เนื่องจากเพิ่งกลับมาเขียนใหม่ รบกวนขอคอมเม้นเชิงแนะนำติชมเนื้อเรื่องและสำนวนการเขียนด้วยนะครับ กราบบบบบ ตอนเก่าครับ เขา... ที่เพึ่งเจอ กับ เธอ... ที่มาก่อน
แสดงลิ้งค์เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
แสดงลิ้งค์เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
วาร์ปไปเรื่องอื่นๆ
แสดงลิ้งค์เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
|
*************************
“เห้ออออ…”
ไอ้ต้อมเพื่อนซี้ระบายลมหายใจยาวหลังจากเงียบฟังไปพักใหญ่ก่อนจะเอ่ยต่อ
“กูพอจะเข้าใจแล้วว่ะ สงสัยยังงี้ของไอ้คริสอะไรนั่นคงใหญ่น่าดู ไม่งั้นมึงคงไม่บอกว่าน้องปรางหลวมซะขนาดนั้น หมดกันนางฟ้าของกู”
“เห้ยๆ น้องปรางไปเป็นของมึงตอนไหนวะ โธ่...ไอ้นี่! วอนซะแล้ว” ธีร์บ่นแกมสัพยอกด้วยรู้นิสัยเพื่อนตัวเองดี
“หน่าาาา ใครเค้าก็คิดแบบนี้กันทั้งนั้น คนอะร๊ายย! สวยยังกะนางฟ้านางสวรรค์ ว่าแต่….” เกลอเก่ากลืนน้ำลายดังเอื้อก
“ยังมีต่ออีกใช่ไหมวะ”
“....อืม จริงๆ กูก็ไม่อยากจะเล่าซักเท่าไหร่หรอก แต่รู้สึกว่าได้พูดได้ระบายกับมึงแล้วสบายใจดี” ชายหนุ่มยิ้มขณะนึกขอบคุณเพื่อนสนิท
“เออ! คิดได้ยังงี้ก็ดี เอ้า! เล่ามา! ”
ไอ้ต้อมเร่งเร้าเพราะอยากฟังต่อ ก็เพื่อนของมันเล่าซะละเอียดเห็นภาพขนาดนี้
“โซดาสอง! ”
“มิ๊กหนึ่ง! ตึ้งโป๊ะ! ถุ้ย! ไม่ใช่ตลกเว้ย! ”
เสียงปลายสายขำเบาๆ เมื่อได้ยิน ส่วนไอ้ต้อมเองก็ดีใจไม่แพ้กันที่ทำให้เพื่อนรักอารมณ์ดีขึ้นได้บ้างก่อนที่ธีร์จะเงียบไปชั่วครู่และเริ่มเปิดปากเล่าต่อ
“เออๆ คืองี้ หลังจากคืนนั้นกูก็….”
ตั้งแต่คืนนั้นเป็นต้นมา ธีร์ก็เฝ้าเก็บงำความสงสัยของตนเองเอาไว้ในใจอยู่ตลอด ชายหนุ่มมักจะคอยจับสังเกตในทุกครั้งที่มีโอกาสได้ร่วมหลับนอนกับภรรยาสาวถึงสภาพอันเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิงจากเครื่องเคราของเธอ ขณะนี้แท่งเอ็นขนาดมาตรฐานของตนแทบจะไม่อาจรับรู้ถึงสัมผัสอันคับแน่นเหมือนแต่ก่อนได้อีกต่อไป ไหนจะอาการจับไข้ในช่วงแรกที่เธอมักจะเป็นอยู่บ่อยครั้งหลังกลับมาจากการพบเจอคริส ทั้งหมดนั่นทำให้เขาแทบจะคลั่งตายอยู่ทุกวัน เมื่อต้องคิดจินตนาการถึงที่มาของอาการเหล่านั้นอยู่คนเดียวโดยมิอาจระบายหรือปรึกษากับใครได้
“คุณธีร์!! มัวแต่เหม่ออะไรอยู่คะ”
เสียงเจื้อยแจ้วของเลขาสาวประจำตำแหน่งดังขึ้นตรงหน้าจนปลุกชายหนุ่มให้ตื่นจากภวังค์คิด
“อาา... เอ่อ ครับ! ว่ายังไงครับคุณผึ้ง”
เขาเอ่ยเสียงสั่นเล็กน้อยโดยไม่รู้ว่าเพราะเรื่องที่คิดหรือเพราะความตกใจ ก่อนหน้านี้เขากำลังนั่งอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวเพื่อเคลียร์งานที่คั่งค้างอยู่คนเดียว นี่เขาต้องเหม่อขนาดไหนกันถึงได้ไม่รู้ตัวเมื่อเลขาสาวของเขาเดินเข้ามา
“ผึ้งทั้งเคาะประตูทั้งเรียกคุณธีร์ตั้งหลายครั้งก็ไม่ยอมตอบ คือผึ้งจะถามคุณธีร์ว่า…. นัดคุยงานกับท่านไพบูลย์ที่สนามกลอฟ์วันพรุ่งนี้คุณธีร์จะให้เลื่อนไปก่อนรึเปล่าคะ เห็นช่วงเช้าคุณธีร์บอกให้เลื่อนนัดให้หมดเพราะมีธุระด่วน แต่ผึ้งเห็นว่านัดครั้งนี้ค่อนข้างสำคัญแถมท่านไพบูลย์ก็ไม่ได้ว่างบ่อยๆ ผึ้งก็เลย…. มาเตือนอีกครั้งเผื่อคุณธีร์จะลืมค่ะ” ผึ้งเอ่ยเสียงออดอ้อน เธอหวังจะเรียกคะแนนให้กับตัวเองได้บ้าง
ชายหนุ่มนิ่งเงียบหลังเลขาสาวกล่าวจบ เขาเองลืมเรื่องนัดครั้งนี้เสียสนิท นัดคุยงานครั้งสำคัญเพื่อจะดึงท่านไพบูลย์มาร่วมเป็นหุ้นส่วนใหญ่กับทางบริษัทโดยอาศัยความสัมพันธ์เก่าแก่ตั้งแต่รุ่นพ่อของชายหนุ่ม นัดครั้งนี้คุณก้อยรองประธานเป็นคนย้ำนักย้ำหนาว่าเขาต้องเจรจาให้สำเร็จให้ได้ เพราะนั่นจะหมายถึงผลประโยชน์จำนวนมหาศาลของบริษัท อีกทั้งยังเกี่ยวพันไปถึงตำแหน่งหน้าที่การงานของชายหนุ่มซึ่งจะพลอยก้าวหน้าตามไปด้วย
แต่เรื่องส่วนตัวของเขามันสำคัญกว่านั้นนัก…
“....เออออ ขอบคุณมากครับคุณผึ้ง แต่พอดีผมมีธุระสำคัญจริงๆ ยังไงคงต้องฝากคุณผึ้งเรื่องขอโทษท่านไพบูลย์ให้ด้วยนะครับ”
ธีร์ยืนยันการเลื่อนนัดพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเลื่อนเปิดหาเบอร์ของเมียสาวและจ้องมองดูมันอย่างไร้ความหมาย
“อ้อ! ได้ซิคะ ผึ้งเป็นเลขาคุณธีร์นะคะ ถ้าคุณธีร์ต้องการ…. ไม่ว่าจะเรื่องงานหรือส่วนตัว ผึ้งก็ทำให้ได้ค่ะ” เลขาสาวส่งสายตาสื่อความหมายนอกเหนือจากที่พูด
แต่จนแล้วจนรอดธีร์ก็ยังไม่สน เขายังคงนั่งนิ่งเป็นทองไม่รู้ร้อนเหมือนเดิมเสมอ เสมือนว่าผู้หญิงสวยที่ใครก็ต่างหมายปองอย่างเธอไม่เคยมีความหมาย แต่วันนี้ผึ้งจะไม่ยอมเสียความมั่นใจอีกต่อไป ถ้าวันนี้เธอยังไม่ได้ธีร์ ชาตินี้เธอคงไม่ขอเป็นผู้หญิงอีกต่อไป
ผึ้งถอยหลังช้าๆ ตรงไปยังประตูห้องก่อนจะค่อยๆ แอบกดล๊อคประตูไว้ ถึงเธอจะมั่นใจว่าในบริษัทป่านนี้คงแทบจะไม่เหลือใครอีกแล้วแต่ก็ยังไม่อยากเสี่ยง โชคดีที่ห้องทำงานนี้ไม่มีกล้องวงจรปิดอีกทั้งยังเป็นห้องส่วนตัวมิดชิด อย่างน้อยเธอที่เป็นผู้หญิงก็จะไม่เสียหายมากนักหากเรื่องแดงออกไปเพราะไม่มีหลักฐาน
คิดได้แล้วเลขาสาวก็จัดผมเผ้าและเครื่องแต่งกายของตนให้ดูดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนเธอจะเดินนวยนาดตรงเข้าไปหาธีร์
“เห้ย! เดี๋ยวๆ ผึ้ง อะไรของคุณครับเนี่ย! ”
ชายหนุ่มส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ เลขาสาวของเขาจู่ๆ ก็เดินเข้ามาแทรกตัวนั่งลงบนตักเอาดื้อๆ หลังจากดึงเก้าอี้ที่เขานั่งให้หัน กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่เธอพรมไว้ทั่วร่างลอยฟุ้งอยู่ใกล้ๆ แถมยังมีเนื้อตัวนุ่มนิ่มที่เอนซบเบียดเข้ามาอีก ธีร์ได้แต่อ้ำๆ อึ้งๆ เพราะความกะทันหัน
แล้วผึ้งก็ยืนหน้าเข้ากระซิบที่ข้างหู
“คุณธีร์ขาาา ผึ้งไม่สวยเหรอคะ คุณธีร์ถึงไม่เคยมองผึ้งเลย” เธอเอ่ยเสียงกระเส่า
“อะ เออ.. สะ สวยครับ” เขาตอบตะกุกตะกักด้วยใจเต้นแรงเพราะมือนุ่มๆ ของผึ้งเริ่มลูบไล้ไปทั่วแผงอก ต่ำลง ต่ำลง ก่อนจะหยุดวนเวียนอยู่ตรงเป้ากางเกง
“ถ้าผึ้งสวยอย่างที่คุณธีร์บอกจริง คุณธีร์ไม่คิดอยากได้ผึ้งบ้างเหรอคะ” ผึ้งคว้าหมับเข้าที่แก่นกายซึ่งขณะนี้เริ่มตั้งชูชันอย่างมิอาจควบคุมใต้ร่มผ้า
“คุณผึ้ง ละ.. ล้อเล่นแบบนี้ มะ..ไม่ดีนะครับ ผะ.. ผมมีแฟนแล้วด้วย”
“คุณธีร์ก็อย่าไปบอกใครสิคะ รู้กันแค่สองคน”
เอ่ยจบ เธอก็ขบเข้าที่หูของเขาเบาๆ แค่นี้ธีร์ก็อ่อนระทวย
“ซี๊ดดด.ด.. คุณผึ้ง”
“อืมมม ว่าไงคะ..คุณธีร์”
ซิปกางเกงถูกรูดออก ก่อนมือเนียนนุ่มจะถูกสอดเข้าไป ปากเธอก็เริ่มไซร้ไปตามลำคอของเขา
“....”
ธีร์พูดอะไรไม่ออก ขนทั่วร่างเขาลุกชัน แก่นกายแข็งผงาดเป็นลำจากรสสัมผัสที่แปลกไปจากเก่า มันไม่เหมือนที่ได้รับจากเมียสวยเลยสักนิด หรือนี่จะเป็นเหตุผลที่ปรางไปมีคริสกันแน่
“ว้าว! ใหญ่จังเลยนะคะคุณธีร์” ผึ้งทำตาลุกวาวเหมือนถูกใจหลังจากจับถูกท่อนเนื้อของธีร์
เห็นการแสดงออกของหญิงสาวเข้าเขาก็ยิ่งเตลิด ถูกชมว่าใหญ่โตไม่ว่าจะชายใดก็มักจะถูกใจกันทั้งนั้น แต่เขาไม่ได้รู้และจะไม่มีวันรู้ว่าแท้ที่จริงแล้วมันก็แค่มารยาหญิง มีหรือที่สาวมากรักอย่างหล่อนจะไม่เคยเจอของใหญ่กว่านี้
“ธีร์ทำให้ผึ้งมีความสุขบ้างสิคะ”
ผึ้งเอ่ยพลางจับมือข้างหนึ่งของธีร์สอดล้วงเข้าไปในสาบเสื้อข้างตนเอง เธอกดมือข้างนั้นเบาๆ ลงตรงตำแหน่งของหน้าอกคล้ายเป็นสัญญาณให้เขาบีบจับได้ตามชอบใจ ถึงอารมณ์ของธีร์จะถูกเธอปลุกเร้าจนแทบกู่ไม่กลับ แต่การจะหยุดเหตุการณ์ตรงหน้าก็ไม่ใช่จะทำไม่ได้ หากแต่สิ่งที่เขาพบเจอยังคงวนเวียนอยู่ในสมอง เมื่อเมียรักทำได้ ทำไมเขาจะทำไม่ได้
ธีร์คว้าจับเนินหนั่นเนื้อขนาดพอเหมาะข้างนั้นเต็มแรง แม้ขนาดของมันจะแตกต่างจากเมียรักราวแม่กับลูก แต่สัมผัสแปลกใหม่จากความแน่นกระชับอันสมตัว ก็ทำให้เขาอดที่จะหยุดคลึงเคล้าสองเต้าอวบใต้ร่มผ้าสลับกันไปมาไม่ได้
“อื้ยยย.. คุณธีร์”
ผึ้งส่งเสียงครางน่ารักทั้งๆ ที่ยังไม่ได้รู้สึกอะไรเลย ตามปกติเธอเป็นพวกเครื่องติดยากอยู่แล้ว คงจะต้องให้เขาเล้าโลมอีกนิดหน่อยก่อนจะเริ่มปิดเกม
“มาบนนี้ดีกว่าค่ะคุณธีร์ จะได้สะดวก”
หญิงสาวถอนตัวออกจากตักของธีร์ เธอหันไปปาดมือปัดกวาดสิ่งของเกะกะบนโต๊ะทำงานของเขาออกจนหมดจนเหลือที่โล่งๆ พอจะเอนกายได้
“เดี๋ยวผึ้งเก็บกวาดให้ทีหลังนะคะ”
ผึ้งเอ่ยด้วยเสียงยั่วยวนก่อนจะกระเถิบตัวถอยขึ้นไปนั่งอยู่บนนั้นหันหน้ามาทางธีร์ ก่อนหญิงสาวจะก้มล้วงกางเกงในของตัวเองออกมาห้อยไว้ที่ข้อเท้าข้างหนึ่ง
“มาค่ะคุณธีร์ มาสนุกกัน”
เมื่อเห็นภาพอันวาบหวิวตรงหน้าเข้า เขาก็รู้ทันทีว่าต้องทำอะไร ชายหนุ่มเลื่อนตัวเองพร้อมเก้าอี้เข้าไปใกล้ก่อนจะมุดเข้าไปยังเนินพิศวง ด้วยอารมณ์ตื่นเต้นจากสิ่งที่เขาไม่เคยคิดจะให้เกิด ธีร์ในตอนนี้จึงมีแต่ความหื่นกระหายรุนแรงกว่าปกติ เขาใช้สองมือจับกลีบสวาทของผึ้งแหกออกกว้างก่อนจะซุกทั้งปากและจมูกเข้าดูดเลียโดยไม่สนว่ามันจะสกปรกหรือไม่
ซ่อนตรงนี้ครับ 
พลันความนึกคิดหนึ่งก็วูบผ่านเข้ามา เมื่อเธอนึกถึงช่วงขณะก่อนที่หัวหน้าหนุ่มจะเสร็จสม อากัปกิริยาอารมณ์ในตอนนั้นเกิดขึ้นจากสาเหตุใด สาวมากเกมรักเช่นเธอก็พอจะคาดเดาได้ไม่ยากนัก และแล้วแผนการของเลขาสาวก็พรั่งพรูหลั่งไหล เธอลุกขึ้นแต่งตัวเก็บกวาดคราบกามจนเรียบร้อย ก่อนจะจัดแจงปิดไฟเดินออกจากห้องไปพร้อมรอยยิ้มอันมีเลศนัย
ทุกท่านสามารถเข้าไปแนะนำติชมเพิ่มเติม หรืออ่านเรื่องอื่นๆได้ที่นี่แสดงลิ้งค์เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
เนื้อหาถูกซ่อนเอาไว้ คุณต้องตอบกระทู้นี้ก่อน