาจากข้าวสารเนี่ย ลูบหีล้วงหีกูมาตลอดทางเลยนะ"
"อะไรวะ"
"นิ้วไอ้แว่นเพื่อนมึงอ่ะ ชักเข้าชักออกเพลินเลยนะ มึงก็รู้ไอ้ต้อม!!"
"เออ!! ไม่เงี่ยนเหรอเงี่ยนเดี๋ยวกูจัดให้ได้นะเว่ย"
"เงี่ยนดิ!! กูครางอ่ะมึงไม่ได้ยินเหรอตอนเพื่อนมึงแอบลูบหีแฟนมึงอ่ะ เนี่ยเดี๋ยวกูว่ากูจะอาบน้ำให้หอมๆแล้วก็จะเบ็ดไปนึกหน้าไอ้แว่นไปอ่ะ มึงไปตีกะหรี่เหอะ"
"ควย"
"ถ้าไม่อยากติดคุกก็บอกเพื่อนมึงไปตีกะหรี่นะต้อม"
"ควยเหอะ"!!"
เสียงปิดประตูแล้วจากนั้นก็มีแต่ความเงียบจนกระทั่งมีเสียงลูกบิดประตูห้องน้ำพยามจะเปิดเข้ามาผมยืนเกร็งนิ่งอยู่ข้างประตูมองย้อนบานเกล็ดถี่ยิบลงไปเห็นขาเรียวเล็กของผู้หญิงยืนอยู่หน้าประตูห้องน้ำ "อ้าวเหี้ย.. เสือกเผลอล็อคประตูอีกเยี่ยวจะแตก แล้วกุญแจอยู่ไหนวะเนี่ย" เสียงผู้หญิงพึมพำกับตัวเองเบาๆจากนั้นทุกอย่างก็เงียบและร้อนมากๆจนเหงื่อเปียกท่วมตัวและเสื้อผ้า มีเสียงเดินไปเดินมาสลับกับรื้อค้นเทของลงกับพื้นแล้วก็เงียบอีกบางช่วงกุญแจลูกบิดก็ถูกลองไขเสียงพวงกุญแจกระทบกันจนมีดอกหนึ่งที่เสียงดังกอกแก็กเหมือนจะไขได้ผมแนบตัวกับกำแพงหลังประตูพอดีอยากจะร้องไห้ตอนที่เธอดันประตูห้องน้ำเปิดแต่ก็เหมือนจะแค่ลองว่าเปิดได้เพราะไม่เห็นเข้ามา
รู้สึกได้ว่าวินาทีสุดท้ายกำลังใกล้เข้ามาเต็มทีบวกกับความร้อนภายในห้องน้ำผมใช้ความคิดตัดสินใจสุดท้ายยังไงก็ห้องของตัวเองถอดเสื้อผ้าของตัวเองจนหมดยืนหัวใจเต้นเร็วแรงจนรู้สึกเหมือนจะหลุดออกมากำท่อนเนื้อที่มันผงาดขึ้นเป็นลำรอด้วยความตื่นเต้น ไม่กี่อึดใจหญิงสาวปริศนาก็เดินแก้ผ้าเข้ามาเห็นแผ่นหลังขาวผมยาวถูกมวยเก็บไว้เห็นต้นคอขาว ผมกลั้นหายใจรีบเข้าประชิดล็อคตัวหญิงสาวผอมบางจากด้านหลังทันทีไม่ให้เธอได้ทันตั้งตัวโอบรัดเธอไว้ทั้งสองแขนมือหนึ่งปิดปากคู้ตัวเก็บคอปิดบังใบหน้าตัวเองไว้กับแผ่นหลังของเธอไม่ให้เห็นผมสะท้อนจากกระจกเงา ตอนนี้หญิงสาวปริศนาที่มาแอบใช้ห้องเก่าในคอนโดของผมเป็นรังรักกับไอ้หนุ่มเด็กแวนซ์เมื่อคืนเปลือยกายดิ้นอยู่ในอ้อมกอดของผมจากทางด้านหลัง เธอดิ้นจนรู้ว่าสู้แรงไม่ไหวจึงสงบลงผมเงยหน้าแอบมองต้นคอของเธอ
"อื้อ.. อื้อ.. " เหมือนเธออยากจะพูดอะไรกับผมสักอย่าง
"คุณฟังผมให้ดีนะ โอเคมั๊ย.." ผมรับรู้อากัปกิริยาพนักหน้าของเธอ
"ผมเป็นเจ้าของห้องนี้ ผมไม่รู้ว่าคุณเป็นใครถึงมีกุญแจเข้ามาในห้องผมได้"
"อื้อ.. อื้อ.."
"คุณฟังให้ดีนะ ถ้าเรามีปัญหากันเช่น ถ้าผมปล่อยมือแล้วคุณร้องโวยวายหรือทำตัวมีปัญหาผมจะข่มขืนคุณ และผมจะทำมันอย่างโมโหและขาดสติโดยไม่สนเลยว่าวันพรุ่งนี้ผมจะต้องเข้าคุกตาราง ซึ่งผมคิดว่าคุณคงจะต้องเจ็บปวดมากบางทีอาจมากที่สุดตั้งแต่คุณเกิดมาด้วยซ้ำ" ผมรัดสาวน้อยผอมบางไว้ในอ้อมกอดให้แน่นยิ่งขึ้นมือที่กดครึ่งปากครึ่งจมูกไว้แน่นรู้สึกถึงน้ำตาอุ่นๆ "แต่ถ้าคุณให้โอกาสผมได้อธิบายให้ฟังว่ามันคือเรื่องบังเอิญไม่ใช่เรื่องอาชญากรรมอย่างที่คุณกำลังเข้าใจเราจะคุยกันดีๆและผมก็จะไปโดยไม่แตะต้องอะไรคุณเลย ผมจะกลับมาอีกทีในวันพรุ่งนี้เย็นๆซึ่งก็หวังว่าคุณจะไปแล้วเช่นกัน" ผมคลายแรงโอบรัดตัวเธอแสดงความเป็นมิตร
"อึ้ม.. อื้อ" เธอคงอยากพูดอะไรสักอย่าง ผมใช้น้ำหนักตัวกดร่างเธอลงกับเคาท์เตอร์อ่างล้างหน้าคลายมือที่รัดตัวเธอจับท่อนเนื้อของผมไปจ่อตรงเนินเนื้อบวมเป่งตำแหน่งที่คาดว่าเป็นปากถ้ำสมบัติลิเจีย "ถ้าผมปล่อยมือแล้วคุณร้องผมจะยัดควยเข้าไปเลยนะ มันคงจะเจ็บมากๆเลยในตอนแรกแต่อาจจะเสียวก็ได้นะถ้าคุณอยากจะลอง เพราะฉะนั้นถ้าจะไม่ต้องมีใครเจ็บตัวคุณเข้าใจนะว่าต้องใจเย็นๆ" ผมกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากปากคอแห้งผากค่อยๆคลายน้ำหนักมือที่กดลงบนใบหน้าเธอออกมากดหัวเธอให้ก้มไว้เพื่อจะได้ไม่เห็นหน้าผมในใจก็ลุ้นไปด้วย
"หนูปวดฉี่"
"ฉี่เลย" ผมรู้สึกถึงน้ำอุ่นๆฉีดแรงรดท่อนเนื้อแข็งปั๋งเป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาดมาก
"อาโทน.."
"ใครอ่ะ"
"จูน จูนเอง.."
"จูนเองน่ะจูนไหน"
"จูนน้องพี่อ้อยไง!!"
"จูนน้องอ้อยอะไร!! จูนน้องน้อยวันนี้เค้าอยู่สระบุรีกันพ่อเค้าไม่สบายจะมาอยู่นี่ได้ไง ไม่เชื่อหรอก" "จูนหนีมาเที่ยวสงกรานต์กรุงเทพกับเพื่อน อา!! จูนเจ็บ!! อ่างมันแข็ง" จริงๆผมจำได้ตั้งแต่เธอเรียกชื่อผมแล้วล่ะแต่ที่ทำฟอร์มถามต่อเพราะต้องการแค่ซื้อเวลาเนื่องจากไม่ทันนึกเตรียมแผนรับเหตุเฉพาะหน้าแบบนี้ไม่รู้ว่าจะยังไงดีเลยอิมโพรไวส์ไปมั่วๆก่อน
"เอ้า!!.. งั้นหันมา" ผมจับร่างผอมบางของน้องจูนนอนลงบนพื้นห้องน้ำที่ยังแห้งชันเข่าแยกขาส่วนผมก็คุกเข่าเอาปืนสั้นส่วนบุคคลจ่อไว้ที่เดิมตื่นเต้นจนลืมเจ็บหัวเข่าที่สัมผัสกับผิวกระเบื้องแข็งๆ
"อาก็ดูหน้าหนูสิ!! จำไม่ได้เหรอ!!"
"ชั้นสายตาสั้นนี่ ไม่ได้คอนแท็กด้วย" จริงๆตอนนี้ภาพโคกหีของเด็กสาวม.หกชัดเจนขนอุยบางๆเรียงลู่ตามกันสวยเนินนมนูนเป็นกะเปาะเล็กๆตามแบบฉบับสาวจอแบนหัวนมสีน้ำตาลไหม้คล้ายเม็ดลูกเกด ถึงหน้าอกหน้าใจของน้องสาวคนสุดท้องจะไม่สมส่วนเหมือนพวกพี่สาวแต่ที่เหมือนกันคือสูงยาวเข่าดียังไม่ทันเข้ามหาวิทยาลัยเลยก็สูงเกือบเท่าผมแล้วอัดข้าวอัดขนมเข้าไปอีกหน่อยคงจะสมส่วนน่ากอดกว่านี้
"แล้วเธอมีอะไรกับไอ้แฟนที่คุยกันอยู่เมื่อกี๊นานรึยัง"
"ไปคุยกันข้างนอกได้ไหมอาโทน"
"ตอบตรงนี้แหละ!!"
"ทำไมหนูต้องตอบอาโทนด้วยอ่ะพ่อหนูก็ไม่ใช่ ทำไม!!อาจะบอกพี่อ้อยเหรอ..บอกเล้ยย จะบอกพ่อเหรอ บอกเล้ยย"
"ถ้าเธอไมตอบชั้นดีๆชั้นก็จะเสียบเธออยู่นี่ไง เธอคิดว่าชั้นไม่กล้าเหรอ!! เธอจะฟ้องอ้อยเหรอฟ้องพ่อเธอเหรอ เอาเล้ยย บอกเล้ยย!!" ผมล้อเลียนสำเนียงไม่แคร์โลกของเธอรู้สึกหมั่นใส้กดท่อนเนื้อแข็งปั๋งมาตรฐานชายไทยลงไปแรงๆแล้วชักออกมา ตอนนั้นใจหายวาบเพราะไม่ได้ใส่ถุงยางแต่ก็ยังปลอบใจตัวเองว่าดูเหมือนจูนจะใส่ใจกับเรื่องการใส่ถุงยางอนามัยอยู่พอสมควรจากบทสนทนากับแฟนเก่า
"โอ้ย!! อาโทน!!" จูนดิ้นแต่ก็สู้แรงผมไม่ไหวอยู่ดี
"ยังไม่ได้ตอบเลย!! เอากันมานานรึยัง"
"เพิ่งเอากันเมื่อคืน.." จูนยอมตอบคำถามแต่โดยดีหลังจากรู้ว่าผมเอาจริง
"เด็กที่นี่เหรอ"
"เด็กลพบุรี รู้จักกันในเน็ต"
"เพิ่งรู้จักกันก็พากันมาเอากันแล้วเหรอ ไม่จริงมั้ง.." ผมชวนคุยไปเรื่อยสมองอีกซีกนึงก็หาทางลงอยู่ว่าจะจบเรื่องนี้ยังไงถึงจะดีไม่รู้ถึงหูเมียรักแสนดี
"มากันหลายคน"
"อ้าว แล้วคนอื่นอ่ะ"
"ก็มากันเป็นคู่ คู่ใครก็แยกกันไป" จูนทำหน้าแปลกๆคงเพราะรู้สึกที่ผมเอาหัวควยเขี่ยไปตามร่องเพราะตอนนี้มันแข็งจนปวดเหมือนจะระเบิด
"แล้วเธอเอากุญแจห้องมาจากไหน"
"คราวก่อนนั้นที่มานอนอ่ะก็ปั๊มกุญแจไว้" จูนสารภาพ
"แล้วเอากับใครคนแรก เพื่อนที่โรงเรียนเหรอ"
"โอ้ย..!! ถามอะไรมากมายวะรำคาญว่ะ!!"
"บอกแล้วไม่ให้โวยวายใช่มั๊ย!! ตกลงกันแล้วนะ!!" คราวนี้ผมจ้องตาเธอเขม็งเปลี่ยนบทลงโทษเป็นค่อยๆกดท่อนควยลงไปช้าๆ
"เอากับครู!! อาโทน!! อย่านะ!! จูนเจ็บ!! อาโทนน อื้ม!!... อื๊ออย อ๊อยย.." จูนรับบทลงโทษเป็นการที่ผมแช่ท่อนเนื้อเอาไปแบบนั้นอยากจะซอยให้ยับอยู่เหมือนกันแต่ก็ยังหาทางลงเรื่องเกรงใจเมียไม่ได้
ผมแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยนั่งมองสาวน้อยเก้ๆกังๆแต่งตัวให้ดูเป็นของหวานปิดท้ายรายการตามข้อตกลงในห้องน้ำก็คือผมจะออกไปโดยไม่รังแกอะไรเธอแต่ข้อตกลงต้องเปลี่ยนนิดหน่อยคือผมจะไปส่งจูนขึ้นรถเที่ยวแรกกลับสระบุรีทั้งที่ยังไม่สร่างนี่แหละ หยิบโทรศัพท์ดูมีสายเรียกเข้าจากภรรยาหลายครั้งจึงโทรกลับไปได้ความว่าหมอที่โรงพยาบาลคาดว่าอาการของพ่อภรรยาผมน่าจะไม่พ้นคืนนี้หรือไม่ก็พรุ่งนี้เพราะได้ทำการปลดสายพยุงชีพออกไปหลายอย่างเพื่อไม่ให้ต้องเจ็บปวดทรมาณในวาระสุดท้าย ภรรยาผมขอให้ผมรออยู่ที่บ้านถ้าเมื่อไหร่เธอติดต่อน้องสาวคนสุดท้องที่รู้แล้วว่าแอบหนีมาเที่ยวสงกรานต์ในกรุงเทพได้จะให้ผมไปรับขับมาสระบุรีทันที ผมเพยิดหน้าบอกให้จูนโทรกลับไปตามเบอร์ที่กระหน่ำโทรเข้าระหว่างที่ผมกับจูนยังยี่สิบคำถามกันอยู่ในห้องน้ำ
เรามาถึงโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดสระบุรีก็เริ่มมีแสงทองรำไรที่ขอบฟ้าแล้วเพราะจูนต้องซ้อนมอเตอร์ไซค์ผมกลับไปเอารถที่บ้าน ตอนเดินไปถึงห้องผู้ป่วยวิกฤตตามที่ภรรยาผมบอกพ่อของเธอตื่นขึ้นมาพอดีผมให้จูนเข้าไปหาพ่อของเธอสักพักสี่สาวก็เดินตามกันออกมาภรรยาผมบอกว่าพ่ออยากจะคุยกับผมด้วย
"กูเกลียดมึงมึงรู้ใช่มั๊ย" ผมเดินเข้าไปยืนข้างเตียงโน้มตัวเข้าไปใกล้ๆตามที่พ่อกวักมือเรียก
"รู้คับ คุยกันก็รู้เลยคับ"
"แล้วมึงรู้มั๊ยทำไมกูถึงเกลียดมึง"
"ไม่รู้ครับ มาชอบลูกสาวคุณพ่อมั้งครับ"
"ตอนมึงไปเรียนกรุงเทพ กลับมาทีไรมึงก็แอบพานังอ้อยไปเย็ดในสวนกูใช่มั๊ย"
"ครับ" โอเคผมพอเข้าใจแล้วว่าพ่อตาคงอยากเรียกผมมาด่าก่อนวาระสุดท้าย
"มึงเอาไอ้ที่ครอบปากกูอยู่เนี่ยออกที"
"มันเครื่องช่วยหายใจนะครับพ่อ"
"มึงเป็นหมอเหรอ"
"แหม่.. น้ำเสียงพ่อนี่ไม่เหมือนคนป่วยเลยนะครับผมว่าพ่อน่าจะหายนะ"
"เสือก.. มึงเข้ามาใกล้ๆนี่" ผมยื่นหน้าเข้าไปตามที่พ่อตาสั่ง
"แม่นังอ้อยมันที่ทิ้งมันหายไป ..กูเป็นคนฆ่ามันเองฝังไว้ที่สวนใต้โรงงานตอนนี้น่ะ"
"เห่ย!! พ่อ.. มาบอกอะไรกับผมล่ะ"
"เออ.. กูจะตายวันนี้พรุ่งนี้อยู่แล้วกูเลยบอกมึงนี่แหละส่วนทำไมกูต้องทำมันถึงตายมึงไม่ต้องรู้หรอก" ผมรู้สึกสับสนที่ต้องมารับฟังเรื่องบ้าๆบอๆเป็นทายาทอสูรแบบนี้
"นังดวงแม่พวกนังจ้อนังแจงที่มันป่วยตายกูก็ฆ่ามันเองเอาใบยี่โถชงน้ำชาให้มันกินทุกวัน"
"ผ่ออ พ่อออ!! พอแล้ว!! มาสารภาพบาปอะไรกับผมล่ะเนี่ย"
"เรียกนังอ้อยมา.." ผมเดินงงๆออกไปเรียกภรรยามาฟังเรื่องบ้าๆบอๆต่อด้วยกัน
"รู้มั๊ยที่สวนที่ขายให้โรงงานได้เงินมาเท่าไหร่" ภรรยากับผมส่ายหน้าเพราะไม่เคยสนใจแต่ตอนนี้ผมกลายเป็นว่าที่คนเดียวบนโลกที่รู้ว่าใต้โรงงานมีศพแม่ของภรรยาผมฝังอยู่ "ที่ตรงนั้นน่ะจริงๆมันเป็นของทางบ้านแม่เอ็งแต่พ่อโกงกินรวบทั้งที่ดินทั้งแม่เมียเอามาเป็นของตัวเอง ที่ดินตรงนั้นมันควรจะเป็นของเอ็งเงินที่ขายได้เอ็งแบ่งให้จ้อกับแจงได้ไหมอ้อย.." พ่อตามองภรรยาผมที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นบ่ายหน้าไม่ยอมสบตาด้วย "อีจูนมันไม่ใช่ลูกกู นังดวงมันไปเอากับไอ้ไฮ้เจ้าของหมู่บ้านแล้วจะเอาลูกมันมาแบ่งมรดกกู" ภรรยากับผมมองหน้ากันไม่เข้าใจว่าพ่อจะสั่งเสียอะไรกันแน่
"ให้อีเด็กนั่นมันได้แบ่งเงินของเราไปได้ซักบาทก็ไม่ได้..ไอ้ไฮ้พ่อมันรอหัวเราะกูอยู่ทุกวัน ไอ้สัส..ไฮ้" พ่อตาหัวเราะเบาๆ "มึงรู้นะมึงต้องทำยังไง" คราวนี้หันมาสั่งเสียกับผมแล้วก็ร้องขอให้เอาเครื่องช่วยหายใจครอบอย่างเดิมหลับตาพริ้มเหมือนคนแก่อยากจะเอนหลัง คืนนี้เรากลับไปนอนพักกันที่บ้านเก่าเพื่อที่จะต้องรอตอนเช้าของอีกวันถึงจะนำศพของพ่อตาไปที่วัดได้ ผมขับรถไปมองหน้าภรรยาที่เหมือนจะครุ่นคิดอะไรอยู่คราบน้ำตายังเปื้อนพวงแก้ม
"ตกลงนี่ใช่คำสั่งเสียของพ่อแกรึเปล่าวะอ้อย" ผมหยีตามองถนนร้อนๆยามบ่ายไปด้วย
"นังจูนมันลูกกู๋ไฮ้จริงเหรอวะ พ่อเมาแล้วมั่วรึเปล่า"
"แต่จะว่าไปหน้าก็ไม่ค่อยคล้ายจ้อกับแจงนะ แต่ถ้ารูปร่างอ่ะเราว่าก็เหมือน สูงเหมือนแกด้วย"
"กู๋ไฮ้เค้าก็สูงสมาร์ทเลยแหละ สงสัยตอนหนุ่มๆคงหล่อกินกันไม่ลงมั้งสองคนนี้" ภรรยาผมนึกภาพหนุ่มใหญ่คู่รักคู่แค้นของพ่อ
"เออ.. แต่เล่นกันแรงนะเว่ย ถ้าจริงนะ" ผมยังไม่บอกเรื่องแม่ของเธอนอนอยู่ใต้โรงงานเพราะมันยากที่จะรับได้ง่ายๆ
"แล้วถ้ามันจริง เราจะต้องทำยังไงถึงจะไม่ต้องแบ่งเงินให้จูนล่ะ" ภรรยายังสงสัยไม่หายส่วนผมนึกภาพจูนได้แบ่งเงินไปใช้เป็นหลายล้านแบบนั้นไม่ออก มันคงดูไม่จืดแน่ๆ
"หรือเราจะเฉยๆไปดีวะใครจะแบ่งไปยังไงเท่าไหร่ก็ชั่งมันเพราะยังไงยัยจ้อกับยัยแจงเค้าก็ต้องมีแฟนมีครอบครัวมันก็เหมือนมีคนอื่นมาแบ่งเอาไปใช้อยู่ดีแหละไม่เห็นจะต่างกันเลยนี่ถ้ามันเป็นของแกคนเดียวแบบที่พ่อแกบอกนะก็ว่าไปอย่าง เกือบเจ็ดสิบล้านเลยนะเว่ยไอ้อ้อย" ผมก็พล่ามแก้ง่วงไปเรื่อยๆส่วนภรรยาซึ่งก็ไม่ได้นอนเหมือนกันมองไม่ออกว่าเธอได้ยินคำว่าเกือบเจ็ดสิบล้านแล้วรู้สึกยังไง