ผู้ชนะสิบทิศ ฉบับแปลงถอดความ โดย wattana2015 หนุ่มชายขอบแสดงรูปภาพเฉพาะสมาชิกเท่านั้น
ตอนที่ 3 มหาเถรกุโสดอความเดิม หากว่าเรื่องนี้เป็นความจริงดังว่าแล้วนั้นทำไมนางไม่รับเสียแต่ต้นเมื่อพบพระราชเทวีนั้น ทั้งพระราชเทวีเองก็ได้เห็นอยู่ว่าข้าพเจ้านั้นได้ผูกมัดพระราชธิดาเอาไว้มิให้ดิ้นรนและส่งเสียงร้องเรียกใครมาช่วย ดังนั้นความที่ตะละแม่จันทรานั้นกราบทูลต่อพระองค์ก็ด้วยใจที่เวทนาสงสารข้าพเจ้าเป็นต้นเหตุ นี่จึงเป็นคำพูดที่พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่ทรงทศพิธราชธรรมอันประเสริฐจะเชื่อถือได้หรือไม่พระเจ้าข้า”
“มึงนี้ช่างเจรจาเกินตัวนัก ถึงขนาดนี้มึงยังจะลวงให้กูเชื่อมึงหรือ”
แล้วพระเจ้าสิริชัยยะสุระก็โบยจะเด็ดหนักมือยิ่งขึ้นไปอีก... ฝ่ายมังตราราชบุตรพอแยกจากจะเด็ดสหายร่วมน้ำนมแล้ว ก็รีบวิ่งไปยังวัดกุโสดอ นำความเดือดร้อนที่ตัวก่อเป็นต้นเหตุนั้นไปแจ้งให้พระมหาเถรทราบทั้งหมด แล้วก็กราบไหว้วิงวอนให้พระอาจารย์ทราบว่าในการครั้งนี้ชีวิตของจะเด็ดศิษย์รักนั้นขึ้นอยู่กับความเมตตาของพระอาจารย์แล้ว พระมหาเถรทราบเรื่องดังนั้นก็ทราบว่าเป็นเรื่องใหญ่โดยแท้จริง แม้นเราจะทำใจเย็นเอาไว้หัวของเจ้าศิษย์รักคนโปรดก็อาจขาดกระเด็นเสียโดยง่ายเพราะราชภัยของเจ้ามหาชีวิตนั้นไม่ใช่เรื่องที่จะมาล้อเล่นด้วยได้ จึงรีบคว้าจีวรแล้วรีบรุดออกจากกุฎีมาโดยเร็ว มังตราเองก็ร้อนใจไม่น้อยกว่ากันรีบใช้กำลังลากฉุดพระอาจารย์เสียจนแทบจะไม่เป็นอันเดินโดยปกติ และแล้วราชบุตรหลวงมังตราก็นำพระอาจารย์เข้ามาแก้ไขเหตุการณ์จนถึงฝ่ายในที่พระตำหนักพระราชเทวี
ครั้นแล้วเมื่อพระเจ้าสิริชัยยะสุระพระเจ้ากรุงตองอูทราบว่า พระมหาเถรนั้นเสด็จมาก็ละมือจากเจ้าหนุ่มจะเด็ดไว้ชั่วขณะ รีบมานิมนต์พระอาจารย์นั้นไปนั่งยังอาสนะที่สมควรแก่ฐานะของพระอาจารย์ มหาเถรนั้นทราบเรื่องราวที่เป็นมาทั้งปวงแล้วแต่แสร้งถามพระเจ้าตองอูว่า
“ไม่ทราบว่ามหาบพิตรกังวลด้วยเรื่องการใดอยู่หรือ จึงมีทีท่าที่ทำให้ไม่สบายใจเสียดังนี้?”
พระเจ้าตองอูนั้นไม่ทราบว่าพระมหาเถรนั้นจะมาช่วยตัวเจ้าหนุ่มจะเด็ดศิษย์รักก็เล่าเรื่องความเป็นมาทั้งถวายแก่พระอาจารย์เสียสิ้น
“ครั้นข้าพเจ้าจะประหารมันตามโทสานุโทษเล่า ก็ยังเห็นแก่หน้าแม่นมเลาชีผู้ซื่อสัตย์ ฉะนั้นข้าพเจ้าจึงตรองดูแล้วว่าจะขับมันออกจากเมืองตองอูนี้พระอาจารย์จะเห็นด้วยกับข้าพเจ้าฤาไม่?”
พระมหาเถรเจ้ากุโสดอได้หัวเราะขึ้นแล้วกล่าวตอบพระเจ้าตองอูนั้นว่า
“อันว่ามนุษย์ทั้งหลายทุกผู้ทุกนามนั้น มหาบพิตรย่อมต้องทราบว่าไม่มีผู้ใดพ้นการข้องเกี่ยวในโลกียวิสัย เป็นผู้ที่ข้องแวะมากเสียจนไม่รู้ว่าตนนั้นกระทำสิ่งใดผิดแปลกไปบ้าง การกระทำของเจ้าจะเด็ดนี้ก็เช่นกันดูเหมือนต้องโทษหนักอาญาแผ่นดินเมื่อดูด้วยเหตุผลเพียงคร่าวๆตามที่เล่าให้อาตมาฟังมา แต่เมื่อวิเคราะห์ดูข้อเท็จจริงแล้วก็จะไม่ใช่โทษนุโทษที่หนักนัก”
พระเจ้าตองอูได้ยินความที่พระอาจารย์นั้นกล่าวมาก็สงสัยเลยเอ่ยถามผู้เป็นอาจารย์
“พระอาจารย์เห็นว่าข้าพเจ้าวิเคราะห์สิ่งใดในเรื่องนี้ผิดไปหรือ?”
พระมหาเถรผู้เรืองปัญญาจึงแสดงธรรมบรรยายลักษณะว่า
“อันความรักนั้นมีลักษณะอยู่สองสถาน มีทั้งเป็นคุณค้ำชูหรือทำลายโลกได้ทั้งสองอย่าง มันจึงมีทั้งคุณและโทษโดยเสมอกัน อันวิชาการใดๆที่อาตมาภาพได้ถ่ายทอดให้แก่มหาบพิตรนั้นจะได้อบรมแก่กล้าก็เพียงแต่ในเรื่องวิชาการก็แต่เท่านั้น แต่ในเรื่องความรักใคร่ของทางโลกนั้นอาตมาเองก็หาสอนมหาบพิตรในเรื่องนี้ได้ไม่ เพราะเหตุนี้เรื่องของความรักใคร่ในทางโลกนั้นผู้ที่ข้องแวะนั้นจึงเป็นได้ทั้งมหาโจรหรือพระชั้นผู้ใหญ่ ความรักนั้นเมื่อบดบังดวงตาของมนุษย์เสียแล้วย่อมบันดาลให้เป็นได้ทั้งเพชฌฆาตผู้ประหารชีวิตคนที่ไม่รู้คุณความดีหรือจะเป็นพระสงฆ์องคเจ้าแลเทพบุตรก็ย่อมได้ทั้งนั้น ความดังอาตมาว่ามาเช่นนี้มหาบพิตรจะลงโทษเจ้าจะเด็ดสถานหนักแล้วจะได้อะไรขึ้นมารึก็ไม่”
พระเจ้าตองอูจึงตอบความของพระอาจารย์ว่า
แสดงรูปภาพเฉพาะสมาชิกเท่านั้น
“ถ้าแม้ข้าพเจ้าถือเอาตามอย่างที่พระอาจารย์ว่างดโทษมันเสียแล้ว ไม่ใช่แต่ในวังของข้าพเจ้าที่จะเสียชื่อเพราะเรื่องงามหน้านี้ หากแต่ทั้งอาณาจักรตองอูนี้จะวุ่นวายด้วยเมื่อมีคนทำชั่วแต่เมื่อเรารักแลเมตตามันเกินกว่าผู้อื่นจะติฉินนินทาข้าพเจ้าเอาได้ ซึ่งจะให้ข้าพเจ้าแลคนทั้งปวงนั้นละทางโลกเหมือนผู้ถือศีลเช่นพระอาจารย์ท่านนั้นคงจะยาก ต้องขออภัยให้แก่ข้าพเจ้าเถิดที่คงจะเห็นแก่ความคิดของท่านพระอาจารย์ไม่ได้ เพราะข้าพเจ้านั้นยังคงมีหน้าที่ของกษัตริย์ที่ต้องปกครองราษฎรด้วยอาญาอยู่ เพราะฉะนั้นขอพระอาจารย์อย่ามาทัดทานข้าพเจ้าในเรื่องของเจ้าจะเด็ดนี่เลย”
พระมหาเถรกุโสดอผู้เป็นอาจารย์นั้นล่วงรู้ถึงอุปนิสัยของพระเจ้าตองอูว่า ชอบให้ผู้คนยกยอให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งแม้เราจะยกยอให้ทรงพอพระทัยแล้วเรื่องที่จะทูลขอนั้นคงยังพอมีทางเป็นไปได้ จึงแกล้งกล่าวชมให้ถูกใจว่า
“ถ้ามหาบพิตรจะเอาพระอาญาเป็นตัวกำหนดโทษแล้วเช่นนั้น ที่มหาบพิตรนั้นเพียงแต่ลงโทษแค่เนรเทศจะเด็ดนั้นอาตมาก็ยังเห็นด้วยกับความคิดนี้เสียด้วยซ้ำ มหาบพิตรนั้นช่างทรงพระกรุณาแก่สัตว์ตกทุกข์ได้อยากอย่างหาใครเปรียบมิได้ในแผ่นดิน แต่ถ้าจะคิดถึงว่าสัตว์ผู้อยู่ในวัฏฏะสงสารนั้นย่อมหาพ้นข้องเกี่ยวในโลกียวิสัย ก็น่าจะพอให้อภัยแก่มันผู้ยังเป็นเด็กรุ่นอ่อนยังไม่รู้ความที่ควรไม่ควรเสียก่อน ให้คิดเอาว่าเป็นความผิดของความยากอันมีแต่ปกติของสัตว์โลกทั้งมวลเถิดเพราะมันยังไม่ได้บวชเรียนจะให้มันรู้ผิดชอบเหมือนพระสงฆ์นั้นคงเป็นไปไม่ได้ แม้นว่ามหาบพิตรทรงตรองด้วยปัญญาจะเห็นได้ว่า เหตุการณ์ระหว่างพระราชธิดากับจะเด็ดผู้ไม่เจียมตัวนั้นก็จะเห็นว่าความเป็นปุถุชนทั่วไปสอนให้มันเกิดการกระทำผิดทีละน้อยจนเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องของความเสน่หานั้นแม้นได้เกิดกับผู้ใดก็ยากที่จะเลี่ยงไม่ให้กระทำสิ่งอันที่ไม่บังควร ความรักใคร่หากเกิดกับผู้ใดไม่ว่าเป็นเชื้อเจ้าเชื้อไพร่มันย่อมหนีความต้องการไปไม่พ้น เมื่อเหตุนี้มันย่อมต้องหาทางช่วงชิงสิ่งที่มันอยากได้เอามาเป็นของตัว อาตมาว่าแต่เพียงเท่านี้ มหาบพิตรพระองค์ก็เป็นคนที่ยิ่งใหญ่เหนือคนทั้งหลายในตองอู ไม่ว่าจะเป็นพระหรือฆารวาสจงคิดเสียให้รอบคอบด้วยปัญญาเถิด”
พระเจ้าตองอูได้ฟังพระอาจารย์ได้ถวายความเห็นเปรียบเทียบนั้นก็ใจอ่อนลง ก็เห็นด้วยดังคำพระอาจารย์ว่าไว้นั้นไม่น้อย แต่ยังขัดใจที่มองเห็นหน้าเจ้าจะเด็ดตัวดีเหมือนเศษผงทำให้เคืองตาอยู่ไม่น้อยก็ถึงกับนิ่งอึ้ง พระอาจารย์มหาเถรนั้นเห็นว่าพระเจ้าตองอูนั้นเริ่มคล้อยตามแล้วก็พูดต่อ
 
เมื่อจะเด็ดได้ยินดังนั้น เพื่อให้พระมหาเถรกุโสดอผู้อาจารย์สบายใจก็ตกลงทำตามที่อาจารย์ต้องการโดยการหันหน้าไปทางวิหารและถวายคำสัตย์สาบานต่อพระอาจารย์ดังคำพระมหาเถรผู้อาจารย์ว่าไว้
“ข้าพเจ้าจะเด็ดนั้นขอตั้งสัตย์สาบานต่อพระประธานแห่งวิหารวัดกุโสดอนี้ว่า ข้าพเจ้าจะไม่คิดคดทรยศแย่งชิงราชบัลลังค์จากมังตราเป็นอันขาด หากข้าพเจ้าผิดซึ่งคำสาบานนี้ขอให้ข้าพเจ้านั้นจงมีแต่ความวิบัติด้วยเถิด”
ต่อจากนั้นพระมหาเถรก็มีใจเอ็นดูจะเด็ดศิษย์รักมากยิ่งขึ้น สรรพวิชาที่ท่านมีทั้งมวลก็ได้พร่ำสอนแก่จะเด็ดเสียจนหมดทั้งสิ้นภูมิความรู้ที่มี....
เนื้อหาถูกซ่อนเอาไว้ คุณต้องตอบกระทู้นี้ก่อน