ทักทายคนอ่านตอนนี้เป็นตอนที่เขียนนานมาก ไม่ใช่อะไรเขียนไม่ออก 55555 คนอ่านชอบเราก็พยายามคัดสรรออกมาให้ดีที่สุด แต่ตอนนี้น่าจะมีคำผิดเยอะอยู่ คนตรวจเขาไม่แก้ให้แล้ว เรื่องของคนตรวจก็น่าจะใกล้เสร็จแล้ว (หรืออาจไม่ ไปตามทวงกันเอง)
และในตอนนี้ผมอยากให้ท่านผู้อ่านเดาว่าเรื่องนี้จะเดินยังไงจะจบแบบไหนแบบไง เดากันมาคนเขียนอยากรู้
และถ้าเป็นคุณที่โดนผู้ที่มีพลังแห่งบาปหมายหัว คุณจะเอาตัวรอดยังไง
แค่นี้แหละ อ่านให้สนุกนะครับ Enjoy

 
ตอนที่ 5 เดือดหมอสาวพลิกตัวมาปิดนาฬิกาปลุกข้างเตียงในยามเช้า ก่อนจะกระเถิบตัวไปอิงไออุ่นจากแผงอกกำยำของสามีโดยพฤตินัยของเธอ เธอไล่นิ้วไปตามหน้าท้องกำยำและขยำมันเบาๆ และเอื้อมหน้าไปหอมแก้มชายที่นอนหลับอยู่ข้างๆเธอก่อนจะลุกขึ้นจากเตียง แต่ว่าแขนแกร่งก็ดึงร่างสาวสวยลงมาบนเตียง และสิงห์ก็พลิกร่างขึ้นทับตัวเธอ และเป็นที่แน่นอนว่าเขาไม่ได้นอนนิ่งๆ
“อืออออ แต่เช้าเลยเหรอ ไม่คิดจะพักกันเลยใช่มั้ยค่ะ”
หมอสาวคนสวยเอ่ยขึ้นเมื่อรู้สึกว่าไอ้ผู้ชายที่ทับตัวเธอนั้นเอื้อมมือมาบีบคลึงทรวงอกทั้งชุดนอนตัวบางๆของเธอ
สิงห์: “มีคนสวยๆมานอนข้างๆทุกวัน ใครจะไปทนได้”
เสียงทุ้มแฝงแววออดอ้อนดังขึ้นเบาๆที่ข้างหู 
ฟาง: “แล้วฉันจะมีแรงเดินได้ไงละจัดหนักขนาดนี่ ไอ้ผู้ชายนิสัยเสีย! อูยยย แตกในอีกแล้ว ดูสิเยิ้มเชียว”
“นายท่านครับ”
เสียงจากสมุนคู่กายขณะที่สิงห์นั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหาร ลูกน้องคนนั้นส่งแท็บเล็ตให้สุขุมและเดินถอยหลังออกไป
สิงห์: “เรื่องแบบนี้ทำไมพึ่งรายงาน นี้เอ็งทำงานแบบนี้ได้ยังไง”
เจ้าของพลังซาตานมองเสยขึ้นมาด้วยแววสายเย็นยะเยือก ลูกน้องคนนั้นทำหน้าเลิ่กลั่กด้วยความตระหนก บรรยากาศรอบตัวค่อยๆอึดอัดขึ้น
วิกรม: “ผมห้ามมันเองครับท่าน”
วิกรมเดินเข้ามาพร้อมลูกน้องอีกสองคน วิกรมไล่สมุนตนให้ออกไปทั้งหมดก่อนจะมายืนตรงหน้าสิงห์
สิงห์: “อธิบายมา ก่อนที่ผมจะหมดความอดทน” 
เกด: “มาแล้ววววจ้า!”
เกดตะโกนลั่นออกมา อย่างร่าเริงและอีกนัยคือเป็นสัญญาณให้หนุ่มๆรีบเตรียมตัวหอบหลักฐานหนีเพื่อปกปิดเธอ
ฟาง: “สวัสดีน้าสมาน น้าวิกรม น้าสุขุมค่ะ”
เธอยกมือไหว้ทุกคนอย่างนอบน้อมเช่นทุกวัน ด้วยกริยามารยาทและไมตรีดีๆของเธอทำให้ลูกสมุนของเขาไม่ว่าตัวเล็กตัวใหญ่เกรงใจและเคารพเธอเสมอ
เธอนั่งลงข้างสิงห์ก่อนถามว่า
ฟาง: “คุยอะไรกันอยู่เหรอคะ ฟางรู้ด้วยได้มั้ยคะ”
สมาน: “เรื่องคดีครูแพะ”
สุขุม: “เรื่องเรื่องดำน้ำ”
วิกรม: “เรื่องพี่ตูน”
สิงห์ตบหน้าผากเบาๆเมื่อสมุนทั้งสามชิงโพล่งออกไปแบบไปคนละทิศละทาง
สิงห์: “ก็ข่าวทั่วๆไปแหละจ้า มาๆกินข้าวดีกว่า”
สิงห์รีบเปลี่ยนเรื่องคุยและทุกคนก็ร่วมวงกินข้าวกัน
 
รถตู้ตำรวจคันงามวิ่งฉิวโดยมีรถกระบะตำรวจสองคันขับปิดหัวปิดท้ายคุ้มครอง แต่ภายในรถที่คุ้มกันอย่างดีกลับเป็นร่างของข้าราชการโฉดหลายคน พวกมีแผนจะออกไปเจรจาเรื่องชั่วๆในที่ห่างไกลตาผู้คน แน่นอนว่าไปในนามสัมนาระหว่างหน่วยงาน ไปฟรีกินฟรี เที่ยวฟรี ภาษีล้วนๆ พวกมันจะขยายฐานอำนาจในกลุ่มข้าราชการให้มากขึ้น โดยเฉพาะนักการเมือง และตำรวจ ร่วมถึงทหารบางกลุ่มที่ยังกระหายอำนาจที่พวกตนเคยมีในอดีต
แต่สิ่งที่พวกมันไม่ทราบคืองานนี้ ผู้กองถวิลเองก็ได้กลิ่นและแอบตามมาอยู่ห่างๆ แต่สิ่งที่ทั้งสองกลุ่มไม่รู้อีกคือ ณ โรงแรมที่พวกมันพักก็มีคนของสิงห์ไปปะปนอยู่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“ไม่ต้องห่วงหรอกเสี่ย ไอ้พวกนี้มันเห็นแก่แดกโลภมากแบบนี้ผมจัดการได้เสี่ยจัดการทางของเสี่ยเถอะ”
ผู้การอนันต์วางสายจากเสี่ยอินและเดินเข้าไปยังห้องรับรองของโรงแรมที่กำลังฉลองกันอย่างครื้นเครง
พวกมันจัดการหาทั้งเหล้า ผู้หญิงหรือแม้กระทั่งยาเสพติดทุกคนต่างมัวเมากันอย่างเต็มที่โดยไม่รู้ตัวเลยว่าพวกมันจะแอบเก็บภาพพวกเขาเอาไว้ใช้ประโยชน์ภายหลัง หลังจากจบงานนี้พวกมันจะเป็นได้แค่ทาสที่ทำตามคำสั่งให้พวกมันเท่านั้น
ผู้การอนันต์: “ไอ้พวกโง่”
ผู้การแสยะยิ้มก่อนเดินเข้าไปทักทายผู้คนในห้องด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
 
ขณะที่อีกฝ่ายกำลังเดินหมากสิงห์ก็เดินหน้ากระแทกเอวไม่หยุด เขาเปลี่ยนท่ามาจับเธอก้มแอ่นโค้งโก้งเอวก่อนจะซอยไม่ยั้ง
“อ๊าาาาา สิงห์ ฟาง ไม่ๆ อื้ออออออ”
สิงห์กระเด้าอัดเข้าไปเมื่อเมียสาวของตนจวนจะขึ้นสวรรค์ไปอีกรอบ และเขาก็ยกเธอมาเป็นท่ายืน หมุนไปเวียนมา ไม่นานนักเขาก็จัดการเธอจนสลบคาเตียง
สิงห์ดึงท่อนเอ็นออกจากร่องสวาทของหมอสาวคนสวยและจัดการเช็ดคราบสวาทของตนเองจากนั้นก็ใส่ชุดนอนให้เธอปิดท้ายด้วยการหอมแก้มเธอเบาๆ ก่อนจะแอบคว้ากระเป๋าเดินทางออกจากห้องนอนไปในกลางดึกนั่นเอง
สุขุมเปิดประตูรถยนต์ที่จอดรออยู่ด้านล่างให้เจ้านายตนก่อนจะวิ่งไปนั่งข้างคนขับ
สิงห์เปิดหน้าตารถออกมาเรียกวิกรม
สิงห์: “สมานฝากดูแลด้วยนะ ฟางคงจะงอแงหน่อยยังไงก็ฝากรับหน้าไปก่อนละกันค่อยกลับมาง้อทีหลัง”
วิกรมผงกหัวและถอยออกมาปล่อยให้รถสีดำวิ่งออกไปจนลับตา
“ฆ่าให้สนุกนะนายท่าน”
สิงห์ไม่มีทางอื่นที่จะขวางฟางไม่ให้รู้เรื่องนี้นอกจากจัดหนักจนเธอสลบคาเตียงไม่งั้นฟางคงขวางเขาแน่ จะโกหกเธอแค่พูดไม่ถึงประโยคเธอก็จับไต๋เขาออกแล้ว นายใหญ่อย่างสิงห์จึงต้องชิ่งหนีเมียด้วยวิธีแปลกๆแบบนี้แทน
 
ณ หมู่บ้านห่างไกลตัวเมืองแห่งหนึ่ง
“ไม่รู้เรื่องเหรอไง โฉนดที่พวกมึงถือเป็นโฉนดปลอม แถวนี้เป็นที่หลวงหมด”
ผู้การอนันต์กระชากคอเสื้อชาวนาที่เอาโฉนดที่ดินมายืนยันกับพวกมันแน่นอนว่าโฉนดของชาวบ้านเป็นของจริงแต่ชาวบ้านไร้ความรู้ไม่มีอำนาจจะทำไรมันได้ แถมอีกอย่างในท้องถิ่นนี้ก็โดนเขาซื้อไปหมดแล้ว ชาวบ้านแถบนี้ก็ทำได้แค่รับชะตากรรมเท่านั้น
พวกมันมัดมือปิดปากแล้วยึดที่ดินชาวบ้านแถบนั้นแบบหน้าด้านๆ ยิ่งหน่วยงานท้องถิ่นหลับหูหลับตาให้พวกมันก็เท่ากับชาวบ้านทั้งหมู่บ้านถูกลอยแพ แต่นั้นเป็นจุดเริ่มต้นของความชั่วร้ายเท่านั้น เพราะจากนั้นไม่นานคนของพวกมันก็เข้าปิดล้อมหมู่บ้าน จับผู้ชายไปทำงานให้พวกมันส่วนผู้หญิงก็ทำงานเล็กๆ และไอ้พวกทรชนก็ไม่ปล่อยให้โอกาสแบบนี้หลุดลอย
“แม่ แม่ช่วยหนูด้วย!!”
เด็กสาวบ้านนาตะโกนให้มารดาช่วยเธอ ทั้งที่มารดาโดนซ้อมจนสลบเพราะพยายามขัดขวางพวกมัน เด็กสาววัย17ถูกเดนคนลากเข้าไปในห้องแน่นอนว่าเธอพบกับชะตาที่น่าเศร้า
เพียงไม่กี่วันหมู่บ้านเล็กๆก็คล้ายเป็นแคมป์แรงงานเถื่อน
โดยที่ผู้กองถวิลที่แอบติดตามก็เก็บภาพทั้งหมดเอาไว้แล้ว แต่เขายังต้องการภาพตัวการใหญ่และต้องการรู้ด้วยการทำไมพวกมันต้องทำอะไรที่เสี่ยงขนาดนี้ด้วยพวกมันซ่อนอะไรไว้กันแน่
ความสงสัยพาตำรวจน้ำดีให้ปลอมตัวเข้าไปปะปนในกลุ่มพวกมันและเล็ดรอดเข้าไปด้านในเพื่อสืบเรื่องต่อ
ด้วยความที่มีคนเข้าออกมากมายเขาจึงปะปนเข้าไปด้านในไม่ยาก
หลังจากใช้เวลาไม่นานเขาก็ทราบว่าพวกมันกำลังขุดลงไปใต้ดินของหมู่บ้านแต่นั้นก็ยิ่งทำให้เขายิ่งสงสัย แต่ตรงบริเวณที่กำลังขุดลงไปใต้หมู่บ้านก็มีเวรยามหนาแน่นเกินกว่าที่เขาจะทำอะไรสะดวก เขาจึงได้แต่รอโอกาสดีๆ ซึ่งโอกาสดีๆที่เขารอนั้นมันมาในรูปแบบที่เขาคาดไม่ถึง
“พร้อมแล้วใช่มั้ย”
สิงห์ที่นอนราบซุ่มดูพวกมันในพุ่มไม้กดวิทยุถาม เมื่อลูกน้องที่กระจายอยู่ล้อมๆแคมป์เถื่อนทยอยรายงานใบหน้าเขาก็ยิ่งยิ้มอย่างเลือดเย็นขึ้นเรื่อยๆ
 
“ไอ้พวกซื้อของมาแล้วโว๊ย 555”
พวกที่เข้าเวรยามเปิดประตูให้รถบรรทุกสิ่งฉิวเข้าไปด้านในทันที ทุกอย่างเป็นเหมือนปกติ รถคันเดิม คนไปซื้อของก็หน้าเดิมๆ
ไม่มีอะไรให้สงสัย
และทันทีที่รถวิ่งมาไปจอดสนิทสิงห์ก็กดปุ่มในมือ
บึมมมม!
  ใครมันมาทำลายแผนการของเขาวะ แบบนี้เขาจะหนีออกไปเงียบๆได้ไง เขามองที่ใจกลางหมู่บ้านก่อนจะกัดกรามใช้ความคิดตัดสินใจอยู่พักนึง
ขอให้เขาไม่โชคร้ายขนาดนั้นแล้วกัน
ชายติดอาวุธกลุ่มใหญ่วิ่งออกมาจากในหมู่บ้าน กำลังจะไปเสริมกำลังในคนด้านนอกที่ต่างโดนสอยนอนเกลื่อนหมู่บ้าน
“ทางนี้ๆ มันแห่กันมาใส่แล้ว”
พวกมันหันไปตามเสียงก็พบงานวัยกลางคนชี้นิ้วไปทิศทางหนึ่งของหมู่บ้าน ท่าทางเขาสะบักสะบอมไม่น้อย ชายคนนั้นวิ่งหืดหอบตรงแต่อนิจจาเพราะความรีบเขาสะดุดคว่ำ พวกมองชายคนนั้นก่อนวิ่งกรูไปทางที่ชายชี้ให้อย่างรีบร้อน
แต่ชายคนสุดท้ายก็ยังมีน้ำใจ มาพยุงชายที่เริ่มจะสูงวัยขึ้น
“ลุงไปแอบตรงนั้นก่อนครับ”
แต่แทนที่จะดีใจ ท่านรองใจเพรชก็แทบจะปวดกระโหลตาย วันนี้แผนทุกแผนมันต้องมีปัญหาหมดเลยเหรอไง แม้ในใจจะกำลังโวยวายกับโชคชะตาแต่ลุงตำรวจที่แปลงกายมาก็ยังปล่อยชายคนนั้นพยุงตัวเองขึ้นมา เขารีบปรับแผนใหม่
“ขะๆ ขอบใจ ลุงขอรีบหนีกะ…. โอยยยยย ขาลุง โอยยยยๆ”
เขาทำท่ามจะล้มลง ชายผู้ใจดีคนนั้นรีบพยุงคนหนุ่มระยะสุดท้ายไปหลบในบ้านหลังหนึ่ง
“ขอบใจพ่อหนุ่มนะ พ่อคุณเอ่ย พวกมันเป็นใครวะ?”
เขาพนมมือลงทุนไหว้ขอบคุณมันจริงๆ แต่มันโบกมือแทนคำว่าไม่เป็นไร และไหนๆแล้วขอแอบถามเผื่อจะได้อะไรกลับมาบ้าง
 
เขาค่อยๆเดินไปยังจุดหมาย เขาหลบทุกคนบ้าง แสร้งเนียนไปกับคนข้างๆบ้างแต่ในที่สุดเข้าก็เข้ามาด้านในจนได้
แล้วเขาก็เจอสิ่งที่เขาต้องการ มันคือฐานผลิตยาใต้ดินที่กำลังสร้าง ไม่เพียงเท่านั้นยังมีธรุกิจสีดำอื่นๆที่พึ่งเริ่มดำเนินการ ค้ามนุษย์ ฟอกเงิน เรียกค่าไถ่
ถวิลรีบเก็บภาพทุกอย่าง เขามีกล้องกระดุมติดตัวอยู่ แต่เขาก็ยังหาตัวการไม่เจอ เขาไม่รู้จักทางเดินด้านใน ถวิลเดินวนไปมาจนมีคนเรียก
“มานี่สิมึง มากับกูเร็ว!!”
ถวิลจำใจวิ่งตามมันไปอย่างไม่มีทางเลือก
ปังๆๆ กริ๊งงงงๆ
เสียงปืนและเสียงปลอก
ทองเหลืองหล่นกระจายไปทั่ว
“เข้าไปด้านในได้แล้ว”
สิงห์และลูกน้องใส่หน้ากากปีศาจแบบต่างๆ ต่างเหยียบย้ำศพที่นอนกองทั่วหมู่บ้าน เขารู้ดีว่าจะไปหาพวกมันที่ไหน
ซวยแล้วกู
คือคำบรรยายสถานการณ์ที่ดีที่สุด
ถวิลมองห้องที่ถูกพาเข้ามาอย่างหนักใจ ห้องนี่เป็นห้องที่มีการก่อกำแพงและเพดานอย่างดีเยื่ยมแถมยังอ่กาศถ่ายเทดีแถมเขาเจอตัวการใหญ่ทุกคนที่หนีตายมาหลบด้านในนี้ 
ใครจะเป็นคนตายก็ไม่ต้องเดา
ส่วนถวิลก็รีบแกล้งนอนตายปะปนอยู่ในฝั่งด้านใน
“ย้ากกก!!”
ปังงงๆ
พวกสิงห์ด้านนอกล้มลงศพแล้วศพเล่าโดยที่แทบทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้
“เอาระเบิดไป อ้ากกแขนกู”
ลูกน้องคนหนึ่งพยายามจะขว้างระเบิดใส่แต่แขนก็เอื้อมออกไปก็โดนกระสุนนับร้อยๆก็แหวกอากาศไปสะบั้นแขนมันแหลก
ส่วนระเบิดเจ้ากรรมก็ตกอยู่ไม่ไกลชายแขนขาดนัก
“ชิบหา…”
บรึมมมมม
วิกรม: “นายครับ?”
วิกรมมองเจ้านายตนด้วยใบหน้ากลัดกลุ้มใจ คนของเขาพึ่งแจ้งมาว่าตำรวจกำลังตรงดิ่งมาหาพวกเขาซึ่งนั้นไม่ดีกับพวกเขาแน่ๆ
สิงห์ค่อยๆดูดควันมะเร็งใส่ปอดช้าๆ แสงแดงติดวาบๆ เขาค่อยๆปล่อยควันออกมา อย่างใจเย็นไม่มีทีท่าทุกข์ร้อนอาทรใจใดๆ ทั้งที่ตอนนี้สถานการณ์กำลังเข้าข้างอีกฝ่ายและยิ่งเวลาผ่านไปก็ยิ่งผลักไสพวกเข้าไปสู่ความตายมากขึ้นๆ
สิงห์: “ใจเย็นๆ วิกรม เออ ช่วงนี้เป็นช่วงที่ทางกองทัพกำลังจะทำลายกระสุนหรือระเบิดที่กำลังจะหมดอายุ คุณรู้รึเปล่า”
วิกรม: “โธ่ นายครับมันไม่ใช่เวลาแล้วนะครับ นายใช้พลังบุกไปฆ่ามันเลยเถอะครับ”
สิงห์คาบบุหรี่อีกครั้งก่อนจะพ่นควันออกมาและโยนมันทิ้งไป
เขาส่ายหน้าให้วิกรมเบาๆ พวกสิงห์ที่อยู่ด้านบนแน่ใจว่าทุกอย่างเรียบร้อยเชือกสลิงหลายเส้นก็ถูกโยนลงมาพร้อมกับชายนับสิบที่หย่อนตัวลงมาตามเชือก
ด้านประตูหน้าพวกลูกน้องสิงห์ก็กรูกันเข้ามา
สิงห์: “หามันให้เจอ ค้นให้ทั่ว”
ทุกคนรีบจับคนที่ยังรอดมามัดและส่งไปรวมกลางห้อง มีทั้งตำรวจ ทหาร นักการเมือง ข้าราชการ นักธุรกิจ
แต่ทว่าแม้จะนานเท่าไหร่ก็ไม่พบตัวผู้การอนันต์
สิงห์มองไปรอบห้องอย่างเริ่มสังหรใจแปลกๆ เช่นเดียวกับถวิลที่เนียนนอนคลุกฝุ่นดูทุกอย่างอยู่เงียบๆ เขาเห็นมันในห้อง และไม่มีทางที่มันจะตายเพราะเพดานถล่ม มันไม่ได้อยู่ใกล้ๆตำแหน่งที่จะได้รับอันตรายเลย
มันไม่มีทางตายแน่นอน แล้วมันจะหายไปไหนได้
ไอ้ผู้การอนันต์มันหายไปได้ไง
 
วินาทีที่พวกมันเห็นไอมาร ความกลัวจากก้นหัวใจก็สั่งให้มันออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดเท่าที่มันสามารถ
สิงห์กระโจนมากลางห้องชูมือที่กำแน่นไปข้างหน้า เขากัดฟันกางเขตพลังขึ้นป้องกัน เขาไม่ใช่พวกที่มีพลังสมาธิสูงขนาดจะควบคุมไอมารให้ใช้งานในรูปแบบนี้ได้ดีนัก แนวทางการใช้ไอมารของซาตานคือเน้นเพิ่มพูนทุกอย่างจากด้านในและระเบิดออกไปดุจ อารมณ์โกรธ ไม่ใช่มาใช้มันกางม่านขนาดใหญ่ขนาดนี้
“โอวววววววววว ก็ให้มันรู้กันไปสิวะ!!”
สิงห์แค่นเสียงอย่างดุดันเมื่อพบว่ามันกำลังจะเกิดขึ้นแล้ว
เส้นเลือดตามตัวกลายเป็นสีดำ ดวงตาขวาสว่างวาบราวอสูรร้าย
ลูกน้องของสิงห์ที่พึ่งพ้นประตูทางใต้ดิน รู้สึกเหมือนโดนรถบรรทุกวิ่งชนมันกระเด็นลอยไปไกลและกลิ้งไถลไปตามทาง 
พวกเขากำลังบาดเจ็บและเสียขวัญ ไม่มีทางจะสู้กับตำรวจที่กำลังจะมาได้แน่ ทางออกที่ดีที่สุดคือสงวนกำลังรบ หอบทุกอย่างไปให้ได้มากที่สุด พี่น้องที่ตายจะได้ไม่ตายเปล่าๆ
“ขอโทษนะครับ นายท่าน”
มันมองหมู่บ้านที่มีเพียงซากสิ่งปลูกสร้าง ศพ และหลุมเพลิงขนาดยักษ์ที่มีไฟพวยพุ่งออกมาราวกับนรก
มันถอนหายใจก่อนจะหิ้วปีกลูกน้องหนีหายเข้าไปในแนวป่า
เมื่อพวกตำรวจมาถึง พวกเขาก็รีบตรวจสอบความปลอดภัย และจากนั้นก็กลายเป็นการดับไฟช่วยชีวิตรวมถึงรวมหลักฐานในสถานที่เกิดเหตุ
เมื่อถึงรุ่งเช้า ใต้ภูเขาหินมหึมาสิงห์ก็แบกร่างที่สะบักสะบอมออกมาจากใต้ซากนั้น
  รอบนี้เขาเป็นฝ่ายเสียหายย่อยยับ เขาพลาดท่ามันแล้ว
“รู้ตัวว่าทำไม่ได้ ทำไมต้องฝืนละ”
ซาตานในชุดเกราะหนังหมีมายืนด้านหลังเอ่ยขึ้นเบาๆ
สิงห์: “ผมแค่ป้องกันตัวจากระเบิด”
ซาตานแค่นเสียงในลำคอ
ซาตาน: “ถ้าเจ้าแค่ป้องกันตัว เขาแค่ใช้พลังหุ้มตัวก็พอ อย่าคิดโกหกเลยตัวแทนของข้า”
ร่างนั้นเดินก้าวขาหายและค่อยๆสลายเป็นกองขี้เถา
“จงคิดให้ดีว่าเจ้าควรทำอะไร”
เสียงซาตานพูดเบาๆที่ข้างหูคล้ายจะเตือนสติ
สิงห์กำหมัดแน่น 
เขาตวัดกำปันใส่แผนหินใหญ่ด้วยโทสะภายใน ทีเดียวมันก็ปริแตกออกเป็นรอยใหญ่ก่อนเขาจะสูดลมหายใจตั้งสติก่อนจะเดินออกจากจากที่นี่
ไม่กี่นาทีที่สิงห์จากไป ผนังหินนั้นก็แตกออกเผยให้เห็นพื้นที่สี่เหลี่ยมขนาดหลายเมตรคล้ายห้อง ที่มีกองหินน้อยๆอยู่ด้านใน มือสั่นเทาฝุดออกมาใต้หินก้อนน้อยๆ ยื่นไปทางที่มีแสงเข้ามาทางรอยแตก
“ช่วย ด้วย ชะ…”
เสียงอ่อนล้ามาจากด้านใน แน่นอนว่าย่อมไม่มีใครได้ยิน แต่เด็กหนุ่มที่กำลังเดินไปกับตำรวจกลับเห็นมือนั้นโบกไปมาอย่างอ่อนแรง
เด็กหนุ่มรีบชี้ไปที่มือนั้น ทั้งตำรวจ กู้ภัย ทหารพยาบาลรีบถลาเข้าไปช่วยเจ้าของมืออ่อนแรงนั้น
ในที่สุดรองถวิลก็รอดชีวิตออกมาพร้อมกับคนอีกหลายคนในนั้น
เนื้อหาถูกซ่อนเอาไว้ คุณต้องตอบกระทู้นี้ก่อน