น้องแต๋วคนสวย by wattana2015
ผมขอย้อนอดีตนนึกถึงวัยเรียนยามมอปลายของตัวเองนิดนะครับ บางส่วนก็มาจากประสบการณ์จริงของผมนั่นแหละ เด็กบ้านนอกเตรียมสอบเอ็นสะท้านเมื่อเกือบสามสิบกว่าปีที่แล้ว เข้ามาเมืองกรุงเทพฟ้าอมรของหลายๆผู้คนแล้วได้มีประสบการณ์หวานแหววกกับเขาเสียด้วย เสียดายสาวที่ผมพูดแทนตัวนางเอกในเรื่องไม่ได้มานางเอกในชีวิตของผม ก้ออย่างว่าชีวิตรักขของวัยรุ่นยากแท้จะสมหวัง มีเพียงหนึ่งในหลายสิบที่จะอยู่ยืดจนแต่งงานกัน อยากรู้ว่าชีวิตเด็กเอ็นสะท้านเมื่อเกือบสามสิบปีก่อนจะเป็นยังไงก้อลองอ่านเอาละกันครับ ขอให้สนุกกับเรื่องใหม่ของผมนะครับแสดงรูปภาพเฉพาะสมาชิกเท่านั้น
ติต่างว่าเป็น "ป้าง" หนุ่มหล่อของเรื่องละกัน เอากับเขาหน่อยพระเอกไม่หล่อได้งั้ย อิอิ
ผมชื่อ ป้าง นะครับเป็นเด็ก ตจว. ก้อต่างจังหวัดนั่นแหละ เรื่องของผม มันเริ่มต้นเมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว สมัยตอนที่ผมเรื่องอยู่ มอปลายปีสุดท้าย สมัยนั้นยังเป็นยุคที่ต้องสอบเอ็นทรานส์หรือทึ่มีหลายคนเรียกกันเล่นว่าสอบเอ็นสะท้านนั่นล่ะ สมัยนั้นผมเองก็เป็นเด็กวัยรุ่นที่หัวไม่ค่อยดีทั่วๆไปเรียนไม่ค่อยเก่งสักเท่าไร และก้อจะเป็นธรรมดาที่เด็กผู้ชายอย่างผมก็จะชอบเล่นกีฬามากกว่า เป็นประมาณพวกเด็กๆที่ชอบเล่นกีฬาที่เสียเหงื่อ แต่พวกผมก็แค่ชอบกีฬามากกว่าการเรียนในห้องเรียนก็เท่านั้น พวกเราก็จะเล่นเตะบอลบ่อยๆจนมืดค่ำ ผลการเรียนก็เลยอยู่กลางๆค่อนไปทางต่ำ คนอื่นเขาเกรดเฉลี่ยสามจุดกว่าๆแก่ๆจนถึงเกรดสี่จุดศูนย์ศูนย์ แต่ผมอยู่ที่สองนิดหน่อยบางทีก็หลุดไปที่หนึ่งแก่ ที่จริงผมก็เป็นเด็กที่อยู่ในโอวาทของพ่อกับแม่ดีไม่เคยคิดเกะกะเกเรแต่อย่างใด แต่ผลการเรียนที่อ่อนยวบนั้นเพราะผมขาดความสนใจในการเรียนก็เท่านั้น จนที่บ้านผมเห็นผลการเรียนแล้วส่ายหัวเพราะกลัวว่าลูกชายของบ้านจะโง่เป็นควายงมโข่งอยู่ที่บ้านนอกจึงไล่ไปเรียนพิเศษ แต่แถวที่บ้านผมที่กวดวิชาดีๆก็ไม่มีเสียด้วยเด็กภูธรก็ยังงี้แหล่ะ จนพ่อกับแม่ต้องสั่งให้งดเล่นกีฬาเป็นอันขาดจนกว่าผลการเรียนจะเป็นที่น่าพอใจของท่าน พอดีว่าที่บ้านก็พอมีฐานะที่จะอำนวยเรื่องการเรียนของผมพ่อกับแม่จึงเตะโด่งผมไปเรียนพิเศษที่กรุงเทพฟ้าอมร การไปเรียนพิเศษที่กรุงเทพครั้งนี้เป็นการเหยียบย่างเข้ากรุงเทพครั้งแรกในชีวิตของผม พ่อกับแม่เลยพาผมมาฝากที่บ้านของน้าสาวที่พักอาศัยอยู่กับสามีที่กรุงเทพ และมีลูกสาวที่เรียนอยู่ในระดับชั้นมหาวิทยาลัยทั้งยังมีผลการเรียนที่ดีเสียด้วย ท่านจึงนำผมมาฝากไว้ที่นี่และขอรบกวนพี่สาวที่เป็นลูกของน้านั้นหาที่เรียนที่พิเศษให้ผมจะได้มีผลการเรียนดีขึ้น
พี่สาวที่เป็นลูกของน้าที่เป็นสาวสวยนั้นเธอก็ใจดีพาผมจนหาที่เรียนพิเศษจนได้ แต่พอเข้าวันแรกที่ผมไปเรียนก็เริ่มมีปัญหาทันที เพราะความที่ไม่สนใจการเรียนแต่แรก มันเลยมีปัญหาตามคนอื่นไม่ทันก็เป็นปกติเพราะเด็กในกรุงเทพที่เขามาเรียนพิเศษกันส่วนมากเขาไม่ได้มีปัญหาแบบผมที่เขามาเรียนพิเศษก็ประมาณว่าทบทวนวิชาที่เคยเรียนมาแล้วภายในห้องเรียนปกติเพื่อให้วิชาแน่นหนาขึ้นก็เท่านั้น แต่สำหรับผมนั้นมันไม่ใช่เลย ผลที่ตามก็คือนาทีแรกที่อาจารย์เริ่มสอน ความงุนงงสงกาก็บังเกิด ความไม่เข้าใจก็ตามมา แล้วความน่าเบื่อพ่วงด้วยอาการง่วงนอนของผมก็ได้แทรกซึมเข้าสู่สมองของผม ตาผมนี่จะหลับเสียให้ได้พยายามข่มเปลือกตาแล้วข่มตาอีกจนหาววอดๆหลายต่อหลายรอบนั่งสัปปะหงกแทบจะตกโต๊ะ ในขณะนั้นเองสายตาของผมก็ได้มองไปเจอสาวสวยคนหนึ่ง ที่นั่งอยู่ด้านหน้าห้อง เธอเป็นสาวสวยตัวกระทัดรัดหุ่นดีผิวขาวเหมือนไข่ปอก ใบหน้าเรียวงามดวงตากลมดูบ้องแบ๊ว ผมยาวมัดเปียถึงกลางหลัง ลุคของเธอแบบพวกญี่ปุ่นหรือเกาหลีประมาณนั้นรวมความแล้วเธอนั้นน่ารักโครตๆสเปคผมเลย เสียดายที่ผมมองไม่เห็นเธอแต่แรกไม่งั้นผมก็คงจะกระเสือกกระสนไปนั่งใกล้ๆเธอสาวน้อยคนสวยนั้น ผมเผลอมองเธออยู่นานจนเธอรู้สึกตัวและหันกลับมามองทางด้านผม จนเราทั้งคู่ประสานสายตากันอยู่นานครู่ใหญ่ทีเดียว เธอส่งยิ้มมาให้ผมจนผมต้องมองจนตะลึงและยิ้มตอบกลับเธอไปเช่นกัน ให้ตายเถอะผมว่าผมไม่เคยเห็นมีใครที่ยิ้มได้น่ารักน่ามองแบบเธอมาก่อนในชีวิตของผม เธอช่างเป็นสาวสวยที่มีรอยยิ้มที่ตรึงใจผมจริงๆ ผมต้องหาทางเข้าไปคุยกับเธอให้ได้ ผมเผลอมองเธอจนเผลอทำปากกาหล่นจากโต๊ะโดยไม่รู้ตัว และไอ้ปากกาเจ้ากรรมก็ดันหล่นเข้าไปใต้โต๊ะของเธอเสียด้วย เธออมยิ้มขำกับท่าทางหงกเงิ่นของผมที่แอบมองเธอจนทำปากกาหล่น ผมนี่อายหน้าแดงไปจนถึงใบหู ไอ้ปากกาบ้านั่นมันไม่ไว้หน้าเจ้าของเล้ย ผมก็เลยต้องจำเป็นต้องลุกขึ้นเดินไปทางโต๊ะของเธอแล้วกล่าวกับเธอ
“อ๊ะ ขอโทษครับ ขอผมหยิบปากกาของผมที่ใต้โต๊ะคุณหน่อยได้ไหมครับ”
ผมยืนตรงหน้าเธอ แล้วขออนุญาตเธอ สายตาของผม จับจ้องที่วงหน้าสวยๆของเธอที่ยิ้มขำ เธอเหยียดกายลุกจากโต๊ะยืนแล้วเลี่ยงให้ผมก้มลงไปเก็บปากกาที่ใต้โต๊ะของเธอ
“คราวหน้าอยากรู้จักก็ทักได้นะคะ แต๋วค่ะ ยินดีที่รู้จักค่ะ”
“อ่ะ ขอบคุณครับ ผมชื่อ ป้าง นะครับ ยินดีที่รู้จักเช่นกันครับ”
“ไหนๆเราก็รู้จักกันแล้ว ป้างมานั่งเรียนกับแต๋วมั้ยคะ”
“อ๊ะ ยินดีเป็นอย่างยิ่งเลยครับ ผมยิ่งไม่ค่อยเข้าใจอยู่จะได้ถามคุณแต๋วได้ ดูแล้วแต๋วน่าจะเป็นเด็กที่เรียนเก่งนะครับ”
แต๋วเธอที่เป็นคนที่น่ารักยิ้มง่าย มนุษย์สัมพันธ์ดีเยี่ยม นับว่าเป็นสาวน้อยใจดีที่หายาก เธอเรียนเก่งอย่างที่คาดไว้ไม่ผิดเลย ผมไม่เข้าใจอะไรพอถามเธอเธอก็อธิบายให้ไม่ปิดบัง เธอบอกว่าการที่อธิบายให้ผมเข้าใจได้มันก็ดีกับตัวเธอเองด้วยเพราะจะได้เป็นการรีเช็คตัวเธอเองว่าเข้าใจสิ่งที่เรียนไหม ถ้าเธอไม่เข้าใจจนอธิบายผมได้ก็หมายความว่าบทเรียนนั้นเธอก็ต้องไปอ่านเพิ่มเติมหรือสอบถามอาจารย์ผู้สอนเพื่อแก้ไขความไม่เข้าใจนั้นเสียโดยเร็ว เพราะเรียนด้วยกันทำให้เราเริ่มเข้ากันได้ดีขึ้น ที่ตามมาก็จะรู้สึกคุยกันถูกใจกันมากขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบจะเลิกเรียน
แสดงรูปภาพเฉพาะสมาชิกเท่านั้น
น้องแต๋ว สาวน้อยแสนสวยสไตล์เกาหลี
“ป้างเป็นไงบ้างจ้ะเรียนวันแรกพอไหวไหมจ๊ะ ไม่เข้าใจอะไรก็ถามเราได้นะ เรายินดีช่วยเธอเสมอ เอาล่ะ เลิกเรียนแล้ว เดี๋ยวเราไปเที่ยวหาอะไรทานก่อนกลับไหมล่ะจ๊ะ”
“ได้เลยครับ ป้างขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงตอบแทนแต๋วที่ช่วยชีวิตป้างล่ะกัน ถ้าไม่มีแต๋วคอยช่วยอธิบายบทเรียนให้ผมคงแย่ตั้งแต่วันแรกเลยเนี่ย ตอนแรกกำลังง่วงจนจะตกจากโต๊ะอยู่แล้วเพราะเรื่องที่อาจารย์สอนไม่เข้าหัวเลยเนี่ย”
 
หลังจากทานข้าวเสร็จก็ขอตัวเข้าห้องอ่านหนังสือตามฟอร์มเด็กเรียน ฮี่ฮี่ มันก็ส่วนหนึ่งแหละเปิดตำรากางอ่านแล้วหาอ่านข้อที่ไม่เข้าใจจดไอ้ที่ไม่เข้าใจแล้วโทรไปหาน้องแต๋วคนสวย ไม่ได้เจอหน้าได้ยินเสียงก็ยังดี น้องแต๋วก็พาซื่อว่าผมไม่เข้าใจบทเรียนจริงๆแล้วพยายามอธิบายให้ ที่จริงผมคิดถึงเจ้าของเสียงหวานๆที่กำลังอธิบายเนื้อหาบทเรียนให้ผมต่างหาก วันนั้นผมก็โทร.ไปคุยกับเธอจนผ่านไปสักชั่วโมงกว่าจึงวางสาย ผมเริ่มสังเกตว่าเธอให้ความสนิทกับผมมากขึ้นเรื่อยๆ...
เนื้อหาถูกซ่อนเอาไว้ คุณต้องตอบกระทู้นี้ก่อน