อนาคตในกำมือ by wattana2015แสดงรูปภาพเฉพาะสมาชิกเท่านั้น
อนาคตในกำมือ ตอนที่ 2 ก้าวใหม่แห่งชีวิต
นิยายเรื่องนี้ค่อนข้างดาร์คหรือมืดหม่น ผู้ที่ไม่ชอบแนวนี้แนะนำให้ข้ามเรื่องนี้ไปได้ครับ ถึงจะค่อนข้างจะดราม่าหนักแต่มันก็เป็นไปได้ในสังคมปัจจุบันครับ ไม่ได้โอเวอร์เสียเกินเลยไปไกล
ความเดิม และแล้วผมกับเธอก็เริ่มต้นชีวิตคู่ของเราตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ผมเองนั้นเรียนจบแล้วจากรามคำแหงเลยสมัครเข้าทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่งย่านสีลม กลางวันก็เป็นพนักงานออฟฟิศธรรมดาทั่วไปเหมือนคนอื่นทั่วๆไปเขานั่นแหละ ห้องพักก็กว้างกว่ารังหนูไม่เท่าไร แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีที่ซุกหัวนอนจะเอาอะไรมากกับสถานะภาพพนักงานบริษัทตัวต๊อกกระต๋อยเล็กๆคนหนึ่ง ได้เท่านี้ก็ดีถมไปแล้ว แม้ผมจะชอบและสนใจในตัวเธอก็ตามแต่ที่เหนือกว่านั้นผมสงสารตัวเธอที่ผ่านอะไรมามากมายในช่วงเวลาอดีตหลายปีที่ผ่านมาตามลำพัง ผมอาจจะไม่ใช่คนดีเด่อะไรนักไม่ใช่พระเอกในนิยายแต่ผมนั้นไม่เคยบังคับและฝืนใจใครผู้ใดทั้งสิ้น เธอผ่านอะไรมามากเกินพอสำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆเท่านั้น เพราะความที่เธอเป็นผู้หญิงมันน่าจะเลวร้ายกว่าที่ผมที่เป็นผู้ชายจะพบเจอแน่ๆ
ผมจะไม่เร่งรัดอะไรเธอแต่จะค่อยๆทำดีกับเธอให้สบายใจว่าอย่างน้อยในคนหลายพันล้านคนที่อยู่กันบนโลกนี้นั้น เธอจะยังมีผมเป็นที่พึ่งพิงของเธอคนหนึ่ง และเมื่อไหร่ที่เธอนั้นพร้อมจะรับผมเข้าไปอยู่ในหัวใจของเธอด้วยความเต็มใจของเธอผมก็จะพร้อมทีจะเป็นทุกสิ่งของเธอเช่นกัน
แต่ตอนนี้และเวลานี้ต้องคิดได้แต่เพียงว่า ตอนนี้ก็ถือว่าผมมีน้องสาวร่วมโลกร่วมชะตากรรมเหมือนกันหนึ่งคนมาอยู่ด้วยกัน ยังไงก็มีคนมานั่งกินข้าวด้วยกันไม่ต้องนั่งกินข้าวคนเดียวที่ห้องแคบๆรังหนูสัปปะรังเคนี่ก็พอ ใครที่เคยอยู่ตัวคนเดียวมาก่อนย่อมจะต้องเข้าใจความรู้สึกที่ว่านี่ อย่าคิดหรือคาดหวังสิ่งใดในสิ่งที่ยังมาไม่ถึงจะดีกว่าปล่อยให้มันเป็นไป
พยายามใช้ชีวิตของผมเองให้เป็นปกติเท่าที่จะทำได้ ตื่นเช้ามาอาบน้ำแต่งตัวลุกขึ้นไปทำงานให้เหมือนที่เคยผ่านมาหลายๆปี ผมให้เงินเธอพันหนึ่งเป็นค่าใช้จ่ายข้าวของส่วนตัวของผู้หญิงไม่ใช่ว่าผมอวดร่ำอวดรวยอะไรหรอกเพราะเงินแค่นี้สมัยนี้รู้ๆกันอยู่แทบจะซื้ออะไรไม่ได้เลย คงได้แค่ของใช้ราคาถูกตามประสาเท่านั้น ผมให้เธอไว้ไปซื้อของใช้ที่จำเป็นของเธอพวกของใช้ของผู้หญิงที่จำเป็นต้องใช้และเสื้อผ้าที่เธอจะนำมาสวมใส่ขณะอยู่ร่วมกับผมที่ห้องแคบๆนี่ ไม่ให้เงินเธอไปซื้อแล้วจะให้เธอใช้ของผมที่เป็นผู้ชายมันก็จะกระไรอยู่
ผมปล่อยเวลาให้เธอตัดสินใจจัดการกับข้าวของเครื่องใช้ที่เธอต้องใช้ด้วยตัวเธอเอง ของใช้ส่วนตัวนี่เจ้าตัวต้องคงต้องไปหาซื้อเองจะให้ผมซื้อมาให้ผมก็ไม่ใช่ผู้หญิงซะด้วย ยกตัวอย่างเช่น จะให้ผู้ชายไปซื้อบราเซียให้แฟนหรือเมียจริงๆแล้วก็ไม่ แล้วยิ่งเธอยังไม่ใช่แฟนของผมยิ่งแล้วไปกันใหญ่ เพราะเพิ่งมาอยู่ด้วยกันใหม่ยิ่งต้องระวังเพราะยังไม่รู้นิสัยใจคอกันเลยด้วยนี่แหละ เอาเป็นว่าผมให้งบเธอเท่านั้นแล้วเธอไปจัดการเอง
ผมให้ค่าใช้จ่ายเธอไว้เป็นค่ากับข้าวของเราทั้งสองคน ไหนๆเธอก็เป็นผู้หญิงคงทำกับข้าวได้ดีกว่าผมแน่ ช่วงแรกก็อาจเป็นแกงถุงริมทางไปก่อน ข้าวหุงเอาด้วยหม้อไฟฟ้าที่ผมมีในห้อง ยังดีไม่จนเข็ญใจขนาดที่เค้าว่าต้องกัดก้อนเกลือกินกับข้าว ถ้าเป็นอย่างนั้นทรมานตายชัก กระเพาะผมคงทะลุหรือไตวายตายแน่ๆกินแต่เกลือกับข้าวนี่ เอาล่ะดราม่าพอกันก่อน อย่างที่บอกเพราะหัวอกอันเดียวกันเพราะต่างคนต่างไม่มีญาติพี่น้องและอยู่ตัวคนเดียวในโลกกว้างคนที่ลำบากเหมือนกันมาก็จะสื่อกันได้เข้าใจกว่า
วันใหม่มาเยือนหลังจากผมและเธอเริ่มต้นใช้ชีวิตร่วมกันมาเกือบๆเดือนเข้าไปแล้ว ตอนที่เธอมาถึงใหม่ๆเพราะไม่มีทางเลือกและที่ไปนั้นเธอนั้นค่อนข้างเก็บตัวและเป็นคนเงียบๆคงจะหวาด
ระแวงในตัวผมอยู่บ้าง แต่เมื่อผมไม่ได้เร่งรัดทำอะไรที่ทำร้ายน้ำใจเธอ เธอจึงค่อยๆปรับตัวเข้าหาผมและพูดคุยกับผมได้มากขึ้นหลังๆผมจึงค่อยได้เห็นรอยยิ้มอันสดใสที่แต่งแต้มอยู่บนใบหน้าสวยๆของเธอ เปรี้ยวสาวน้อยคนสวยน้องสาวชั่วคราวของผมในตอนนี้เริ่มเติบโตเป็นสาวน้อยคนสวยอย่างที่เธอควรจะเป็นมาแต่แรกถ้าไม่ต้องผจญกับชีวิตลำบากมาในหลายปีที่อยู่แต่เพียงลำพัง เธอเริ่มทักทายผมได้สนิทใจขึ้นและพูดกับผมมากขึ้น
“พี่ปอนเย็นนี้จะกินอะไรล่ะพี่เปรี้ยวจะจัดการให้”
เปรี้ยวถามยิ้มๆเมื่อเริ่มคุ้นกับผมมากขึ้น
“แล้วเราทำกับข้าวเป็นหรือยังล่ะ ที่มาถามพี่เนี่ยเห็นทำได้แต่เจียวไข่อยู่เลยนี่นา”
“โธ่พี่มันก็ต้องอาศัยเวลาบ้างแหละ แค่ทอดไข่เนี่ยกว่าฉันจะทอดไม่ให้มันไหม้ได้เนี่ยก็ใช้เวลาพอดูเลยนะพี่ ฉันไม่เคยทำกับข้าวให้ใครกินเลยนะ พี่ก็รู้นี่”
“เออ พี่ก็ลืมไป ไอ้พี่ก็คาดหวังกับเรามากไปหน่อย ที่เห็นเปรี้ยวเป็นผู้หญิงคิดว่าจะทำกับข้าวได้ดีกว่าพี่ พี่ลืมไปว่าเราคงไม่เคยทำหรอกไอ้เรื่องกับข้าวเนี่ย งั้นเย็นนี้เราจะทำอะไรให้พี่กินล่ะที่มาถามเนี่ย คงไม่ใช่ไข่ทอดอีกนา หน้าพี่จะบานเป็นไข่ทอดอยู่แล้วเนี่ย”
“ฉันก็ทำเป็นอยู่อย่างเดียวนี่พี่ก็รู้”
“ถ้างั้นเย็นนี้เราไปกินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านเจ้เล็กหน้าปากซอยก็แล้วกัน”
“เย้ รอดตายจากไข่ทอดซะทีมื้อนี้ ทอดแต่ไข่จนหน้าจะเป็นไข่เหมือนที่พี่ปอนว่าแล้วเนี่ย”
เจ้าตัวเผลอสารภาพออกมาเองจนได้ ก็น่ารักดีไปอีกอย่าง ชอบก็บอกชอบไม่ชอบก็บอกไม่ชอบไม่มีอะไรต้องเฟคเหมือนสังคมภายนอกที่พวกเราเผชิญมา และแล้วมื้อเย็นแรกในรอบเดือนเลยละมั้งที่ผมพาเธออกมากินข้าวข้างนอก ที่จริงผมก็อยากพามาหาอะไรกินข้างนอกอยู่หรอก แต่ค่าใช้จ่ายทุกอย่างในเมืองหลวงของประเทศไทยเมืองกรุงเทพฟ้าอมรนี้ของทุกอย่างที่แทบจะไม่ใช้เงินเป็นแทบไม่มีว่ากันแต่น้ำเปล่าขึ้น ทุกอย่างไม่มีอะไรที่ได้มาฟรีเลยที่นี่ ใครที่เคยอยู่หรือทำงานย่อมเข้าใจว่ากรุงเทพเป็นอย่างไร
 
หลังจากทานก๋วยเตี๋ยวกันเสร็จก็พากันเดินกลับห้องเช่าผม พวกเด็กหนุ่มๆแถวนั้นพากันแอบมองเธอใหญ่ ก็คนมันสวยจริงๆซะด้วย ผมเองก็ภูมิใจที่ได้ควงคนสวยมาโชว์อยู่หรอก แต่ก็กลัวอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับเธอในภายหลังเหมือนกันถ้าผมไม่อยู่หรือออกงานต่างจังหวัดก็น่าห่วงเหมือนกัน แถวย่านหอพักที่ผมอยู่มีคนมากมายหลากหลายร้อยพ่อพันแม่ซะด้วย คนดีๆผมไม่กลัวหรอก พวกกากเดนนี่แหละน่ากลัวกว่ากันเยอะมันจะทำอะไรเราเดาไม่ได้...
แสดงลิ้งค์เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
เนื้อหาถูกซ่อนเอาไว้ คุณต้องตอบกระทู้นี้ก่อน