สวัสดีอีกทีครับ จัดไปสองตอนรวดขอให้สนุกครับ
ตอนนี้เป็นตอนสุดท้านของ Ss2 นะครับ อยากรู้ว่ารีดเดอร์แต่ละคนชอบตอนไหนเป็นพิเศษครับ
ปล. มีซ่อนข้อความครับ
•••••••
ความเดิมตอนที่แล้ว
ริวกะโดนเมียทั้ง 3 รีดพิษไปอีกครั้งดูเหมืนว่ารอบนี้พี่มังกรซีดเป็นไก่เลย
และแล้วความลับของริวกะก็ถูกเฉลยส่วนหนึ่ง
นั่นก็คือในตัวของเขามีคำสาบราคะอยู่ถ้าอยู่ใกล้คนที่รักล่ะก็ เขาจะกลายเป็นสัตว์ที่กระหายในกามารมณ์
เมื่อรู้ความจริงพลอยกับคิราระก็เป๋เหมือนกัน อั้มจึงค่อยๆปรับๆค่อยๆจูน
จนทั้งสองหายเศร้าและเข้าใจชายคนรักมากขึ้น
แต่ในระหว่างที่สามคนกำลังคุยกันนั้นก็ได้มีแขกที่ไม่คิดว่าจะมาปรากฎตัวขึ้น
...............
ตอนที่ 34 : ความทรงจำที่กลับมาของ...
แล้วมันเกิดอะไรขึ้น ทำไมกระแตมาอยู่ที่นี่ล่ะ ว่าแล้วก็คงต้องขอย้อนกลับไปนิดหน่อย หลังจากที่ฮิคาริกลับไปแล้วและริวกะก็นอนหลับต่อนั่นเอง
ด้านเมียทั้ง 3 ทั้ง อั้ม คิราระ และ พลอยก็ได้ช่วยกันทำความสะอาดต่อแถมยังได้หน่วยปัดกวาดเพดาน อย่างคาไมทาจิทั้งสามมาช่วยอีก แบบนี้งานก็เสร็จไวเป็นธรรมดา หลังจากนั้นเธอทั้งสามก็มานั่งดื่มชาสมุนไพรของอั้ม มันช่วยให้สามคนผ่อนคลายได้ดีมากๆเลยล่ะ
ราวกับว่าความเหนื่อยล้าจากการทำความสะอาด และ จากกิจกรรมสำเร็จโทษนายมังกรเมื่อกี้ไม่ได้เกิดขึ้นเลย พี่อั้มและคิราระก็นั่งคุยกันเรื่องงานนู่นนี่นั่น ส่วนพลอยก็นั่งเล่นกับคาไมทาจิทั้งสาม จนกระทั้งเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
ตรืดดดดด ตรืดดดดด ตรืดดดดด
ในขณะที่สามสาวยังคงนั่งคุยกันอยู่นั้น ก็ได้มีเสียงเรียกเข้า ซึ่งต้นเสียงก็คือโทรษัพท์บ้านที่จะเอาไว้ใช้ติดต่อกับ Lobby คิราระจึงเดินไปรับสายทันที
[ คิราระ ] : สวัสดีค่ะ
[ ประชาสัมพันธ์ ] : สวัสดีค่ะ โทรฯจาก Lobby ค่ะ
[ คิราระ ] : ค่ะ คิราระรับสายค่ะ
[ ประชาสัมพันธ์ ] : สวัสดีค่ะ คุณคิราระ พอดีว่าตอนนี้มีแขกจะมาขอพบคุณอั้มน่ะค่ะ
[ คิราระ ] : หือ ? แขกมาขอพบพี่อั้ม งั้นสักครู่นะคะ พี่อั้มคะ มีคนมาขอพบค่ะ
คิราระได้ฟังเรื่องราวจากพนักงานโรงแรมแบ้ว จึงได้หันมาหาพี่สาวของเธอซึ่งกำลังนั่งพักอยู่ และพออั้มได้ยินดังนั้นจึงรีบลุกไปรับสายต่อทันที
[ อั้ม ] : สวัสดีค่ะ
[ ประชาสัมพันธ์ ] : คุณอั้มค่ะ มีแขกมาขอพบคุณอั้มค่ะ เธอแจ้งชื่อเอาไว้ว่าชื่อ ทิพนาถ พิทักษ์เทวา ค่ะ
[ อั้ม ] : อ๋ออ คุณกระแตเองเหรอ
[ ประชาสัมพันธ์ ] : จะให้ดิฉันตอบไปว่ายังไงดีคะ
[ อั้ม ] : อ๋อๆ ๆ ช่วยพาคุณกระแตไปที่เลาจ์รับรองทีนะคะ อีก 10 นาที อั้มจะลงไปค่ะ ฝากด้วยนะคะ
[ ประชาสัมพันธ์ ] : ได้ค่ะ คุณอั้ม
ตรืดด ตรืดด ตรืดดด[ คิราระ ] : ใครเหรอคะพี่อั้ม
[ อั้ม ] : คุณกระแตน่ะ เธอเป็นลูกสาวของคุณเวโรจน์น่ะ
[ พลอย ] : งืออ เวโรจน์ เวโรจน์ เวโรจน์ งืออ ชื่อคุ้นๆจัง
[ คิราระ ] : หืม ลูกสาวคุณเวโรจน์ที่เป็นหัวหน้าทีมวิศวกรเหรอคะ
พลอยที่มีอุปนิสัยที่ชื่นชอบคนทำงานเก่งเป็นทุนเดิม พอได้ยินว่าเป็นวิศวกร เธอก็ถึงกับตกใจแกมตื่นเต้นเลยล่ะ
[ พลอย ] : โห วิศวกรเลยเหรอคะ
[ คิราระ ] : ใช่ คุณกระแตเป็นหัวหน้าทีมวิศวกรฝ่ายพัฒนายานยนต์ของพิทักษ์เทวาเลยนะพลอย พี่เคยเจอบ่อยๆตอนเข้าบริษัท
[ พลอย ] : โห สุดยอดเลยเก่งจัง
[ คิราระ ] : อื้ม พี่ก็ชื่นชมนะ ทำงานได้เก่งมาก แถมลูกน้องใต้บังคับบัญชาก็เชื่อฟังดี แถมฝีมือก็ไม่ธรรมดาอีก
[ อั้ม ] : อื้มๆ นั่นแหละ เดี๋ยวพี่ลงไปข้างล่างแปปนะ อย่าลืมปลุกนายริวมากินมื้อเที่ยงล่ะ ทั้งสองคน
[ คิราระ ] : เง้อออ แย่แล้ว ยังไม่ได้เตรียมมือเที่ยงเลย แย่แล้ววว
[ พลอย ] : พลอยช่วยค่ะพี่คิราระ
สาวเมดนั้นดันลืมไปซะสนิทดลยว่านี่ก็ใกล้จะได้เวลามื้อเที่ยงแล้ว เธอเด้งตัวและเดินเข้าไปในครัวทันที โดยที่มีน้องสาวคนเล็กอย่างพลอยเข้าไปช่วยด้วย
อั้มทั้งขำทั้งเอ็นดูจริงๆ บทจะน่ารักก็น่ารัก บทจะเก่งก็เก่งเหลือเชื่อ แต่พอบทจะเอ๋อ ก็เด๋อจนพูดไม่ออก อั้มนั้นเตรียมแต่งตัวและเตรียมตัวเพื่อจะลงไปหากระแตทันที เพราะตอนนี้เธอก็อยู่ในชุดแม่บ้าน ถ้าลงไปในสภาพนี้ล่ะก็ คนคงมองตาเป็นมันแน่ๆ
•••• ณ. ข้างล่างคอนโด ••••
หลังจากที่รับคำสั่งของอั้มมาแล้ว ประชาสัมพันธ์คนนั้นก็เดินตรงไปหากระแต ที่กำลังนั่งรอคำตอบอยู่ที่โซฟาในส่วนของผู้ที่มาติดต่อนั่นเอง
[ ประชาสัมพันธ์ ] : ขออนุญาตค่ะ คุณทิพนาภ เดี๋ยวคุณอั้ม กำลังจะลงมาค่ะ รบกวนคุณทิพนาถตามดิฉันมาส่วนรับรอง VIP ด้วยค่ะ
[ กระแต ] : ค่ะ เอ่ออ ตรงนี้ยังไม่ vip อีกเหรอคะ ทั้งๆที่สวยมากๆแท้ๆ
[ ประชาสัมพันธ์ ] : ( ยิ้ม ) เชิญทางนี้ค่ะ
ประชาสัมธ์ก็คงแอบปลื้มแหละที่มีลูกค้าชมว่าสถานที่ทำงานของพวกเขานั้นสวยงาม แต่สิ่งที่จะเห็นนี่สิ่มะนยิ่งกว่างามเสียอีก ทันทีที่กระแตเดินตามประชาสัมพันธ์ไปได้แค่ไม่ถึง 100 ก้าว
เธอก็ต้องตกตะลึงกับเลาจ์ VIP ของที่นี่ เธอไม่สามารถอธิบายออกมาได้จริงๆว่าเธอควรรู้สึกยังไง ทั้งๆที่ดูเรียบง่าย แต่ก็หรูหรา ทั้งที่ดูธรรมดาแต่โคตรเพอร์เฟค ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างลงตัวมากๆ เหมาะที่จะคุยธุรกิจเป็นอย่างยิ่ง
และนี่เป็นโซน VIP ที่เป็นอภิสิทธิ์ของผู้อาศัยชั้น 10 เท่านั้น และแน่นอนว่าเมื่อรินเหมาชั้น 10 ทั้งหมดมูลค่ารวม 100 ล้านบาทไทย เลาจ์ VIP นี้จึงตกเป็นของพวกเขาไปโดยปริยาย และไม่มีผู้อาศัยคนไหนกล้าเถียงบ่น หรือ กล้าที่จะเข้าไปยุ่มย่าม เพราะส่วนมากผู้ที่ซื้อคอนโดที่นี่อยู่ 80% จะเป็นนักธุรกิจและเจ้าของกิจการใหญ่ๆ
และแน่นอนว่าไม่มีใครกล้า เอาเหตุผลงี่เง่าว่าอยากใช้บริการโซนวีไอพีบ้าง ไปหาเรื่องงัดกับ อิซานางิ กรุ๊ป แน่นอน แต่ใช่ว่าทางคอนโดฯจะใจดำนัก เพราะทางนิติบุคคลก็ได้จัดโซนสำหรับผู้พักอาศัยทั่วไป เพื่อไว้ให้บริหารเช่นกัน ถึงจะไม่หรูหราเท่ากับของเลาจ์ VIP แต่มันก็ดูดีกว่าโรงแรมทั่วไปหลายสิบเท่านัก
[ กระแต ] : เอ่ออ ดิฉันนั่งตรงโซฟาก็ได้ค่ะ
[ ประชาสัมพันธ์ ] : คุณอั้มเธอสั่งให้ดูแลรับรองคุณอย่างดีที่สุดค่ะ โซนนี้จะเป็นโซน VIP ค่ะ แต่ว่าถูกปรับเปลี่ยนนิดหน่อยตามความร้องการของคุณริน เหมาะแก่การคุยงานและธุรกิจที่ต้องการความเป็นส่วนตัวค่ะ แต่ว่าปกติโซนนี้จะเปิดแค่ตอนที่คุณรินแจ้งมาค่ะ
[ กระแต ] : อ้าว แล้วคุณอั้มไม่ลงมานั่งที่นี่เหรอคะ
[ ประชาสัมพันธ์ ] : มีบ้างค่ะ เพราะการเปิดใช้โซนนี้ ต้องใช้พนักงานดูแลสามคนในการดูแล คุณอั้มเธอบอกว่าไม่อยากจะรบกวนพนักงานน่ะค่ะ
พนักงานผู้นำทางอธิบายให้กระแตเข้าใจได้แบบง่ายๆ เพราะเลาจ์นี้จุดประสงค์ที่รินปรับปรุงคือ จะใช้เพื่อรับรองแขกและหุ้นส่วน เพราะฉะนั้นเขาจึงออกแบบให้มันดูเป็นทางการเหมาะกับการคุยธุรกิจ
และในทางกลับกันมันก็ให้ความรู้สึกสบายไม่กดดัน นั่นจึงทำให้เกือบ 85% ในการคุยธุรกิจ มักจะประสบผลดีเสมอ แต่ว่า....
[ กระแต ] : เอ่ออ เอ่อออ แล้วคุณริวกะล่ะค่ะ
[ ประชาสัมพันธ์ ] : ส่วนมากคุณริวจะพักอยู่ข้างบนค่ะ และคุณเขาจะชอบไปอยู่ที่ลานจอดรถค่ะ
[ กระแต ] : ลานจอดรถ ? เหรอคะ
[ ประชาสัมพันธ์ ] : ใช่ค่ะ ลานจอดรถ VIP 10 ถูกจัดตกแต่งให้เหมือนกับสวนสาธารณะค่ะ คุณริวจะชอบไปออกกำลังกายเป็นประจำ แถมยังใช่เวลาบางส่วนในการดูแลบำรุงรถของเขาด้วยค่ะ
[ กระแต ] : ค่ะ ( ยิ้ม )
ในขณะนั้นเองก็มีพนักงานคนหนึ่ง เดินมาด้วนท่าทีและกิริยาที่สง่ามากๆ เขานำน้ำดื่มเย็นๆมาบริการกระแต แต่มันไม่ใช่น้ำธรรมดา มันคือน้ำสมุนไพรสูตรของอั้มเอง
เพียงอึกแรกที่กลืนและไหลลงคอไป กระแตรู้สึกได้ถึงความสดชื่นที่อธิบายไม่ถูก มันทั้งอร่อย ทั้งหวาด ทั้งเปรี้ยว ทั้งสดชื่นมากๆ
[ ประชาสัมพันธ์ ] : เป็นน้ำสมุนไพรของคุณอั้มน่ะค่ะ เอาไว้เสิร์ฟให้ผู้มาติดต่อน่ะค่ะ
[ กระแต ] : อร่อยมากค่ะ สดชื่นมากๆเลย
ในขณะที่กระแตนั้นสาธยานถึงความอร่อยของน้ำสมุนไพรอยู่นั้น หมอสาวคนสวยในเสื้อยืดกางเกงขาสั้นก็เดินมาถึงพอดี
เธอแต่งตัวดูสบายๆ เพราะยังไงซะที่นี่ก็คือบ้าน อีกอย่างวันนี้ก็วันพักผ่อนด้วย แต่ดาเมจที่แผ่ออกมามันไม่ธรรมดาเลย อาจจะเกิน 9 พันด้วยซ้ำไป
[ อั้ม ] : ขอบคุณค่ะที่ช่วยดูแล แขกของอั้มให้
[ ประชาสัมพันธ์ ] : ด้วยความยินดีค่ะ ถ้าเช่นนั้น ดิฉันขอตัวนะคะ
[ อั้ม ] : ตามสบายค่ะ
หลังจากที่พนักงานเดินไป อั้มก็ตรงมาหากระแตทันที เธอแอบยิ้มเล็กน้อยเมื่อเหลือบไปเห็นน้ำสมุนไพรถูกดื่มจนหมดแก้ว
[ อั้ม ] : สวัสดีค่ะ คุณกระแต
[ กระแต ] : สวัสดีค่ะ คุณอั้ม เอ่อ เอ่อ
กระแตถึงกับอ้ำๆอึ้งๆเลย ย้อนกลับไปเมื่อวานหลังจากที่มิกเล่นพูดจี้ใจดำเรื่องที่เธอแอบชอบริวกะมานานมากแล้ว มิกยังพูดอีกว่าให้เธอหาโอกาสมาหาเขาซะ
[ กระแต ] : จะบ้าเหรอมิกกี้ จะทำแบบนั้นได้ยังไง ชั้นไม่ทำหรอก
[ มิกกี้ ] : ถ้าหากรักนี้ ไม่บอกไม่พูดไม่กล่าว แล้วเขาจะรู้ว่ารักรึเปล่า !!! เคยได้ยินเพลงนี้มะ นี่ฟังนะนังชะนีตัวน้อย
[ กระแต ] : อย่าเรียกแบบนั้นสิ่ !!!
[ มิกกี้ ] : ก็ได้ๆนังชะนีก็พอ
[ กระแต ] : โกรธแล้วนะมิกกี้ ฮึ !!!
[ มิกกี้ ] : โอ้ๆๆ อ่ะล้อเล่ง ฟังชั้นนะ ตอนนี้แกก็ประสบความสำเร็จขั้นนึงแล้ว แกก็ไปหาไปคุยกับเขาสิ่ นี่อะไร๊ หลบหน้าหลบตามาเป็น 10 ปี เพราะอยากทำตัวให้ไม่อายเขา แล้วพอสำเร็จกลับไม่กล้าไปหา ว๊ายยย
[ กระแต ] : แล้วถ้าเกิดคุณริวกะไม่ใช่คนๆนั้นที่ช่วยชั้นไว้เมื่อ 10 ปีก่อนล่ะ
[ มิกกี้ ] : อ่าว ยังไงเนี่ยกระแต ไหนบอกว่าอิซานางิ ริวกะ เคยช่วยแกไง
[ กระแต ] : ก็ ก็ มันเลือนลางไปหมดนี่นา ตอนนั้นชั้นเกือบจะสลบแล้ว แต่ก็จำได้ว่ามีคนเรียกเขาว่าริวกะนี่นา
[ มิกกี้ ] : โอย นี่นังชะนีกระแต ในโลกนี้มันไม่มีเด็ก 10 ขวบที่ไหน แบกผู้หญิงอายุ 16 วิ่งเข้าโรงพยาบาลหรอก แล้วอีกอย่าง แกคิดให้ดีๆ ว่าหลังจากที่เด็กคนนั้นช่วยแกแค่ไม่กี่เดือน ชีวิตแกเปลี่ยนไปยังไงมั่ง
กระแตคิดตามที่มิกกี้เพื่อนซี๊บอก ใช่หลังจากที่ถูกเด็กคนนั้นช่วยเหลือ เธอก็ได้รับโอกาส ได้รับชีวิตใหม่ในทันที เธอมีที่อยู่ใหม่ เธอยังมีพ่อบุญธรรม และที่สำคัญ
" ทุนการศึกษาจาก อิซานางิ กรุ๊ป "
เธอได้รับทุนการศึกษาจาก บริษัท อิซานางิ กรุ๊ป อีกด้วย นั่นจึงทำให้เธอระลึกเสมอมาว่าเด็กคนนั้นที่มาช่วยเธอคือ อิซานางิ ริวกะ แน่ๆ
[ กระแต ] : อือ รู้แล้ว
[ มิกกี้ ] : ถ้างั้นก็ได้เวลา " รุก " แล้วนังชะนีเพื่อนรัก พรุ่งนี้ไปหาเขาซะ
[ กระแต ] : บ้า มิกกี้ จะให้ไปหาเขาได้ไง แล้วจะเอาอะไรไปเป็นข้ออ้างล่ะ
[ มิกกี้ ] : โถๆ ๆ ๆ ๆ คุณวิศวกรหญิงแห่งพิทักษ์เทวา ก็คาเสะมารุหมายเลข2 นั่นไง ใช้เป็นข้ออ้างซะสิ่ อ้อๆๆ แล้วก็ให้ไปดูรถนะ ไม่ใช่ไป อ้อก อ้อก อ้อก
[ กระแต ] : หยุดเลยนะมิกกี้ พูดอะไรเนี่ย มันมากเกินไปแล้วนะ !!!
[ มิกกี้ ] : อะไรเนี่ย ชั้นบอกว่าอย่าไปอ้อกเหล็กโครงรถเพิ่มเชียวนะ รถมันสวยอยู่แล้วมนี่แกร้อนตัวอะไรเนี่ย แกจะอ้อก อะไรหรา
[ กระแต ] : หึ้ย !!! แถจนสีข้างถลอกหมดแบล้ว ฮึ๊ !!! เค๊าโกรธแล้วนะ
มิกกี้กับกระแตเถียงกันไปเถียงกันมา แม้ว่ากระแตจะขึ้นเสียงยังไง มิกกี้ก็ยังยิ้มได้เพราะเขารู้ว่าเพื่อนรักกำลังเขินหนัก และแล้ววันรุ่งขึ้นกระแตก็มายืนอยู่ที่หน้า Luxury Condo จนได้ เอ๊า !!! ไหนบอกไม่มาไงกระแต
-- ปัจจุบันที่คุยกับอั้ม --
[ กระแต ] : เอ่อ เอ่อ กระแตเอาเล่มทะเบียนรถมาให้น่ะค่ะ แล้วก็ใบขับขี่สากลค่ะ เอ่อ... เอ่อ... แล้วก็นี่ด้วยค่ะ ( ยื่นให้ )
[ อั้ม ] : ห่ะ หาา !!! ใบค่าปรับ ข้อหาใช้ความเร็วเกินที่กฏหมายกำหนด
อั้มถึงกับปวดหัวตุ้บๆเลย นี่นายริวไปขับรถแจ่งได้ไงเนี่ย ปกติแล้วนายริวไม่ใช่พวกทำทำผิดกฏจารจรนี่นา แต่นี่อะไรทำไมถูกแจ้งมาว่าขับรถในเมือง 160 km/h ล่ะเนี่ยยย
[ อั้ม ] : หึ้ม !!! ขับ 160 ในเมืองแบบนี้ได้ไง เดี๋ยวเถอะ
[ กระแต ] : เอ่อ วันศุกร์ที่คุณริวมารับรถไป ดูท่าทางร้อใจนมากๆเลยค่ะ พอสตาร์ทรถก็มุ่งหน้าไปทางพระรามเลย คงจะมีธุระจริงๆ คุณอั้มใจเย็นๆก่อนนะคะ
ผมนี่อยากจะ แหมมมมมมม ไปให้ถึงดาวอังคารจริงๆ มีปกป้องกันด้วยอ่ะหนูกระแต ส่วนสาวอั้มพอได้ยินกระแตบอกว่าวันศุกร์ และ ไปไปพระรามสาม เธอจึงนึกได้ทันทีว่านั่นคือวันที่นายริวไปช่วยเธอนี่นา
ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าหมอสาวคนสวยกำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เลยทีเดียว จ๊อกกก !!! ทันใดนั้นเสียงท้องร้องของกระแตก็ดังขึ้นมาทันที
แม่สาววิศวกรถึงกับหน้าแดงเลย อยู่ดีๆร่างกายก็ประท้วงขอข้าวกินซะแล้ว นั่นก็เพราะเมื่อเช้าคุณเธอตื่นเต้นจนกิรอะไรไม่ลงยังไงล่ะ
[ กระแต ] : เอ่อ จอโทษด้วยค่ะ สงสัยเมื่อเช้าดิฉันลืมทานมื้อเช้ามา
[ อั้ม ] : พอดีเลยค่ะ งั้นคุณกระแตมาทานมื้อเที่ยงด้วยกันไหมค่ะ
ทันทีที่รู้ว่ากระแตหิว อั้มก็เอ่ยปากชวนทันที ตอนนี้กระแตอึกๆอักๆ เสียบุคลิกภาพไปหมดแล้ว แต่อั้มก็ไม่ได้ถืออะไร เธอกลับเข้าใจดีว่าคนที่อายุยังน้อย แต่ต้องรับผิดชอบงานที่มากมายเกินมือ มันกดดันมากๆ
[ อั้ม ] : ถือซะว่า เป็นการขอบคุณที่อุสส่าห์เอาของมาให้นายริวนะคะ
กระแตเองก็อึกอักอึกอักอยู่นานพอดู ก่อนที่จะตัดสินใจรับคำเชิญของอั้ม สองหญิงสาวคนงามพากันเดินมาที่ Lobby ก่อน เพราะอั้มจำเป็นต้องแจ้งด้วยว่าพาใครขึ้นไปบนห้อง เพราะมันคือระเบียบการรักษาความปลอดภัยของคอนโดแห่งนี้นี่เอง
ติ๊ง !!! เสียงลิฟต์ดังขึ้นเตือนว่าตอนนี้พวกเธอทั้งสอง อยู่ที่ชั้น 10 แล้ว กระแตนั้นประหม่ามากๆ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอมาบ้านของ " เขา " คนที่เธอแอบเฝ้า แอบฝัน ว่าสักวันจะได้เจออีกครั้ง ทันทีที่เลี้ยวขวาเพื่อเข้าสู่ตัวบ้าน กระแตก็รู้สึกได้ทันที เธอรู้สึกว่าที่นี่เหมือนต่างโลกไม่มีผิด
การใช้โทนสี การออกแบบมันทำให้ดูกลายเป็นว่าที่นี่ไม่ใช่คอนโด แต่เป็นบ้านจริงๆ แอ๊ดดด !!! เสียงประตูดังขึ้น ทำให้สาวกระแตหลุดออกจากภวังค์ทันที
[ อั้ม ] : พลอย คิราระ วันนี้พวกเรามีแขกนะ ทำกับข้าวเพิ่มสักอย่างสองอย่างนะ
[ คิราระ ] : ค่ะ พี่อั้ม
[ พลอย ] : นี่ค่ะ น้ำดื่ม
สาวน้อยเมียคนเล็กของพี่มังกรนั้นรู้งานมากๆ เธอรีบหาน้ำเย็นๆมาต้อนรับแขกทันที และนี่เป็นครั้งแรกที่กระแตได้เผชิญหน้ากับรุ้งพลอยที่เป็นเจ้านายสูงสุดของพิทักษ์เทวา กระแตนั้นถึงกับตัวสั่นไปหมด ประหม่าไปหมด มันเกิดอะไรขึ้นนะ
หรือว่ามันเป็นเพราะคำที่พ่อของเธอ ( เวตาล ) เคยบอกเอาไว้ว่า กระแตจะรู้ด้วยตัวเองว่า คุณหนูรุ้งพลอยมีอำนาจเพียงใด และตอนนี้กระแตก็รู้ได้แล้วว่าสิ่งที่พ่อของเธอพูดไว้ มันคืออะไร
ปุ้ป !!! ฝ่ามือนิ่มๆสัมผัสไปที่ฝ่ามือของกระแตที่กำลังดูตื่นกลัว มันคือมือของพลอยนั่นเอง เธอยิ้มให้กระแตที่ไม่เคยพบเจอกันมาก่อนและพูดออกไป
[ พลอย ] : ตามสบายนะคะ คิดซะว่าที่นี้คือบ้าน นะคะ
[ กระแต ] : ข่ะ ข่ะ คุณหนู ( พูดเบามากๆ )
รุ้งพลอยยิ้มให้กระแตที่ตอนนี้กำลังประหม่าเป็นอย่างมาก พลอยนั้นรีบเดินกลับไปที่ห้องครัวทันที โดนที่ไม่รู้เลยว่ากระแตมองตามหลังเธอตาไม่กระพริบ
บอกไปใครจะเชื่อว่าคำแค่ประโยคเดียวที่พลอยพูดออกมา มันทำให้อาการประหม่านั้นหายไปหมดเลย จากที่ตัวสั่นๆก็กลับมาเป็นปกติ ราวกับว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นกับตัวเธอ
แต่ในระหว่างนั้นก็มีบางอย่างกำลังเคลื่อนไหว ดุ๊ก ดิ๊ก ดุ๊ก ดิ๊ก ดุ๊ก ดิ๊ก ไปๆมาๆจนกระแตต้องชะเง้อมอง
[ กระแต ] : งื๊ออออ วีเซิล
ใช่แล้ว สิ่งที่กระแตเห็นคือตัววีเซิล หรือเจ้าคาไมทาจินั่นเอง ทั้งสามยังไม่ได้ตามฮิคาริกลับไป โดยอ้างไปว่านานๆจะได้ออกมาเจอรุ้งพลอยสักที เลยขออยู่ต่ออีกหน่อย
[ กระแต ] : คุ คุณอั้มคะ คุณอั้มเลี้ยงวีเซิลด้วยเหรอคะ
[ อั้ม ] : หะ หาา ? ( คิดในใจ อ๋อคาไมทาจิสิ่นะ ) อ๋อค่ะๆ
[ กระแต ] : เอ่อ.. เอ่อ.. เอ่อ...
กระแตพูดไป มองไป พูดไป ชะเง้อไป จนเสียบุคลิกเลยทีเดียว อั้มมองแค่ปร๊าดเดียวก็รู้ได้ทันที ว่านี่มันอาการของคนรักสัตว์จนเสียอาการ
ก็นะถึงจะเก่งยังไง ตัวกระแตเองก็เป็นผู้หญิง ยังไงซะเธอก็ต้องมีมุมที่หวานๆแบบนี้บ้างแหละนะ
[ อั้ม ] : อิทาจิ นิทาจิ ซันทาจิ มานี่หน่อย
ดุ๊ก ดิ๊ก ดุ๊ก ดิ๊ก สามปีศาจพังพอนเมื่อได้ยินอั้มเรียก ก็เตรียมจะเหาะเข้าไปหา แต่ว่าแว๊ปนึงพวกมันนึกได้ว่าตอนนี้มีแขก
พวกมันสามพี่น้องจึงต้องวิ่งด้วยขาสั้นๆของพวกมันไปหาอั้มแทน เจอภาพแบบนี้เข้าไป กระแตแทบจะเป็นลม อะไรจะน่ารักปานนี้
[ กระแต ]. : งือ มีชื่อด้วยเหรอคะ แถมยังมาตามเสียงเรียกได้ด้วย ฉลาดมากๆเลย
[ อั้ม ] : ตัวนี้ที่มีริบบิ้นผู้แขนเป็นพี่สาวตัวโต ชื่อ อิทาจิ ส่วนตัวขนสีน้ำตาลตัวนี้น้องชายตัวรองชื่อ นิทาจิ ส่วนเจ้าตัวนี้ชื่อ ซันทาจิ เป็นน้องคนสุดท้องน่ะ
[ กระแต ] : ค่ะ
กระแตนตอบไปสั้นๆเท่านั้นและจ้องไปที่คาไมทาจิทั้งสามด้วยสายตาที่แวววาวราวกระจก แต่แปปเดียวสายตาเธอก็เปลี่ยนไปกลายเป็น " ระแวง " เพราะยังไงซะนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เธอมาที่นี่ เธออาจจะถูกมันกัดเอาก็ได้
มั่บ !!! มั่บ !!! ระหว่างที่กระแตกำลังเกิดอาการประหม่านั้น เจ้านิทาจิ และ ซันทาจิ ก็ได้เข้าไปคว้าที่มือของกระแต ด้วยอุ้งมือเล็กๆของพวกมัน ( ร้ายนะพวกเอ็ง ) จากนั้นทั้งสองก็คลอเคลียที่มือของสาวกระแตด้วยขนนุ่มๆของพวกมัน จนเธอถึงกับยิ้มไม่หุบเลย
[ อั้ม ] : เจ้าพวกนี้สัมผัสได้ค่ะ ว่าใครเป็นคนดี ใครคิดดี ใครไว้ใจได้ ใครควรอยู่ห่าง การที่เจ้าสองตัวนี้ยอมให้คุณกระแตสัมผัสได้ ก็แสดงว่าพวกมันไว้ใจคุณกระแตค่ะ
[ กระแต ] : ค่ะ ขนนุ่มจังเลย แหะๆๆ กระแตเคยเลี้ยงกระรอกเหมือนกันค่ะ แต่.... แต่ตอนที่รถชนพวกมันก็ตายไปหมดเลย
กระแตเผลอพูดเรื่องน่าเศร้าออกมาจนได้ เมื่อก่อนเธอก็เคยเลี้ยงกระรอกนะ น่ารักมากๆด้วย แต่พวกมันก็ได้ตามไปพร้อมกับพ่อและแม่ของเธอ สีหน้าของกระแตดูเศร้าหมองลงทันทีที่เผลอนึกถึงเรื่องนี้ แต่ทันใดนั้น อิทาจิ พี่สาวคนโตก็ได้วิ่งไต่ๆๆๆๆ ไปตามแขนและขึ้นไปที่หัวไหล่
มันเอามือเล็กๆของมันปาดไปมาๆ ที่ใบหน้าของกระแต สิ่งที่เธอได้รับจากมือเล็กๆนั้นคือความอบอุ่นที่มากมายเหลือคณานับ สีหน้าเธอดีขึ้นอย่างชัดเจน เธอมองมายังเบื้องหน้าก็พบกับคาไมทาจิทั้งสามที่ยืนมองเธออยู่ กระแตยิ้มให้พวกมันอย่างอบอุ่น ก่อนที่ทั้งสามจะวิ่งไปหาพลอยเช่นเดิม
[ อิทาจิ ] : นางไม่ใช่มนุษย์เหรอ ทำไมกลิ่นนางดูแปลกๆ แถมนางยังมีอะไรบางอย่างคล้ายๆนายหญิงรุ้งพลอยด้วย
[ นิทาจิ ] : นางน่าจะเป็นมนุษย์ครับท่านพี่ แต่ข้าก็รู้สึกแปลกๆเช่นกันครับ
[ ซันทาจิ ] : แต่ยังไงซะถ้านางสามารถผ่านเขตอาคมหน้าลิฟต์มาได้ แสดงว่านางไม่ใช่ศัตรูนะขอรับ พวกเราไม่ค่อยได้ออกมาข้างนอกกันเลย อาจจะไม่ค่อยได้รู้อะไรมากก็ได้นะขอรับ
[ อิทาจิ ] : ช่างเถอะ ตราบใดที่นางไม่ทำให้นายหญิงรุ้งพลอยต้องลำบาก ก็ไม่มีอะไรต้องคิดมาก แต่ถ้าเมื่อไรนางทำให้นายหญิงรุ้งพลอยต้องตกอยู่ในที่นั่งลำบาก ข้าไม่ปล่อยนางแน่
[ นิทาจิ ] : ใจเย็นขอรับท่านพี่ ข้าสัมผัสได้เมื่อกี้ ว่านางคนที่ชื่อกระแตนั่น มีความจงรักภักดีต่อนายหญิงรุ้งพลอยมากๆเลยนะขอรับ จิตของนางมีบางอย่างคล้ายๆกับนายหญิงรุ้งพลอยอย่างที่ซันทาจิบอกจริงๆ
[ ซันทาจิ ] : เรื่องนี้กลับไปที่บ้านใหญ่พวกเราค่อยคุยกันเถอะขอรับท่านพี่ทั้งสอง ตอนนี้ไปหานายหญิงกันเถอะขอรับ
คาไมทาจิทั้งสามสื่อสารกันผ่านจิตในขณะกำลังวิ่งไปหารุ้งพลอย นายหญิงที่รักของพวกมัน ดูเหมือนว่าทั้งสามกำลังสงสัยอะไรบางอย่างในตัวกระแต
แต่ไม่นานพวกมันทั้งสามก็ตกลงว่าจะคุยเรื่องนี้กันที่หลังและวิ่งดุ๊กดิ๊กไปหาพลอยทันที ซึ่งดูเหมือนว่าทั้ง นิทาจิ และ ซันทาจิ จะทนต่อกลิ่นหอมๆ ของคล็อกเก้ ไม่ไหวและพุ่งหลาวชายเข้าไปทันที
[ พลอย ] : อ๊า !!! นิทาจิ ซันทาจิ ห้ามกินนะ รอกินพร้อมกันสิ่ อิทาจิ จัดการเลย
เสียงที่น่ารักสดใสของพลอยดังขึ้นมาจากในครัว ทำให้อั้มและกระแตต่างก็พากันมองด้วยรอยยิ้มที่มุมปากเล็กๆ
[ กระแต ] : เอ่อ... คุณอั้มคะ รบกวนขอใช้ห้องน้ำหน่อยได้ไหมคะ
[ อั้ม ] : ได้ค่ะๆๆ เดินไปทางขวาและก็ตรงไปเลยค่ะ ห้องน้ำอยู่ซ้ายมือนิดๆ
[ กระแต ] : ค่ะๆๆๆ
กระแตเดินออกไปตามทางที่อั้มบอกทันที ถามว่าจำได้มั้ย ก็ไม่ แต่เธอก็เดินไปทั้งแบบนั้นเพราะคิดว่าคงจะเจอได้ไม่ยาก แต่ว่า....
[ กระแต ] : นี่มันเขาวงกต หรือไง เนี่ยยยยยยยยยย
กระแตถึงกับแอบคิดในใจ ทำไมมันดูกว้างแบบนี้นะ เธอพยายามตั้งสติและเดินตามทางที่อั้มบอก ระหว่างทางนั้นกระแตเหมือนกับหลุดไปอีกโลกเลย มันเหมือนว่าเธอไม่ได้อยู่ภายในสิ่งปูกสร้างที่ทำจากคอนกรีต เพราะอะไรน่ะเหรอ
เพราะภาพที่เธอเห็นมันเป็นการต่อเติมด้วยไม้ล้วนๆ ตลอดทางเดินไม่มีมุมไหนที่มองแล้วดูเหมือนคอนโดเลย มันเหมือนบ้านจริงๆ นั่นเพราะกระแตเผลอเดินเข้ามาในเขตที่พักของริวกะแล้วนั่นเอง ( บังเอิ๊ญบังเอิญ )
[ กระแต ] : อ๊ะ เจอแล้ว !!!
กระแตอุทานออกมา เพราะในที่สุดเธอก็เจอห้องน้ำเสียที เธอตั้งใจที่จะมาจัดแจงเสื้อผ้า หน้าผม ให้มันดูดีกว่านี้ เพราะว่าอีกไม่กี่นาที คุณริวกะต้องมาทานข้าวด้วยแน่ๆ
แต่ว่าพอเธอเปิดประตูเข้าไป สิ่งเธอเห็นกลับไม่เป็นอย่างที่หวัง เธอคิดว่าจะเพียงห้องน้ำที่มันมีขนาดใหญ่ตามราคาคอนโด แต่ไม่เลย สิ่งที่เธอเห็นมันคือ
[ กระแต ] : ออนเซ็น ออนเซ็นในคอนโดเนี่ย นะ โหยยย
ใช่ครับพี่น๊องงงง นี่คือห้องออนเซ็นบ่อแช่น้ำอุ่น แน่นอนว่าคนที่รีเควสห้องนี้คือ อิซานางิ มิไร นั่นเอง เธอต้องการผ่อนคลาย เวลามาทำงานที่ไทย และอยากใช้เวลากับน้องๆทั้งสองคือ คิราระและอั้ม ซึ่งคิราระก็ชอบมากกกก เพราะเหมือนว่าได้กลับไปญี่ปุ่นเลย
และในขณะที่กระแตวิศวกรคนสวยกำลังอึ้งอยู่นั้น เสียงประตูก็ดึงขั้นและเมื่อเธอหันกลับไปมองก็พบกับ อิซานางิ ริวกะ นั่นเอง เธอถึงกับตกใจและเมื่อมองไปยังตัวของชายหนุ่มที่กำลังยืนมึนๆอยู่ กระแตก็ถึงกับเพ้อออกมาว่า
แสดงรูปภาพเฉพาะสมาชิกเท่านั้น
-ปัจจุบัน –
[ ริวกะ ] : คุณกระแต ไหงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะครับ
[ กระแต ] : เอ่อ.... พอดีผ่านมาแถวนี้ ดิฉันเลยเอาเอกสารของคาเสะมารุหมายเลข 2 มาให้น่ะค่ะ
[ ริวกะ ] : อ๋อครับๆ เฮ้ย !!!
ดูเหมือนว่าริวกะจะรู้ตัวว่าตอนนี้เขากำลังทำตัวชิลล์มากๆ จนพึ่งนึกได้ว่าตอนนี้เขามีแขกนี่นา
[ ริวกะ ] : เอ่อ ๆ คุณกระแตทำธุระได้เลยนะครับ เดี๋ยวผมไปใช้ห้องน้ำอีกห้องเอา
ปั้ง !!! ริวกะพูดจบก็เดินออกไปทันที ส่วนกระแตก็ถอนหายใจดัง ฟู่ววว
[ กระแต ] : เกือบเสียอาการแล้วสิ่เรา
กระแตบ่นกับตัวเอง ก่อนที่จะเดินหากระจกและจัดตกแต่งเสื้อผ้าหน้าผมจนเรียบร้อย 5 นาทีผ่านไป กระแตก็เดินกลับมาที่ห้องทานข้าว และก็พบว่าอาหารถูกจัดวางอย่างเรียบร้อย
หมูทอดทงคัสสึ ซุปหม้อไฟนาเบะ เกี๊ยวซ่า และ คล็อกเก้ ถูกจัดวางราวกับร้านอาหารญี่ปุ่นแท้ๆ แน่นอนว่าระดับฝีมือคิราระและต้องไม่ธรรมดาแถมยังได้พลอยมาเป็นลูกมืออีก บอกได้เลย โออิชี่
[ อั้ม ] : ใช้ภาษาอังกฤษพูดกันเนอะ คิราระจะได้พูดได้สะดวกด้วย
[ คิราระ ] : ภาษาไทยก็ได้ค่ะพี่อั้ม ลำบากคุณกระแตเปล่าๆ
[ กระแต ] : ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันจะได้ฝึกภาษาไปในตัวด้วยเลย
กระแตพูดไปแล้วก็แอบเหล่มองคุณหนูรุ้งพลอยของเธอนิดๆ แม้ว่ากระแตจะรับรู้เรื่องราวของคุณหนูมาบางส่วนจากเวตาล แต่เธอก็ยังกังวลและเป็นห่วงว่าพลอยจะพูดภาษาอังกฤษได้คล่องหรือเปล่า แต่ว่าไม่นานข้อสงสัยของเธอก็หายไป
คุณหนูรุ้งพลอยของเธอนั้นพูดภาษาอังกฤษคล่องปร๋อเลย ไวยากรณ์ บริบท ต่างๆก็เป๊ะเวอร์ จนเธอรู้สึกอึ้งไปเลย ไม่นานนักริวกะก็เข้ามา ไอ้หนุ่มมังกรมาในชุดกางเกงขาสามส่วน และ เสื้อยืดกึ่งทางการ หล่อเหลือเกินพ่อเอ้ย
แต่การที่เขากลัวว่าแขกจะรอนานจึงทำให้พี่แกรีบมาจนลืมจัดทรงผม ทำให้หัวของริวยังคงไม่เข้าทรงและกระเจิงยังกับหัวนกโจโกะโบะเลยล่ะ
[ คิราระ ] : โหย ผมยาวอีกแล้วนะเจ้าคะนายน้อย
[ ริวกะ ] : หน่านี๊ !!! เรียกชั้นว่านายน้อยงั้นเหรอ ด๊ายยย
[ คิราระ ] : เง้ออ เดี๋ยวสิ่ทำไมโกรธล่ะ คุณอั้มช่วยด้วยค่ะ
[ อั้ม ] : อื้ม !!! เรียกคุณอั้มงั้นเหรอ เอาไงดีนายริว เราจะทำยังไงกับคุณคิราระดี
[ ริวกะ ] : อื้ม ( แกล้งหยิบโทรศัพท์ ) ฮัลโหล รินนะเหรอ ช่วยจองตั๋วให้ชั้นที คิราระจะกลับญี่ปุ่น
[ คิราระ ] : ไม่นะ ไม่เอาไม่กลับ พลอยช่วยพี่ด้วยสิ่
[ พลอย ] : ได้ค่ะ งั้นพลอยช่วยพี่คิราระเก็บกระเป๋าเลยนะคะ
[ คิราระ ] : เง้อออ ไม่น๊า !!!
คิราระเหวอเลยทำไมทั้งสามคนถึงเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยแบบนี้ล่ะ คิราระหันหน้าไปหาคุณกระแต แต่เธอก็หันหน้าหนีทันทีแถมยังยกแก้วน้ำขึ้นดื่มหน้าตาเฉยๆ
คิราระพยายามอธิบายให้ริวกะฟังว่าตอนนี้บ้านเรามีแขก เธอก็ควรทำตัวให้เป็นทางการอยู่แล้ว แต่พี่อั้มกลับพูดมาว่า
[ อั้ม ] : ที่นี่คือบ้านนะคิราระ จะทำตัวเป็นทางการไปทำไม
คิราระนั้นหน้าจ๋อยเลยก็ว่าได้ แต่พลอยก็กระโจนไปกอดคอและบอกกับเธอไปว่า นี่คือบ้านของเรานะคะ ทุกคนเท่าเทียมกันหมด คำพูดของพลอยเหมือนเป็นหมัดขวาตรงอัดเข้าหน้าของคิราระทันที
และไม่นานนักพลอยและพี่อั้มก็พากันลุกขึ้นมาโอ๋คิราระทันที ตามด้วยคาไมทาจิที่หยุดกินคล็อกเก้ พวกมันทั้งสามวิ่งเข้ามากระโดดหาคิราระพร้อมกับตะกุยๆๆๆ แถมยังช่วยปาดน้ำตาอีกด้วย ยกเว้นแต่ริวกะที่ยังคงคุยโทรศัพท์อย่างจริงจัง
[ ริวกะ ] : อื้มๆ งั้นอีก 2 อาทิตย์จองตั๋วให้ชั้นด้วยนะรินนะ ขอบใจมาก
[ รินนะ ] : ค่ะ เจ้านาย
หลังจากที่ปลายสายตอบกลับมา คิราระก็หน้าซีดทันที นี่จะโดนส่งกลับญี่ปุ่นจริงๆเหรอ ริวกะเองพอเห็นหน้าคิราระแล้ว ก็ถึงกับหลุดหัวเราะออกมา จนเธอต้องมองด้วยสายตาที่งอนเอามากๆ
[ คิราระ ] : ริวกะใจร้าย จะส่งกลับจริงๆเหรอ
[ ริวกะ ] : เปล่าๆ
[ คิราระ ] : เปล่าอะไร ก็คุยกับคุณรินนะอยู่เห็นๆเลย ได้ยินเต็มหูเลยด้วย
[ ริวกะ ] : ชั้นให้รินนะจองตั๋วให้ เพราะอีก 2 อาทิตย์ต้องกลับญี่ปุ่นไปประชุมงาน
ริวกะก็ได้อธิบายเรื่องราวให้ฟังทั้งหมด เกี่ยวกับการขับไล่บริษัทแสงโรจน์ ของอาไอ้เพียวออกจากเครือไตรภาคี ซึ่งกระแตเองก็ช่วยอธิบายให้คิราระกับพลอยฟังได้ดีมากๆ แหม ๆ ๆ สมกับเป็นเมียใหม่ เอ้ย !!! สมกับเป็นลูกสาวท่านประธาน
[ อั้ม ] : เอาเถอะ เรื่องงานไว้คุยกันทีหลังทานข้าวกันเถอะ พวกเจ้าทั้งสามกลับเข้าไปกินในครัวก่อนนะ
[ คาไมทาจิ ] : จี๊ด ๆ ๆ ๆ ๆ
คาไมทาจิตอบกลับ จี๊ดๆๆๆ แทนการพูด เพราะกระแตก็มองอยู่ กระแตนี้แทบคลั่งเลยเจอภาพน่ารักแบบนี้ หลังจากพวกมันทั้งสามวิ่งดุ๊กดิ๊กๆๆไปในครัว อั้มก็เริ่มนำกล่าวคำขอบคุณอาหารและเริ่มทานกันทันที
เพียงคำแรกที่กระแตกัดลงไป เธอก็ยิ้มเลย มันอร่อยมาก อร่อยๆจริงๆ อร่อยไม่แพ้ร้านอาหารญี่ปุ่นที่เธอเคยไปกินเลย คำชมถูกพูดออกมาไม่หยุดจนคิราระกับพลอยยิ้มแก้มปริ ส่วนตัวพลอยเองก็เช่นกัน เธอชอบหม้อไฟนาเบะมากๆ
ส่วนตัวและเธอชอบกินผักกับเต้าหู้มากๆ ยิ่งเจอหม้อไฟแบบนี้ถือว่าตอบโจทย์จริงๆ ส่วนริวกะน่ะเหรอ เมียทำอะไรให้พี่แกกินได้หมด เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าคิราระกับพลอยทำอาหารเก่งมากจริงๆ บรรยากาศบนโต๊ะอาหารนั้นอบอุ่นมากๆ
ริวกะถูกพี่อั้มเนรเทศให้ไปนั่งหัวโต๊ะ เพราะจะได้ไม่ต้องแย่งว่าใครจะได้นั้งใกล้ริวกะ ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่ได้ว่าอะไร กระแตเองตอนแรกก็เกร็งๆ แต่หลังจากถูกปฏิบัติอย่างเป็นกันเอง เธอจึงผ่อนคลายได้เยอะ เธอรู้สึกว่าที่นี่อบอุ่นมากๆ และอยากจะมาอีกจริงๆ
จนผ่านไปเกือบ 40 นาที มื้ออาหารก็ได้จบลง ทั้ง 4 คนก็ช่วยกันเก็บจาน โดยกระแตก็จะช่วยด้วย แต่พลอยก็บอกว่าจะให้แขกมาช่วยได้ไง เธอจึงจำใจไปนั่งที่ห้องรับแขกโดยปริยาย กระแตเดินดูไปเรื่อยๆ จนไปสะดุดตากับภาพๆหนึ่ง
เป็นภาพเด็กชายตัวจ้อยในชุดคาราเตะ ดูเหมือนว่าเขาจะร้องไห้งอแงเหมือนว่าไม่อยากซ้อมเลยจริงๆ และอีกภาพหนึ่งเป็นภาพของริวกะที่ดูหน้าเด็กกว่าตอนนี้นิดนึง เขายืนถ่ายรูปคู่กับคิราระที่ใส่ชุดคาราเตะอยู่เช่นกัน และสิ่งที่กระแตสังเกตเห็นคือ
เสื้อคาราเต้ของริวกะและเด็กคนนั้นปักอักษรคันจิเหมือนกันและแตกต่างจากคนอื่นๆทั้งสองภาพ งั้นแสดงว่าเด็กชายคนนั้นกับริวกะคือคนๆเดียวกันงั้นสิ่นะ กระแตมองภาพไปก็ยิ้มไม่หุบเลย แต่มันจะภาพๆหนึ่งที่ริวกะอยู่ในชุดกิโมโนสีดำของผู้ชาย และที่เอวก็เหน็บดาบคาตานะอยู่ 2 เล่ม อีกทั้งรอบๆกายเขาก็ยังมีชายอีก 3 คนที่ท่าทางดูดุดันไม่ต่างจากเขา
แต่ระหว่างนั้นอั้ม คิราระ และ พลอยก็เดินเข้ามาพอดี ทำให้กระแตได้แต่สงสัยว่าทำไมริวกะถึงแต่งตัวแบบนั้น
[ กระแต ] : ห้องสวยมากๆเลยค่ะ
[ คิราระ ] : สงสัยคนออกแบบได้ยินแบบนี้ คงต้องยิ้มแน่ๆเลยค่ะ
[ กระแต ] : ใครออกแบบเหรอคะ
ณ. ญี่ปุ่น บ้านใหญ่อิซานางิ
[ กัปปะ ] : ฮัดชิ้ววววว
[ โคฮาคุ ] : เจ้าเป็นหวัดงั้นเหรอ กัปปะ
[ กัปปะ ] : ไม่หรอก ข้าเป็นหวัดครั้งสุดท้ายเมื่อ 400 ปีก่อน คงไม่ใช่แล้วล่ะมั้ง
[ โคฮาคะ ] : นั่นน่ะสิ่ ว่าแต่เจ้าแน่ใจนะว่าจะไม่ไปหุบเขาวาตะกับข้าน่ะ
[ กัปปะ ] : ไม่ไปหรอก ว่าแต่เจ้าเถอะ ทำไมถึงไม่ตามซึบาสะมารุไปเลยล่ะ
[ โคฮาคุ ] : ข้าอยากอยู่ให้แน่ใจว่าจะ ไม่มีเหตุอะไรเกิดขึ้นน่ะสิ่ เพราะข้าก็ไปตั้งเกือบครึ่งเดือนเชียวนะ
[ กัปปะ ] : เอาเถอะ ยังไงซะที่นี่ก็คงไม่มีปัญหาอะไร แถมตอนนี้ท่านนูระริเฮียงก็มาพำนักที่นี่ด้วย ไม่น่ามีปัญหาอะไรหรอก
[ โคฮาคุ ] : อื้มๆๆ แต่ยังไงข้าก็คงไปพรุ่งนี้อยู่ดีแหละ
ณ. ไทยในปัจจุบัน
ตกลงว่ากัปปะเป็นคนออกแบบห้องนี้งั้นเหรอ แม่จ้าวเป็นไปได้อย่างไร คิราระไม่ได้ตอบว่าใครออกแบบ แต่ก็ยิ้มๆไป แน่นอนว่าหลังจากอาหาร มันคือเวลาเม้ามอยส์สารพัดเรื่องของเหล่าสาวๆ
จากที่แรกๆ คิราระและพลอยพูดคุยกันแค่สองคน อั้มก็เข้ามาร่วมวงด้วย และพอนานๆไปกระแตก็อดใจไม่ไหวเข้าร่วมวงสนทนาทันที ตอนนี้ดูเหมือนว่าเธอจะไม่เขินอายแล้วล่ะ
แต่ระหว่างที่คุยกันนั้นก็ได้มีโทรศัพท์ดังขึ้น พลอยจึงอาสาไปรับสาย แกร๊ก !!! หลังจากที่คุยได้แปปเดียวพลอยก็วางสายและรีบเดินไปทางประตูทันที เพราะดูเหมือนว่าจะมีแขกคนพิเศษมาอีกแล้ว
[ พิกุล ] : อ้าว บ้านนี้มีแขกเหรอเนี่ย
คนที่มานั้นคือพิกุลนั่นเอง แน่นอนว่าเธอมาเพื่อรับพลอยกลับบ้าน แต่ดูเหมือนว่าการมาของพิกุลจะทำให้ใครบางคนเสียอาการมากๆ
[ กระแต ] : คุ คุ คุณพิกุลสวัสดีค่ะ
[ พิกุล ] : อ้าว หนูกระแต อยู่นี่ได้ไงเนี่ย
[ กระแต ] : ขะ ขะ ขะ คือ คือ ดิฉันเอาเอกสารของคาเสะมารุ มาให้คุณริวค่ะ
วิศวกรสาวมั่นถึงกับไปไม่เป็นเลย เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ประจันหน้ากับ พิกุล ผ่องเพทาย แบบนี้เป็นครั้งแรก ปกติแล้วเธอจะคอยช่วยคุณพ่อเวตาลจดบันทึกรายละเอียดเท่านั้น
และถึงแม้เวตาลหรือเวโรจน์จะมีตำแหน่งประธานบริษัททัดเทียมกับพิกุล แต่ท่าทาง กิริยา ภาษา และแววตาที่เวตาลปฏิบัติต่อพิกุล มันช่างดูนอบน้อม ยำเกรง และภักดีเป็นอย่างมาก นั่นจึงทำให้กระแตรู้ได้ทันที ว่าคุณพิกุลยิ่งใหญ่กว่าที่เห็นจริงๆ
นั่นจึงไม่แปลกใจที่เธอจะตัวสั่นงั่กๆๆ เพราะตอนนี้คุณพิกุลได้ยืนต่อหน้าเธอห่างกันไม่ถึง 10 เซนติเมตรด้วยซ้ำ จริงอยู่ว่าตอนทำงาน กระแตจะเป็นผู้หญิงมั่นเป็นผู้หญิงแกร่ง ผู้หญิงเก่งแบบเดียวกับมิไร ตัวเธอเองก็ผ่านวิกฤตการทำงาน ผ่านแรงกดดันมามากมาย ทำให้เธอสามารถรับมือกับงานที่ยากและกดดันได้เป็นอย่างดี
แต่ตอนนี้มันแตกต่างไปโดยสิ้นเชิง มันไม่ใช่การทำงาน มันไม่ใช่การเผชิญหน้ากับความกดดัน แต่สิ่งที่กระแตเผชิญอยู่นี้ มันคือตัวตนที่ยิ่งใหญ่จนกระแตมิอาจจะหยั่งถึงได้ มั่บ !!! แต่ว่าในระหว่างนั้น ก็ได้มีมือเล็กๆมาแตะที่มือของกระแต เพียงแค่แตะเท่านั้นเธอก็รู้สึกว่าความกดดันนั้นหายไปหมดเลย
[ พลอย ] : ไม่เป็นอะไรนะคะคุณกระแต
[ กระแต ] : ขะ ขะ ค่ะคุณหนู
[ พลอย ] : หืม อะไรนะคะ
[ กระแต ] : เปล่าค่ะ เปล่าๆๆ
กระแตเผลอเรียกพลอยว่าคุณหนูออกไป ซึ่งพิกุลที่อยู่ด้วยก็เข้าใจได้ไม่ยากแหละ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา เวลตาลเพียรเฝ้าสั่งสอนกระแต ทั้งวิชาความรู้ ทั้งความรู้รอบตัว และ ความภักดี เขาจะบอกกระแตเสมอว่า จงรักรุ้งพลอยเท่าชีวิตตนเอง ซึ่งกระแตเองก็ทำแบบนั้นมาตลอด
แม้จะไม่เคยเจอกันสักครั้ง แต่พิกุลก็รับรู้ได้ด้วยหัวใจว่ากระแตนั้นเคารพรุ้งพลอยมากจริงๆ อาจจะเป็นเพราะเลือดของเวตาลที่มีอยู่ในตัวกระแต แม้จะนิดเดียวก็เถอะ แต่โลหิตเพียงไม่กี่หยดนั้นคงส่งต่อปณิธานอันแรงกล้าจากเวตาลสู่กระแตแน่ๆ
[ พลอย ] : ไม่ต้องเกร็งค่ะ ทำตัวสบายๆ ตอนนี้ไม่ใช่เวลางานนะ วันนี้วันหยุด งานก็ควรหยุดด้วย ต้องรบกวนให้คุณกระแตเอาเอกสารสำคัญมาให้ในวันหยุด ริวนี่ไม่ไหวเลยนะ
[ ริว ] : อ้าวไหงงั้นล่ะ
[ อั้ม ] : แล้วนี่ดูสิ่ มีใบสั่งมาด้วย เฮ้อ แย่นะนายริว
[ ริว ] : อ้าว !!! อะไรกันเนี่ย
[ พิกุล ] : ริว ทำไมทำแบบนี้ แบบนี้น้าจะไว้ใจให้พลอยไปกับริวได้ไง ขับรถแค่นี้ยังโดนใบสั่ง
[ คิราระ ] : งือออออ ริวกะนิสัยไม่ดีเลย
[ ริว ] : หน่านี๊ !!!
ทุกคนนั้นช่วยทำให้บรรยากาศนั้นผ่อนคลายได้ดีมากๆเลยล่ะ กระแตเองก็ดูผ่อนคลายไปได้มากๆเลย จากนั้นทุกคนยกเว้นริวก็นั่งคุยกันต่อ พิกุลที่เป็นเหมือนหัวเรือใหญ่ก็วางตัวได้น่ายำเกรงมากๆ
ส่วนสาวๆทั้ง 4 คนก็คุยกันอย่างสนุกสนาน แต่ก็ไม่ลืมที่จะระมัดระวังคำพูดของตัวเอง ส่วนริวที่เดินกลับมาที่ห้อง เขาก็ได้ต่อสายหาใครบางคน คนที่รัก คนที่คิดถึง คนที่คุณก็รู้ว่าใคร
[ มิไร ] : หืม นายริวโทรมามีไรเนี่ย หืม
[ ริวกะ ] : อ้าววววว ผมคิดถึงพี่นี่ครับ ถ้าไม่มีอะไรโทรมาไม่ได้เหรอ แป่ววววว
[ มิไร ] : ไม่ใช่แบบนั้น อย่างอนสิ่ พี่ก็คิดถึงนาย แต่พี่คิดว่านายพักผ่อนอยู่ไง เลยสงสัยว่ามีอะไรรึเปล่า
[ ริวกะ ] : ก็พักผ่อนอยู่แหละครับ แต่กลับมาบ้านแล้ว ผมคิดถึงพี่มิไรเลยโทรหา เอิ่มม คอลฯ ได้มั้ยครับตอนนี้
[ มิไร ] : ได้ ๆ ๆ ๆ แต่แปปเดียวนะ
ได้เท่านี้ก็ดีแล้ว ริวกะได้ยินแบบนั้นก็รีบคอลวีดีโอหามิไรทันที ภาพแรกที่มิไรเห็นคือหน้าของชายหนุ่มที่เป็นทั้งน้องชาย และคนรักของเธอ แค่เห็นเท่านั้นมิไรก็ยิ้มไม่หุบเลย ส่วนริวกะเองก็เขินเช่นกันนั่นแหละ
[ มิไร ] : ไปทำอะไรมาเนี่ย หน้าตาเหมือนนอนไม่พอ หรือทำอะไรยัยอั้มเนี่ยหืม
[ ริวกะ ] : ก็ทำเหมือนที่ทำกับพี่นั่นแหละก๊าบบบ
[ มิไร ] : เดี๋ยวเถอะนายริว จะมาพูดแบบนี้ออกสื่อไม่ได้นะ เดี๋ยวตีเลย
[ ริวกะ ] : ขอโทษง๊าบบ แฮ่ๆ เพลียนิดหน่อยน่ะครับพี่ ผมใช้พลังวิญญาณมากไปนิด แต่อีกแปปเดียวก็เต็มถังละครับ
[ มิไร ] : อืมม อื้มๆ นายริว นายผมยาวแล้วนะ ตัดได้แล้วเข้าใจมั้ย อย่าให้ยาวเกินพอดีสิ่
[ ริวกะ ] : คร๊าบๆๆ เดี๋ยวให้คิราระตัดให้เลยครับ ถ้าตัดแล้วจะคอลฯไปให้ดูเลย
[ มิไร ] : อื้มๆๆ ดีมาก พี่ชอบตอนที่นายผมสั้นๆนะ
[ ริวกะ ] : แต่ผมชอบพี่ทุกตอนนะครับ
โอยไอ้หนุ่มเอ๊ย หยอดเป็นขนมครกเลย ริวกะนั้นสาดคำหวานสารพัดใส่มิไรไม่หยุด แม้ว่าจะไม่มีคำวาบหวามแต่มันก้ทำให้เธอยิ้มไม่หยุดเลย
หลังจากที่ทั้งสองสนทนากันเกือบ 5 นาที มิไรก็ต้องวางสายแล้ว เพราะว่าเธอกำลังจะกลับเข้าหมู่บ้านสายหมอกชั้นในสุด และข้างในไม่มีสัญญาณโทรศัพท์
[ ริวกะ ] : คร๊าบบ ก็ได้คร๊าบ
[ มิไร ] : อย่างอแงสิ่ พี่ต้องไปเรียนหนังสือกับคุณย่าคิเคียวนะ
[ ริวกะ ] : กึ๋ย !!! ครับๆๆๆ รักพี่มิไรนะครับ
[ มิไร ] : me too